ไฟเขียว 55 โครงการ ยกระดับธุรกิจไทยสู่ยุค AI คาดสร้างงาน 1,500 ตำแหน่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไฟเขียว 55 โครงการ ยกระดับธุรกิจไทยสู่ยุค AI คาดสร้างงาน 1,500 ตำแหน่ง

ไฟเขียว 55 โครงการ อัปเกรด AI–ระบบอัตโนมัติ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมและการลงทุนยุคใหม่มากขึ้น 

โดยใช้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นกลไกช่วยให้ธุรกิจไทยลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ควบคู่กับการสร้างบุคลากรทักษะสูง เพื่อให้ธุรกิจไทยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และขยับขึ้นไปมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงขึ้น

โดยเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจา ภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เห็นชอบสนับสนุนโครงการใหม่รวม 55 โครงการ 

แบ่งเป็นมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือ Business Transformation จำนวน 48 โครงการ และมาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ หรือ Skill Bridge จำนวน 7 โครงการ

สรุปข่าว

เดินหน้าสร้าง “ธุรกิจไทย-คนไทย” ให้พร้อมรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รัฐบาลเห็นชอบ 55 โครงการใหม่ วงเงินลงทุนรวม 3,847 ล้านบาท พร้อมเงินสนับสนุน 1,970 ล้านบาท ครอบคลุมการยกระดับเทคโนโลยี AI ระบบอัตโนมัติ และการพัฒนาบุคลากร หวังให้ไทยไม่ใช่แค่ฐานรับเงินลงทุน แต่ธุรกิจและแรงงานไทยเติบโตไปพร้อมกัน

ไฟเขียว 55 โครงการ อัปเกรด AI–ระบบอัตโนมัติ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมและการลงทุนยุคใหม่มากขึ้น 

โดยใช้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นกลไกช่วยให้ธุรกิจไทยลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ควบคู่กับการสร้างบุคลากรทักษะสูง เพื่อให้ธุรกิจไทยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และขยับขึ้นไปมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงขึ้น

โดยเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจา ภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เห็นชอบสนับสนุนโครงการใหม่รวม 55 โครงการ 

แบ่งเป็นมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือ Business Transformation จำนวน 48 โครงการ และมาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ หรือ Skill Bridge จำนวน 7 โครงการ

สำหรับมาตรการ Business Transformation รอบใหม่นี้ มีโครงการที่ได้รับความเห็นชอบ 48 โครงการ เงินลงทุนรวม 3,540 ล้านบาท และวงเงินสนับสนุน 1,663 ล้านบาท ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา การเพิ่มประสิทธิภาพกิจการด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การนำระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ 

ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมสีเขียว โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้ผู้ประกอบการไทยมีเทคโนโลยีและประสิทธิภาพเพียงพอที่จะเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

เมื่อรวมกับโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ มาตรการ Business Transformation มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมแล้ว 66 โครงการ เงินลงทุนรวม 5,806 ล้านบาท วงเงินสนับสนุนรวม 2,796 ล้านบาท โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประเมินว่า โครงการทั้งหมดจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการประมาณ 3,900 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มการจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการภายในประเทศกว่า 7,100 ล้านบาทต่อปี 

สะท้อนว่าประโยชน์จากการลงทุนจะไม่ได้อยู่เฉพาะบริษัทที่ได้รับการส่งเสริม แต่จะเชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน ซัพพลายเออร์ และธุรกิจบริการของไทยในห่วงโซ่อุปทาน

คาดสร้างงาน 1,500 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ คาดว่าจะเกิดการจ้างงานทั้งระดับปฏิบัติการและงานทักษะสูงประมาณ 1,500 ตำแหน่ง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานไทยกว่า 3,800 ราย ช่วยเพิ่มโอกาสให้บริษัทไทยสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต เชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมใหม่ และเข้าไปอยู่ในส่วนของห่วงโซ่อุปทานที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

เร่งเตรียม “คนไทย” ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเร่งเตรียม “คนไทย” ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดยมาตรการ Skill Bridge รอบนี้ได้รับความเห็นชอบเพิ่มอีก 7 โครงการ วงเงินสนับสนุน 307 ล้านบาท มีแผนพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10,180 คน เมื่อรวมโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ มีโครงการภายใต้มาตรการ Skill Bridge แล้ว 42 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 2,029 ล้านบาท และมีแผนพัฒนาบุคลากรรวม 76,728 คน

โครงการพัฒนาบุคลากรจะต้องผ่านการพิจารณาทั้งด้านมาตรฐานหลักสูตร ความเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ความเชี่ยวชาญของผู้ฝึกอบรม และความพร้อมในการจัดฝึกอบรม เพื่อให้ทักษะที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้จริง และช่วยให้แรงงานไทยรองรับงานที่มีทักษะและมูลค่าสูงขึ้น

“วันนี้โจทย์ของรัฐบาลไม่ใช่เพียงทำอย่างไรให้มีเงินลงทุนเข้าประเทศมากขึ้น แต่ต้องทำอย่างไรให้การลงทุนเหล่านั้นสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยและคนไทยมากขึ้นด้วย เราจึงต้องเร่งยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึง AI ระบบอัตโนมัติ งานวิจัยและเทคโนโลยีใหม่ 

พร้อมสร้างคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม เพื่อให้เมื่ออุตสาหกรรมใหม่เติบโตในประเทศไทย ธุรกิจไทยสามารถเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานและรับประโยชน์จากการเติบโตนั้นได้มากขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากรวมทั้งมาตรการ Business Transformation และ Skill Bridge ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมสะสมแล้ว 108 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 4,825 ล้านบาท โดย 55 โครงการเป็นโครงการใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ส่วน 108 โครงการเป็นยอดสะสมรวมโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้

รัฐบาลมุ่งให้การส่งเสริมการลงทุนเดินไปพร้อมกับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งการยกระดับเทคโนโลยีของบริษัทไทย การพัฒนากำลังคน การเพิ่มการจัดซื้อในประเทศ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานรองรับเงินลงทุน แต่มีผู้ประกอบการและบุคลากรไทยที่สามารถเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล

ที่มารูปภาพ : AFP Created by ai

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ

แท็กบทความ

ธุรกิจไทย
อัปเกรด AI
สร้างคนทักษะสูง
อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์