ปลดล็อกเงินชราภาพ เปิดทางผู้ประกันตน “เลือกเงินก้อน-ถอนใช้ยามวิกฤต-ใช้ค้ำเงินกู้”

Share on Line Share on Facebook Share on X
ปลดล็อกเงินชราภาพ เปิดทางผู้ประกันตน “เลือกเงินก้อน-ถอนใช้ยามวิกฤต-ใช้ค้ำเงินกู้”

ปลดล็อกเงินชราภาพสิทธิประโยชน์ประกันสังคม 

การบริหารเงินออมชราภาพกำลังจะเปลี่ยนผ่านสู่บทใหม่ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงยิ่งขึ้น เมื่อรัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการ “3 ขอ” (ขอเลือก ขอคืน ขอกู้) ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมฉบับใหม่ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเดิมๆ และส่งมอบอำนาจในการวางแผนทางการเงินคืนสู่มือคนทำงาน 

การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้ไม่เพียงแต่มุ่งตอบสนองเสียงเรียกร้องของผู้ประกันตนอย่างตรงจุด แต่ยังเปลี่ยนมุมมองต่อ “เงินออมเพื่อวัยเกษียณ” ไม่ให้เป็นเพียงหลักประกันในอนาคต ทว่าสามารถกลายเป็นที่พึ่งทางการเงินที่จับต้องได้ในวันที่ประชาชนต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตนำเงินสมทบบางส่วนมาใช้บรรเทาความเดือดร้อนโดยไม่ต้องรอจนถึงวัยเกษียณ

รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการ “3 ขอ” 

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการ “3 ขอ” ได้แก่ “ขอเลือก ขอคืน ขอกู้” เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของผู้ประกันตน ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยมุ่งตอบสนองเสียงเรียกร้องของผู้ประกันตนที่ต้องการมีทางเลือกในการบริหารเงินออมเพื่อวัยเกษียณ และสามารถเข้าถึงเงินบางส่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์จำเป็น


สรุปข่าว

ปลดล็อกเงินชราภาพสิทธิประโยชน์ประกันสังคม รัฐบาลเดินหน้า “3 ขอ” เปิดทางผู้ประกันตน “เลือกเงินก้อน–ถอนใช้ยามวิกฤต–ใช้ค้ำเงินกู้” เพิ่มทางเลือกทางการเงินให้คนทำงาน

ปลดล็อกเงินชราภาพสิทธิประโยชน์ประกันสังคม 

การบริหารเงินออมชราภาพกำลังจะเปลี่ยนผ่านสู่บทใหม่ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงยิ่งขึ้น เมื่อรัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการ “3 ขอ” (ขอเลือก ขอคืน ขอกู้) ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมฉบับใหม่ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเดิมๆ และส่งมอบอำนาจในการวางแผนทางการเงินคืนสู่มือคนทำงาน 

การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้ไม่เพียงแต่มุ่งตอบสนองเสียงเรียกร้องของผู้ประกันตนอย่างตรงจุด แต่ยังเปลี่ยนมุมมองต่อ “เงินออมเพื่อวัยเกษียณ” ไม่ให้เป็นเพียงหลักประกันในอนาคต ทว่าสามารถกลายเป็นที่พึ่งทางการเงินที่จับต้องได้ในวันที่ประชาชนต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตนำเงินสมทบบางส่วนมาใช้บรรเทาความเดือดร้อนโดยไม่ต้องรอจนถึงวัยเกษียณ

รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการ “3 ขอ” 

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการ “3 ขอ” ได้แก่ “ขอเลือก ขอคืน ขอกู้” เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของผู้ประกันตน ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยมุ่งตอบสนองเสียงเรียกร้องของผู้ประกันตนที่ต้องการมีทางเลือกในการบริหารเงินออมเพื่อวัยเกษียณ และสามารถเข้าถึงเงินบางส่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์จำเป็น


“เลือกเงินก้อน–ถอนใช้ยามวิกฤต–ใช้ค้ำเงินกู้”

หัวใจสำคัญของมาตรการนี้ คือ “เงินออมเพื่อวัยเกษียณ ไม่ควรเป็นเพียงหลักประกันในวันข้างหน้า แต่ควรมีความยืดหยุ่นเพื่อช่วยประคองชีวิตในวันที่ประชาชนเผชิญวิกฤตด้วย” โดยร่างกฎหมายกำหนดแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1. “ขอเลือก” เลือกอนาคตการเงินได้ด้วยตัวเอง

เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน และเข้าเงื่อนไขอายุหรือการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมาย สามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินชราภาพเป็น “บำนาญรายเดือน” หรือ “บำเหน็จเงินก้อน” เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นและแผนชีวิตของแต่ละคน

2. “ขอคืน” ยามเกิดภัยพิบัติ ไม่ต้องรอถึงวัยเกษียณ

กรณีเกิดวิกฤตหรือภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่อย่างร้ายแรง ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนก่อนถึงเกณฑ์ปกติได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองชีวิตในช่วงเวลายากลำบาก

3. “ขอกู้” เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุน โดยใช้สิทธิเงินชราภาพเป็นหลักประกัน

ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถนำเงินสมทบกรณีชราภาพบางส่วนไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ทำข้อตกลงกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ การใช้สิทธิ “ขอคืน” และ “ขอกู้” รวมกัน ต้องไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินสมทบกรณีชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานคำนวณค่าจ้างขั้นสูงของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการช่วยเหลือในปัจจุบันกับความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ


มาตรการ “3 ขอ” อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขกฎหมาย

ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลและกระทรวงแรงงานจะผลักดันให้การปรับปรุงกฎหมายเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมคำนึงถึงความมั่นคงของกองทุนประกันสังคมและสิทธิประโยชน์ระยะยาวของผู้ประกันตน

รัฐบาลรับฟังเสียงของผู้ประกันตน และกำลังผลักดันให้ข้อเรียกร้องกลายเป็นสิทธิที่จับต้องได้ เพราะเงินประกันสังคมไม่ใช่เพียงตัวเลขในระบบ แต่เป็นหลักประกันชีวิตของคนทำงานและครอบครัว การเพิ่มทางเลือกจึงต้องตอบโจทย์ทั้งวันที่ประชาชนเดือดร้อน และวันที่ประชาชนก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ

มาตรการ “3 ขอ” ยังอยู่ในขั้นตอนการแก้ไขกฎหมาย ผู้ประกันตนจึงยังไม่สามารถใช้สิทธิใหม่ได้ในขณะนี้ โดยจะต้องรอให้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องมีผลใช้บังคับก่อน ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันระบบประกันสังคมให้มีความยืดหยุ่น เป็นธรรม และตอบสนองต่อความจำเป็นของคนทำงานทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : AFP

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว