
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังต้องเผชิญความเสี่ยงจาก ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อ ทั่วโลก
โดยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือนเมษายน 2569 ภาพรวมดัชนีอยู่ที่ระดับ 114.16 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ "ทรงตัว (Neutral)" แต่ถือเป็นการปรับตัวดีขึ้น และเป็นการดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมาหลังจากที่ตกลงไปในเดือนก่อนหน้า มีปัจจัยหนุน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่ง เป็นปัจจัยบวกที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด รวมถึงตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่พุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านบาทในไตรมาสเดียว ซึ่งสะท้อนภาพรวมที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา
ส่วนปัจจัยฉุดตลาดในปัจจุบัน คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยหลักที่กดดันความเชื่อมั่นมากที่สุด รวมถึงความกังวลเรื่องสงครามการค้า และวินัยทางการคลังของไทย
สรุปข่าว
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังต้องเผชิญความเสี่ยงจาก ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อ ทั่วโลก
โดยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือนเมษายน 2569 ภาพรวมดัชนีอยู่ที่ระดับ 114.16 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ "ทรงตัว (Neutral)" แต่ถือเป็นการปรับตัวดีขึ้น และเป็นการดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมาหลังจากที่ตกลงไปในเดือนก่อนหน้า มีปัจจัยหนุน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่ง เป็นปัจจัยบวกที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด รวมถึงตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่พุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านบาทในไตรมาสเดียว ซึ่งสะท้อนภาพรวมที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา
ส่วนปัจจัยฉุดตลาดในปัจจุบัน คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยหลักที่กดดันความเชื่อมั่นมากที่สุด รวมถึงความกังวลเรื่องสงครามการค้า และวินัยทางการคลังของไทย
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันมองดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเริ่มสะท้อนมุมมองเชิงบวกมากขึ้น โดยดัชนีกลับมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 1,500 จุด แต่นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการลงทุน เนื่องจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ยังเป็นความเสี่ยงที่สูงและรุนแรงมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี เป็นตัวกำหนดชะตากรรมของสินทรัพย์ทั่วโลก ซึ่งคาดการณ์สถานการณ์ได้ยากและพลิกผันได้ตลอดเวลา และมีโอกาสที่จะเห็นความไม่แน่นอนเช่นนี้เกิดต่อเนื่องในระยะ 2 ปีครึ่งนับจากนี้
ส่วนแนวโน้มระยะสั้นในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ มีความน่ากังวลเรื่องปรากฏการณ์ Sell in May โดยเฉพาะหากสถานการณ์ระหว่างอเมริกาและอิหร่านไม่สามารถตกลงกันได้ ดัชนีอาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่หากเจรจากันได้ หุ้นก็อาจไปต่อได้ดีกว่าที่เป็นอยู่
อย่างไรก็ดี คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ในระดับ 1.5-2% ตามเดิม จากความผันผวนที่มีมากขึ้น มองว่ายังเร็วไปที่จะปรับจากทั้งข่าวดีและข่าวร้ายที่เข้ามากระทบ แต่ในอีก 3 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจไทยมีโอกาสที่จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากการที่เครื่องยนต์เศรษฐกิจชุดเก่าถูกเปลี่ยนเป็นชุดใหม่
แต่หากไทยสามารถดึงการลงทุนและดึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เข้ามาได้สำเร็จ โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เศรษฐกิจไทยจะมีโอกาสเติบโตได้ถึง 4 - 4.5%
แต่โจทย์ที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 นี้ คือ "การเอาตัวรอด" จากวิกฤต มากกว่าการตั้งเป้าการเติบโตสูงๆ
สำหรับผลของ พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลต่อเศรษฐกิจไทยนั้น นายกอบศักดิ์ ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่าการกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจล่วงหน้าเป็นเรื่องที่ดี (กันไว้ดีกว่าแก้) แต่ข้อเสนอแนะต่อการใช้เงินนั้นมองว่าไม่ควรนำเงินไปใช้พยุงราคาน้ำมัน เพียงอย่างเดียว เพราะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจจะไม่จบง่ายๆ สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยควรนำเงินไปใช้ปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ เช่น โครงการส่งเสริม Solar Rooftop ที่อาจทำเหมือนโครงการคนละครึ่งที่รัฐช่วยหนุนบงส่วน ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าและช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางได้ หรือ ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นต้น
ส่วนในรายละเอียดของภาคธุรกิจไทย แม้ว่าการส่งออกและการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมามีการขยายตัวในทิศทางที่ดีกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะกลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับกระแสเทคโนโลยี AI (AI Boom )ในอเมริกา ซึ่งเป็นความต้องการใช้งานจริงในภาคธุรกิจทั่วโลก ส่วนแนวโน้มการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีความน่ากังวล และอาจได้รับผลกระทบหนักกว่าที่คิด เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้คนไม่กล้าเดินทาง รวมถึงปัญหาค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น และมีการยกเลิกเที่ยวบิน
ถามว่าการพบกันของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนในสัปดาห์นี้ (13-15 พ.ค. 2569) จะช่วยให้สถานการณ์ในสงครามอิหร่านผ่อนคลายลงได้หรือไม่นั้น
ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย มองว่า ยังคาดหวังได้น้อย การประชุมในวันที่ 14-15 พ.ค.นี้ถูกมองว่าเป็นเพียงการพบปะเพื่อถ่ายรูป และสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แต่ยากที่จะหาคำตอบร่วมกันในประเด็นที่ขัดแย้งที่รุนแรงได้ เช่น เรื่องไต้หวัน และการที่จีนซื้อน้ำมันจากอิหร่าน
บวกกับท่าทีของอเมริกาต่อข้อเสนอของอิหร่านล่าสุดนั้น "ทรัมป์ " ยังระบุถึง การยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง" (Totally unacceptable) และสหรัฐฯ ยังมีการเตรียม "แผน B" ซึ่งรวมถึงการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ทางทหาร เพื่อเตรียมจัดการขั้นสูงสุดหากการเจรจาล้มเหลวด้วย
สำหรับมุมมองต่อการลงทุนในภาวะสถานการณ์ยังผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนด้าน Geopolitics นั้น ประธานกรรมการ FETCO กล่าวว่า กลุ่มหุ้นในธุรกิจที่เป็นทางรอดในภาวะที่ความผันผวนยังสูงนั้น มี 3 กลุ่ม ดังนี้ 1) กลุ่มอาหาร (Food) : เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์และมีความต้องการสม่ำเสมอไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร
2) กลุ่มแบงก์ (Bank) : ถือเป็นกลุ่มที่ มั่นคงและปลอดภัย ต่อเงินต้นของนักลงทุนในภาวะผันผวน และ กลุ่มปิโตรเคมี (Petrochemical) : จะได้รับอานิสงส์ในช่วงที่ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ติดตามกลุ่ม AI และ Data Center ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการลงทุนในอนาคต แต่ต้องระวังเรื่องราคาที่ปรับตัวขึ้นมาสูงแล้ว
ทั้งนี้ สำหรับมาตรการดูแลตลาดทุน FETCO ได้เตรียมข้อเสนอที่จะเข้าไปพบกับรัฐบาล โดยมีกำหนดนัดหมายพบกับกระทรวงการคลังกลางเดือนมิ.ย. 2569 นี้ เพื่อเสนอรายละเอียดในเรื่อง (Thailand Individual Savings Account) เป็นบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุนในหุ้น , การส่งเสริมธุรกิจใหม่ๆ โดยให้ธุรกิจต่างชาติที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากสคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการใช้ประโยชน์จากตลาดทุนในการเข้าจดทะเบียน (BOI to IPO) และลดข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้ามาลงทุน เป็นต้น
- FETCO ความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า “ทรงตัว” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนหุ้นไทย
- จับตา Sell in May! เตือนระวังความขัดแย้งตะวันออกกลางปะทุ ชี้เป้า "อิเล็กทรอนิกส์" โดดเด่นรับส่งออกฟื้น
- FETCO ชี้ดัชนีเชื่อมั่นต้นปี 69 พุ่ง รับแรงหนุนเงินไหลเข้า เลือกตั้งดันตลาดหุ้น
- FETCO ชี้ความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า “ร้อนแรง” ปัจจัยบวกการเมืองหลังหนุน
- FETCO เสนอ Quick-Big Win ถึงมือนายกฯ ช่วยดันตลาดหุ้น
ที่มาข้อมูล : สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)
ที่มารูปภาพ : ถ่ายภาพเอง
