น้ำเหนือเริ่มลด! เขื่อนเจ้าพระยาลดระบายต่อเนื่อง เร่งสูบน้ำท่วมขัง 24 ชม.

Share on Line Share on Facebook Share on X
น้ำเหนือเริ่มลด! เขื่อนเจ้าพระยาลดระบายต่อเนื่อง เร่งสูบน้ำท่วมขัง 24 ชม.

เขื่อนเจ้าพระยา ลดระบายต่อเนื่อง

วันนี้ (12 ต.ค. 69) ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน สามเสน นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ เข้าร่วมประชุม 

พร้อมถ่ายทอดผ่านระบบ VDO Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1–17 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนบริหารจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า  สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น หลังฝนตอนบนลดลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาลดลงต่อเนื่อง 

ล่าสุดเตรียมปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 16.00 น. วันนี้ (12 ตุลาคม 2569) เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ขณะเดียวกันยังเร่งระบายน้ำท่วมขังในลุ่มน้ำบางปะกงและคลองรังสิต พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเตรียมพร้อมรับฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้

สรุปข่าว

กรมชลประทานปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 1,900 ลบ.ม./วินาที ภายในวันนี้ หลังปริมาณน้ำเหนือมีแนวโน้มลดลง พร้อมเร่งระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่บางปะกง–คลองรังสิต ระดมเครื่องสูบน้ำและเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันเตรียมรับมือฝนตกหนักภาคใต้ช่วง 13–16 ต.ค. 69

เขื่อนเจ้าพระยา ลดระบายต่อเนื่อง

วันนี้ (12 ต.ค. 69) ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน สามเสน นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ เข้าร่วมประชุม 

พร้อมถ่ายทอดผ่านระบบ VDO Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1–17 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนบริหารจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า  สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น หลังฝนตอนบนลดลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาลดลงต่อเนื่อง 

ล่าสุดเตรียมปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 16.00 น. วันนี้ (12 ตุลาคม 2569) เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ขณะเดียวกันยังเร่งระบายน้ำท่วมขังในลุ่มน้ำบางปะกงและคลองรังสิต พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเตรียมพร้อมรับฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้

สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา 

ปริมาณฝนตอนบนเริ่มลดลง ล่าสุดวันนี้ (12 ตุลาคม 2569) เวลา 06.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,824 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 3.45 เมตร กรมชลประทานได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จาก 2,000 เหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 16.00 น. 

โดยลดเฉลี่ยชั่วโมงละประมาณ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่องพร้อมปรับลดการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง  เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน บรรเทาผลกระทบต่อประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา  

เขื่อนป่าสักชลสิทธ์  

ได้ปรับลดการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเขื่อนพระรามหก ที่ปรับลดการระบายเช่นเดียวกัน ส่งผลให้สถานการณ์น้ำตลิ่งด้านท้ายเขื่อนพระรามหก เริ่มคลี่คลายและคาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน 

ภาพรวมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ 

ปัจจุบัน(12 ตุลาคม 2569) มีปริมาณน้ำรวม 63,635 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 83 ของความจุเก็บกัก และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 13,056 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกรมชลประทานยังคงติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างและสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่

ลุ่มน้ำบางปะกง 

กรมชลประทานร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา โดยเสริมเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำในแม่น้ำบางปะกง เพื่อช่วยให้น้ำไหลออกจากพื้นที่ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ที่ยังมีน้ำสะสมอยู่ในพื้นที่ 

กรมชลประทานเร่งลำเลียงน้ำผ่านระบบคลองรังสิตและคลองแนวดิ่ง ไปยังสถานีสูบน้ำเพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกง พร้อมประสานการบริหารน้ำระหว่างพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้บางจุดยังมีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่ทำให้ระบายน้ำได้ช้า

การช่วยเหลือพื้นที่กรุงเทพมหานคร  

กรมชลประทานได้เสริมเครื่องสูบน้ำ Hydroflow  เพิ่มเติมที่สถานีปากคลองรังสิตและสถานีจุฬาลงกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดปริมาณน้ำท่วมขัง และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด ขณะที่ลุ่มน้ำท่าจีนและลุ่มน้ำแม่กลอง ยังคงเดินหน้าใช้เครื่องผลักดันน้ำรวม 20 เครื่อง ช่วยเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังและจุดเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติม

สถานการณ์น้ำที่จังหวัดเพชรบุรี  

ที่มีฝนตกต่อเนื่องช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างแก่งกระจานและอ่างเก็บน้ำแม่ประจันต์อย่างต่อเนื่อง  กรมชลประทาน ได้ปรับการระบายน้ำทั้ง 2 อ่างฯ  ให้สอดคล้องกัน พร้อมควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชรบุรีในขณะนี้ให้อยู่ในอัตรา 111 ลบ.ม./วินาที รวมกับรับน้ำส่วนที่เหลือเข้าระบบชลประทาน  เพื่อลดปริมาณน้ำจะไหลลงแม่น้ำเพชรบุรีให้ได้มากที่สุด  

ล่าสุดสถานการณ์น้ำเริ่มทรงตัวแต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าวันที่ 13-16 ตุลาคมนี้ จะมีฝนตกเพิ่มในพื้นที่ 

ไทยตอนบนมีแนวโน้มลดลง ใต้ตกต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้ฝนในประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มลดลงในช่วงวันที่ 12–16 ตุลาคม 2569 แต่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กรมชลประทานจึงกำชับหน่วยงานในพื้นที่เตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชนเมือง และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก 

เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดเหตุ  ที่สำคัญให้ติดตามการคาดการณ์ฝนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด  เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที  สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   และอธิบดีกรมชลประทาน 

ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือประสบเหตุฉุกเฉินด้านน้ำ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่โทร. 02-583-3495 สายด่วนกรมชลประทาน 1460 หรือช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน โดยกรมชลประทานยืนยันจะเดินหน้าบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขัง และช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ที่มาข้อมูล : ปภ.

ที่มารูปภาพ : ปภ.

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ