ไฟแพงเร่งเปลี่ยนโซลาร์ ทางรอดใหม่ยุคพลังงานผันผวน

Share on Line Share on Facebook Share on X

ค่าไฟไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังต้นทุนพลังงานโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากราคาก๊าซธรรมชาติและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ภาครัฐต้องเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ และผลักดันทางเลือกใหม่ในการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการส่งเสริมโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน หรือ Solar Roof เพื่อให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้มากขึ้น แทนการพึ่งพาระบบไฟฟ้าหลักเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ประเทศไทยตั้งเป้าหมายให้มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน 90,000 ครัวเรือนภายในปี 2571 แต่ปัจจุบันมีการติดตั้งแล้วเพียง 20,282 ครัวเรือน หรือประมาณ 23% ของเป้าหมายทั้งหมด


สรุปข่าว

โครงสร้างค่าไฟแบบใหม่ที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่ระบบ “ใช้มาก จ่ายมาก” กำลังทำให้คนไทยหันมามองพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น ขณะที่ภาครัฐเร่งผลักดันโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน เพื่อเปิดทางให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดความเสี่ยงจากค่าไฟที่มีแนวโน้มผันผวนในอนาคต

ค่าไฟไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังต้นทุนพลังงานโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากราคาก๊าซธรรมชาติและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ภาครัฐต้องเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ และผลักดันทางเลือกใหม่ในการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการส่งเสริมโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน หรือ Solar Roof เพื่อให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้มากขึ้น แทนการพึ่งพาระบบไฟฟ้าหลักเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ประเทศไทยตั้งเป้าหมายให้มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน 90,000 ครัวเรือนภายในปี 2571 แต่ปัจจุบันมีการติดตั้งแล้วเพียง 20,282 ครัวเรือน หรือประมาณ 23% ของเป้าหมายทั้งหมด


ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ประชาชนจะสนใจพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น แต่การติดตั้งจริงยังขยายตัวช้ากว่าที่ภาครัฐคาดหวังไว้ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งต้นทุนเริ่มต้นที่สูง ขั้นตอนการขออนุญาต และภาระทางการเงินของครัวเรือน

ในช่วงที่ค่าไฟมีแนวโน้มสะท้อนต้นทุนพลังงานจริงมากขึ้น การติดตั้ง Solar Roof จึงเริ่มถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารค่าใช้จ่ายระยะยาว โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง ซึ่งอาจสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญยังอยู่ที่ต้นทุนการติดตั้ง ซึ่งข้อมูลจาก สศช. และ SCB EIC ระบุว่า การติดตั้ง Solar Roof สำหรับบ้านพักอาศัยยังมีค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000-400,000 บาท ถือเป็นภาระที่สูงสำหรับครัวเรือนจำนวนมาก

นอกจากนี้ ขั้นตอนการขออนุญาตเชื่อมต่อระบบกับการไฟฟ้ายังใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยบางกรณีอาจใช้เวลาระหว่าง 45-90 วัน ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งชะลอการตัดสินใจลงทุน แม้จะมองเห็นประโยชน์ด้านการประหยัดค่าไฟในระยะยาวก็ตาม

อีกหนึ่งข้อจำกัดสำคัญคือ กลุ่มผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมและบ้านเช่า ซึ่งไม่สามารถติดตั้ง Solar Roof ได้ง่ายเหมือนบ้านเดี่ยว เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และกรรมสิทธิ์ของอาคาร

หลายประเทศจึงเริ่มพัฒนาแนวทางใหม่เพื่อเพิ่มการเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น เยอรมนีที่ผลักดันระบบ Solar Balcony สำหรับคอนโดมิเนียมและผู้เช่า โดยเปิดทางให้ใช้แผงโซลาร์ขนาดเล็กที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าภายในบ้านได้โดยตรง


สำหรับประเทศไทย แม้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะพยายามพัฒนาระบบ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้น แต่หลายฝ่ายยังมองว่าการลดขั้นตอนและเพิ่มความคล่องตัวยังเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ

ขณะเดียวกัน ปัญหาใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือเรื่องของเงินลงทุน เพราะแม้ผลสำรวจของ SCB EIC จะพบว่า คนไทยกว่า 80% สนใจติดตั้ง Solar Roof แต่ในทางปฏิบัติยังมีเพียงกลุ่มที่มีเงินออมหรือมีกำลังซื้อสูงเท่านั้นที่สามารถลงทุนได้จริง

ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนจำนวนมากต้องการเงินอุดหนุนจากภาครัฐมากกว่ามาตรการลดหย่อนภาษี เนื่องจากครัวเรือนรายได้ปานกลางและรายได้น้อยจำนวนมากไม่ได้รับประโยชน์จากสิทธิทางภาษีอย่างเต็มที่

ผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการสนับสนุนโดยตรง ทั้งเงินอุดหนุนค่าติดตั้ง สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้จริง

ในมุมเศรษฐกิจ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานแสงอาทิตย์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงทางการเงินของครัวเรือน

เมื่อค่าไฟมีแนวโน้มสะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น คนที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้อาจได้เปรียบทั้งในด้านค่าครองชีพและต้นทุนดำเนินชีวิต ขณะที่ภาคธุรกิจที่ลงทุนด้านพลังงานได้เร็วกว่าก็มีโอกาสลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้มากกว่า

ท้ายที่สุด การผลักดันโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือนไม่ได้เป็นเพียงนโยบายพลังงาน แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยในการรับมือกับโลกพลังงานที่ผันผวน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว