"ไทย-จีน" ขยายความร่วมมือเร่งอัปสกิลอาชีวะ

Share on Line Share on Facebook Share on X

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนากำลังคนไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้ “โครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน-ไทย 210 สาขา” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอาชีวศึกษาไทย เชื่อมโยงการเรียนการสอนกับภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มโอกาสการมีงานทำของผู้เรียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการต่อยอดโครงการอาชีวศึกษาจีน-ไทย 210 สาขา โดยมุ่งพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ผ่านแนวคิด “3+1” หรือการเสริมทักษะภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ควบคู่กับความรู้ด้าน AI เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียนให้สามารถทำงานในสถานประกอบการไทยและจีน รวมถึงรองรับความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมเป้าหมายและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)


สรุปข่าว

รัฐบาลเร่งอัปสกิลอาชีวะไทย จับมือจีนขยายความร่วมมือ 210 สาขา ป้อนอุตสาหกรรมอนาคต ชูสูตร 3 ภาษา พ่วง AI ปั้นกำลังคนคุณภาพ ตั้งเป้า 1 ล้านคนใน 5 ปี

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนากำลังคนไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้ “โครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน-ไทย 210 สาขา” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอาชีวศึกษาไทย เชื่อมโยงการเรียนการสอนกับภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มโอกาสการมีงานทำของผู้เรียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการต่อยอดโครงการอาชีวศึกษาจีน-ไทย 210 สาขา โดยมุ่งพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ผ่านแนวคิด “3+1” หรือการเสริมทักษะภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ควบคู่กับความรู้ด้าน AI เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียนให้สามารถทำงานในสถานประกอบการไทยและจีน รวมถึงรองรับความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมเป้าหมายและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)


อาชีวศึกษามีบทบาทสำคัญในการผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบราง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานสะอาด โลจิสติกส์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงภาคบริการและการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่ประเทศไทยมีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาระหว่างไทยและจีนได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2561-2567 ฝ่ายจีนได้สนับสนุนทุนการศึกษาภายใต้โครงการทวิวุฒิไทย-จีน รวมทั้งสิ้น 3,421 ทุน ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ประกาศใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทวิวุฒิไทย-จีน จำนวน 19 สาขาวิชา และเริ่มจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 เป็นต้นมา


รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการมีเป้าหมายยกระดับอาชีวศึกษาไทยภายใต้นโยบาย ‘All for Education’ เพื่อพัฒนากำลังคนคุณภาพจำนวน 1 ล้านคนภายใน 5 ปี พร้อมผลักดันนโยบาย AI Literacy ให้ครูและผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความร่วมมือไทย-จีนครั้งนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้รับทั้งความรู้ ทักษะวิชาชีพ ประสบการณ์จากสถานประกอบการ และคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับ เพิ่มโอกาสในการมีงานทำและสร้างรายได้ที่มั่นคง สอดคล้องกับแนวคิด ‘ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ’ และตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนของประเทศในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

เศรษฐกิจinsight
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร
อาชีวะไทย
ไทย-จีนAI
All for Education