รัฐบาลมองมาถูกทางหลัง 'R&I' คงเครดิตฯไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่ากรณีที่ R&I สถาบันจัดอันดับชั้นนำของญี่ปุ่น ประกาศคงอันดับความเชื่อถือไทยที่ระดับ A- สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

โดยในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการประกาศนโยบายไทยแลนด์พลัส  ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาใน 10 ด้านหลักที่สอดคล้องกับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตโดยเฉพาะในกลุ่ม AI และ EV ซึ่งจะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อน และการเติบโตเศรษฐกิจในระยะยาวได้



สรุปข่าว

รมว.คลัง ชี้นโยบายเศรษฐกิจมาถูกทาง หลังเครดิตเรตติ้งญี่ปุ่น 'R&I' คงเครดิตฯไทยระดับ A- หนุน "ไทยแลนด์ 10 พลัส" ปูทางสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอนาคต ทั้ง AI และ EV ชี้เครดิตเรตติ้งญี่ป่นไม่ห่วงประเด็นกู้เงินเพิ่ม หลังตัวชี้วัดการคลังยังแกร่ง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่ากรณีที่ R&I สถาบันจัดอันดับชั้นนำของญี่ปุ่น ประกาศคงอันดับความเชื่อถือไทยที่ระดับ A- สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

โดยในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการประกาศนโยบายไทยแลนด์พลัส  ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาใน 10 ด้านหลักที่สอดคล้องกับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตโดยเฉพาะในกลุ่ม AI และ EV ซึ่งจะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อน และการเติบโตเศรษฐกิจในระยะยาวได้



นอกจากนี้ R&I ได้พิจารณาถึงแผนการคลังระยะปานกลางของรัฐบาล ที่ตั้งเป้าจะลดการขาดดุลการคลังให้ต่ำกว่า 3% ให้ได้ตามกรอบความยั่งยืนทางการคลัง แม้ว่าในปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่ประมาณ 64% แต่ทางสถาบันฯ R&I ไม่ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาเงินกู้ของรัฐบาลไทยในอนาคต

เนื่องจากโครงสร้างหนี้ส่วนใหญ่ของไทยเป็นหนี้ในประเทศ ประกอบกับไทยยังมีตัวชี้วัดด้านปัจจัยต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ทั้งดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุล ระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูง และการเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) อย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ การที่สถาบันจัดอันดับความเชื่อถือระดับโลกยังคงเชื่อมั่นในประเทศไทย เป็นเครื่องยืนยันว่านโยบายการปรับโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจและการบริหารจัดการการเงินการคลังของรัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว แม้จะอยู่ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ตามที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงก็ตาม

อย่างไรก็ตามในรายงานของ R&I มีประเด็นเรื่องการปฏิรูปการจัดเก็บภาษีเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว เช่น การลดภาระกองทุนน้ำมันและการพิจารณาเรื่องปฏิรูปภาษี ทั้งนี้ในเรื่องของภาษีนั้นรัฐบาลขอยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายที่จะดำเนินการเรื่องนี้ โดยรัฐบาลตระหนักและเห็นใจประชาชนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพ และจะยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยเหลือประชาชน ลดค่าครองชีพและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจควบคู่กันไป

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN