"เอกนิติ"ชี้ไทยหลุมหลบภัยลงทุนต่างชาติ

Share on Line Share on Facebook Share on X
"เอกนิติ"ชี้ไทยหลุมหลบภัยลงทุนต่างชาติ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทุนจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 ข้อมูลการลงทุนจริงของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) พบว่ามีการเติบโตถึงร้อยละ 18 หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 260,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขการลงทุนผ่านบีโอไอนั้นคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 25-30 ของการลงทุนภาคเอกชนทั้งหมด

โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้การลงทุนเติบโต มาจากการที่ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสไว้ได้ ประกอบกับนโยบาย "BOI Fast Pass" ที่เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งโอกาสจากสถานการณ์โลกที่กำลังปั่นป่วน ประเทศไทยได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยหรือ "หลุมหลบภัย" (Safe Haven) ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและซัพพลายเชนใหม่ๆ เข้ามา อีกทั้งยังเห็นสัญญาณที่ดีจากการที่ธุรกิจไทยสามารถก้าวข้ามเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สรุปข่าว

ไทยกลายเป็นหลุมหลบภัยต่างชาติ! "เอกนิติ" เผย ช่วยดันยอดลงทุนจริงไตรมาส 1 พุ่งร้อยละ 18 มั่นใจดันจีดีพีไทยแตะร้อยละ 3 ใน 1-2 ปี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทุนจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 ข้อมูลการลงทุนจริงของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) พบว่ามีการเติบโตถึงร้อยละ 18 หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 260,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขการลงทุนผ่านบีโอไอนั้นคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 25-30 ของการลงทุนภาคเอกชนทั้งหมด

โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้การลงทุนเติบโต มาจากการที่ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสไว้ได้ ประกอบกับนโยบาย "BOI Fast Pass" ที่เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งโอกาสจากสถานการณ์โลกที่กำลังปั่นป่วน ประเทศไทยได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยหรือ "หลุมหลบภัย" (Safe Haven) ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและซัพพลายเชนใหม่ๆ เข้ามา อีกทั้งยังเห็นสัญญาณที่ดีจากการที่ธุรกิจไทยสามารถก้าวข้ามเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นอกจากนี้ โครงสร้างอุตสาหกรรมไทยยังเริ่มส่งสัญญาณการปรับตัวเชิงบวก โดยภาคธุรกิจสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดซัพพลายเชนใหม่ๆ ให้เคลื่อนย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศ

ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งดำเนินการปลดล็อคกฎกติกาต่างๆ อย่างเข้มข้น เพื่อทำให้การลงทุนทำได้ง่ายขึ้น และผลักดันให้เกิดการแปลงสถานะจากการแค่การสมัครขอรับการส่งเสริมการลงทุนให้กลายเป็นการลงทุนจริง โดยคาดหวังว่าจะสามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงในปีนี้ได้ร้อยละ 5-6 ของยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด


ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าการลงทุนจะเป็นแหล่งการเติบโตใหม่ของเศรษฐกิจไทย หากสามารถขับเคลื่อนการปลดล็อคข้อจำกัดต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง การยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้ไปถึงเป้าหมายที่ระดับร้อยละ 3 พลัส ภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ ทำได้แน่นอน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN