TISCO ชี้ไทยเริ่มมี New Growth Story ดัน TISA ปลุกตลาดทุน

Share on Line Share on Facebook Share on X
TISCO ชี้ไทยเริ่มมี New Growth Story ดัน TISA ปลุกตลาดทุน

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเริ่มสร้าง “New Growth Story” หรือเรื่องราวการเติบโตใหม่ที่สามารถนำไปสื่อสารกับนักลงทุนทั่วโลกได้ หลังจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยถูกมองว่าขยายตัวต่ำและขาดปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ ส่งผลให้ความน่าสนใจของประเทศในสายตานักลงทุนต่างชาติลดลงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเริ่มเห็นความพยายามของภาครัฐในการผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการดึงดูดการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด ตลอดจนการยกระดับภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอาหารให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้สูงกว่าระดับ 2% ที่เผชิญมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

การสร้างการเติบโตระลอกใหม่จำเป็นต้องอาศัยตลาดทุนเป็นกลไกสนับสนุนสำคัญ โดยภาครัฐกำลังผลักดันมาตรการหลายด้านเพื่อยกระดับตลาดทุนไทย หนึ่งในนั้นคือโครงการ TISA (Thailand Individual Savings Account) ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวของประชาชนในลักษณะถาวร คล้ายกับโมเดลที่ประสบความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศในยุโรป



สรุปข่าว

TISCO มองไทยเริ่มมี “New Growth Story” จากการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยีดิจิทัล และพลังงานสะอาดจับตา TISA และ Jump+ เป็นกลไกสำคัญยกระดับตลาดทุน ดึงเงินออมสู่การลงทุนระยะยาว เชื่อหากเดินหน้าต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทยและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้มากขึ้น

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเริ่มสร้าง “New Growth Story” หรือเรื่องราวการเติบโตใหม่ที่สามารถนำไปสื่อสารกับนักลงทุนทั่วโลกได้ หลังจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยถูกมองว่าขยายตัวต่ำและขาดปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ ส่งผลให้ความน่าสนใจของประเทศในสายตานักลงทุนต่างชาติลดลงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเริ่มเห็นความพยายามของภาครัฐในการผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการดึงดูดการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด ตลอดจนการยกระดับภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอาหารให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้สูงกว่าระดับ 2% ที่เผชิญมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

การสร้างการเติบโตระลอกใหม่จำเป็นต้องอาศัยตลาดทุนเป็นกลไกสนับสนุนสำคัญ โดยภาครัฐกำลังผลักดันมาตรการหลายด้านเพื่อยกระดับตลาดทุนไทย หนึ่งในนั้นคือโครงการ TISA (Thailand Individual Savings Account) ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวของประชาชนในลักษณะถาวร คล้ายกับโมเดลที่ประสบความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศในยุโรป



แนวคิดสำคัญของ TISA คือการเปลี่ยนเงินออม ให้กลายเป็นเงินลงทุน มากขึ้น ผ่านการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้หลากหลายสินทรัพย์ ทั้งหุ้น กองทุนรวม และผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ภายใต้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เหมาะสม แตกต่างจากกองทุนลดหย่อนภาษีในอดีตที่มักมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาและประเภทสินทรัพย์ โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างฐานเงินลงทุนระยะยาวที่มีเสถียรภาพให้กับตลาดทุนไทย ลดการพึ่งพาเงินทุนระยะสั้น และเพิ่มบทบาทของนักลงทุนภายในประเทศ

นอกจาก TISA แล้ว ยังมีโครงการ Jump+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยแนวทางดังกล่าวมีลักษณะคล้ายมาตรการที่เคยประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งช่วยผลักดันมูลค่าตลาดทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว

นายไพบูลย์มองว่า หากมาตรการเหล่านี้สามารถเดินหน้าต่อเนื่องควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ จะช่วยให้ตลาดทุนไทยมีบทบาทมากกว่าการเป็นแหล่งลงทุน แต่จะกลายเป็นกลไกระดมทุนสำคัญเพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระการกู้ยืมของภาครัฐ แต่ยังเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างรากฐานการเติบโตใหม่ให้กับประเทศไทยในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TISCO

ที่มารูปภาพ : TISCO

แท็กบทความ