โลกจับตา! "ทรัมป์" เยือนจีนเกมใหญ่เดิมพันการค้า–อิหร่าน

Share on Line Share on Facebook Share on X

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตรียมเปิดฉากหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง โดยมีเดิมพันสำคัญทั้งการรักษาข้อตกลงพักรบทางการค้า สงครามอิหร่าน และประเด็นอ่อนไหวอย่างการขายอาวุธให้ไต้หวัน การเยือนจีนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯ ต่อคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์รายใหญ่ นับตั้งแต่ทรัมป์เดินทางเยือนปักกิ่งเมื่อปี 2560 แต่บริบทครั้งนี้แตกต่างไปมาก เพราะทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศจากสงครามอิหร่าน ซึ่งกระทบคะแนนนิยม เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และสร้างความเสี่ยงทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน

ในคณะเดินทางครั้งนี้ ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจร่วมด้วย รวมถึงอีลอน มัสก์ และเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia ซึ่งสะท้อนว่า เวทีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการทูตระหว่างรัฐ แต่ยังเป็นเวทีของผลประโยชน์ทางธุรกิจโดยตรง หลายบริษัทอเมริกันต้องการคลี่คลายปัญหากับจีน ขณะที่ทรัมป์ต้องการผลักดันให้จีนเปิดตลาดมากขึ้นสำหรับธุรกิจสหรัฐฯ

สรุปข่าว

โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง ท่ามกลางเดิมพันใหญ่ทั้งการรักษาข้อตกลงพักรบทางการค้า สงครามอิหร่าน และประเด็นไต้หวัน ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการเปิดทางให้ธุรกิจอเมริกันเข้าจีนมากขึ้น แต่ครั้งนี้จีนดูเหมือนจะอยู่ในสถานะต่อรองที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตรียมเปิดฉากหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง โดยมีเดิมพันสำคัญทั้งการรักษาข้อตกลงพักรบทางการค้า สงครามอิหร่าน และประเด็นอ่อนไหวอย่างการขายอาวุธให้ไต้หวัน การเยือนจีนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯ ต่อคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์รายใหญ่ นับตั้งแต่ทรัมป์เดินทางเยือนปักกิ่งเมื่อปี 2560 แต่บริบทครั้งนี้แตกต่างไปมาก เพราะทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศจากสงครามอิหร่าน ซึ่งกระทบคะแนนนิยม เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และสร้างความเสี่ยงทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน

ในคณะเดินทางครั้งนี้ ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจร่วมด้วย รวมถึงอีลอน มัสก์ และเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia ซึ่งสะท้อนว่า เวทีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการทูตระหว่างรัฐ แต่ยังเป็นเวทีของผลประโยชน์ทางธุรกิจโดยตรง หลายบริษัทอเมริกันต้องการคลี่คลายปัญหากับจีน ขณะที่ทรัมป์ต้องการผลักดันให้จีนเปิดตลาดมากขึ้นสำหรับธุรกิจสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม อำนาจต่อรองครั้งนี้ไม่ได้เหมือนเดิม นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากการเยือนเมื่อปี 2560 จีนยังพยายามแสดงสถานะมหาอำนาจที่กำลังเติบโตต่อสหรัฐฯ แต่ครั้งนี้เป็นสหรัฐฯ เองที่ยอมรับบทบาทของจีนมากขึ้น ในฐานะหนึ่งในสองขั้วอำนาจหลักของโลก

โดยทั้งสองฝ่ายยังต้องการรักษาข้อตกลงพักรบทางการค้า ที่ช่วยให้สหรัฐฯ ระงับการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนระดับรุนแรง ขณะที่จีนถอยจากการจำกัดอุปทานแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงอาวุธ สหรัฐฯ ต้องการขายเครื่องบินโบอิ้ง สินค้าเกษตร และพลังงานให้จีนมากขึ้น เพื่อลดการขาดดุลการค้า ส่วนจีนต้องการให้สหรัฐฯ ผ่อนคลายข้อจำกัดด้านเครื่องจักรผลิตชิปและเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง

อีกประเด็นใหญ่คือสงครามอิหร่าน ทรัมป์คาดหวังให้จีนช่วยกดดันเตหะรานเข้าสู่ข้อตกลงกับวอชิงตัน แต่จีนอาจไม่ต้องการกดดันอิหร่านหนักเกินไป เพราะอิหร่านยังมีคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะตัวถ่วงดุลอิทธิพลสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน ประเด็นไต้หวันจะเป็นวาระสำคัญของฝ่ายจีน โดยปักกิ่งคัดค้านอย่างหนักต่อการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้ไต้หวัน โดยเฉพาะแพ็กเกจมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์ที่ยังรอการอนุมัติจากทรัมป์

การประชุมครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การพบกันของสองผู้นำ แต่เป็นเวทีทดสอบสมดุลอำนาจใหม่ ระหว่างสหรัฐฯ ที่ต้องการดีลทางเศรษฐกิจและทางออกจากสงคราม กับจีนที่กำลังยืนอยู่ในตำแหน่งต่อรองแข็งแกร่งกว่าเดิม

ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/world/china/trump-xi-set-beijing-talks-with-trade-truce-iran-war-stake-2026-05-13/

ที่มารูปภาพ : -