
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 3–6 พฤษภาคม 2569 คณะรัฐบาลไทยมีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เพื่อหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรุงวอชิงตัน ดีซี
การเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐภายใต้มาตรา 301 ภายหลังจากที่ไทยได้ยื่นคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้ากับสหรัฐอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยมีภาคเอกชนไทย รวมถึงสภาหอการค้าไทย เข้าร่วมสนับสนุนและประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ คณะไทยยังมีกำหนดหารือกับทั้ง USTR และ USCC ซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนรายสำคัญในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการลงทุนและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจระหว่างกัน ตลอดจนร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับพันธมิตรทางธุรกิจในสหรัฐ โดยภาคเอกชนไทยได้แสดงความพร้อมในการเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ เพื่อสนับสนุนความสมดุลทางการค้า
สรุปข่าว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 3–6 พฤษภาคม 2569 คณะรัฐบาลไทยมีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เพื่อหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรุงวอชิงตัน ดีซี
การเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐภายใต้มาตรา 301 ภายหลังจากที่ไทยได้ยื่นคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้ากับสหรัฐอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยมีภาคเอกชนไทย รวมถึงสภาหอการค้าไทย เข้าร่วมสนับสนุนและประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ คณะไทยยังมีกำหนดหารือกับทั้ง USTR และ USCC ซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนรายสำคัญในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการลงทุนและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจระหว่างกัน ตลอดจนร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับพันธมิตรทางธุรกิจในสหรัฐ โดยภาคเอกชนไทยได้แสดงความพร้อมในการเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ เพื่อสนับสนุนความสมดุลทางการค้า
ก่อนการเดินทาง ได้มีการหารือร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อกำหนดท่าทีของไทยให้เป็นเอกภาพในทุกมิติ ทั้งด้านการค้า การลงทุน การเปิดตลาด และการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ
การเยือนสหรัฐในครั้งนี้จึงนับว่ามีนัยสำคัญต่อการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ การกระชับความสัมพันธ์กับคู่ค้าหลัก และการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยไทยมีแผนเจรจาขอให้สหรัฐพิจารณาผ่อนปรนหรือยกเว้นการจัดเก็บภาษีสินค้าบางรายการ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่สหรัฐไม่สามารถผลิตได้เอง เช่น ข้าวหอมมะลิ
ทั้งนี้ ไทยยังมุ่งยกระดับความร่วมมือกับสหรัฐในประเด็นสำคัญ อาทิ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับและแรงงานเด็กอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างมาตรฐานทางการค้าที่เป็นธรรมในระดับสากล
- ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ตีตกคำร้อง "ทรัมป์" ยื้อเวลาคืนภาษีนำเข้า
- ผู้ว่าการรัฐ "นิวยอร์ก" จี้คืนภาษี 13,500 ล้านดอลลาร์ หลัง "ภาษีทรัมป์" ถูกคว่ำ ระบุแต่ละครัวเรือนแบกภาระเพิ่ม 1,751 ดอลลาร์
- "ทรัมป์" จุดสงครามภาษีรอบใหม่ เก็บภาษีนำเข้า 15% จากทุกประเทศ
- "บิทคอยน์" ทรุดอีกรอบ หลัง "ทรัมป์" ดิ้นรีดภาษีทั่วโลก 15% ฉุดราคาหลุด 65,000 ดอลลาร์
- ดร.กอบศักดิ์ เตือนระวัง "สงครามการค้าโลก" ยกที่ 2 ชี้รุนแรง-ซับซ้อนขึ้น หลังสหรัฐฯประกาศขึ้นภาษี Global Tariff 15%
