สถานการณ์น้ำ 17 ต.ค. 69 เฝ้าระวังฝนหนัก 19 จังหวัด

กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. โดยประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมติดตามพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและสนับสนุนเครื่องจักรกลเพื่อช่วยเหลือประชาชน
เตือน 19 จังหวัดเฝ้าระวังอุทกภัย
กรมชลประทานระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้หลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนัก
สำหรับช่วงวันที่ 18-20 ตุลาคม 2569 คาดว่าภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกต่อเนื่อง โดยบางพื้นที่อาจมีฝนตกหนักถึงหนักมาก
จากการติดตามปริมาณฝนที่ตกหนักและสะสมตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 กรมชลประทานระบุพื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยรวม 59 จังหวัด แบ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังปกติ 40 จังหวัด และพื้นที่ประสบอุทกภัย 19 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี นครนายก ปทุมธานี สระบุรี นครปฐม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี สิงห์บุรี นครสวรรค์ อ่างทอง ชัยนาท อุทัยธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี
สรุปข่าว
กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. โดยประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมติดตามพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและสนับสนุนเครื่องจักรกลเพื่อช่วยเหลือประชาชน
เตือน 19 จังหวัดเฝ้าระวังอุทกภัย
กรมชลประทานระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้หลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนัก
สำหรับช่วงวันที่ 18-20 ตุลาคม 2569 คาดว่าภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกต่อเนื่อง โดยบางพื้นที่อาจมีฝนตกหนักถึงหนักมาก
จากการติดตามปริมาณฝนที่ตกหนักและสะสมตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 กรมชลประทานระบุพื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยรวม 59 จังหวัด แบ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังปกติ 40 จังหวัด และพื้นที่ประสบอุทกภัย 19 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี นครนายก ปทุมธานี สระบุรี นครปฐม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี สิงห์บุรี นครสวรรค์ อ่างทอง ชัยนาท อุทัยธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี
เปิด 3 พื้นที่ฝนตกสะสมสูงสุด
รายงานปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมง พบว่าพื้นที่ที่มีฝนตกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- บ้านเวียคะตี้ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 89.5 มิลลิเมตร
- บ้านห้วยกบ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 88.0 มิลลิเมตร
- ตำบลสินปุน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ 86.6 มิลลิเมตร
เจ้าพระยาระบายน้ำ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สำหรับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานรายงานว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ 1,634 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะที่กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก รวม 480 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แบ่งเป็นฝั่งตะวันออก 201 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และฝั่งตะวันตก 279 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.47 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
นอกจากนี้ ยังมีการบริหารจัดการน้ำผ่านเขื่อนพระรามหก 363 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนที่มวลน้ำจะไหลผ่านพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณสถานี C.29B อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีอัตราการไหลเฉลี่ย 1,772 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
4 เขื่อนหลักเจ้าพระยามีน้ำรวม 76%
ข้อมูลปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวมถึงสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พบว่ามีปริมาณน้ำรวม 18,815 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 76% ของความจุอ่างรวม
เมื่อรวมปริมาณน้ำใช้การได้อยู่ที่ 12,108 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 67% ของความจุน้ำใช้การ โดยมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างรวม 40.59 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำรวม 21.95 ล้านลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 9,460 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 70% เขื่อนสิริกิติ์ 7,770 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 82% เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 793 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 84% และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 794 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 91% ของความจุอ่าง
กรมชลประทานส่งเครื่องจักรช่วยพื้นที่น้ำท่วม
ด้านมาตรการช่วยเหลือประชาชน กรมชลประทานได้สนับสนุนเครื่องจักรและเครื่องมือรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนปี 2569 รวม 929 หน่วย ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรกลสนับสนุนอื่น ๆ
พร้อมกันนี้ สำนักงานชลประทานที่ 9 ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมบริเวณปากคลองบ้านหมู่ ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง
ส่วนสำนักงานชลประทานที่ 14 ร่วมกับส่วนเครื่องจักรกล ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณคลองส่งน้ำสายใหญ่ 3 ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลหนองขนาน อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร
กรมชลประทานยังคงติดตามปริมาณฝน ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก และสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพอากาศและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
- ฝนตกหนักระลอกใหม่ 18-25 ต.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านหลายภาค ระวังท่วมฉับพลัน
- ฝนยังไม่หมด ฤดูหนาวมาช้า เตือน 21-25 ต.ค. กลาง-ตะวันออก-ใต้ฝนหนัก
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 17 ต.ค.69 อุตุฯ คาดการณ์ 17-19 ต.ค.ไทยตอนบนฝนลดลง ส่วนภาคใต้ระวังฝนหนัก
- ฤดูหนาวมาช้า! แถมหนาวน้อยกว่าปีก่อน เตือนจับตา “พายุ” ปลายปี
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 17-21 ต.ค. ฝนลดลง ยกเว้น “ภาคใต้” ระวังฝนหนัก-น้ำท่วมถึงปลายต.ค.
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน
บรรณาธิการออนไลน์
