เช็กพื้นที่เสี่ยง! รัฐบาลเตือนฝนตกหนัก 12-18 ต.ค. จับตาเพชรบุรี-ภาคใต้

Share on Line Share on Facebook Share on X
เช็กพื้นที่เสี่ยง! รัฐบาลเตือนฝนตกหนัก 12-18 ต.ค. จับตาเพชรบุรี-ภาคใต้

อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณประตูระบายน้ำคลอง 12 ว่า รัฐบาลได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ร่วมบริหารจัดการน้ำในทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

สถานการณ์น้ำในสัปดาห์นี้

วันนี้ปริมาณการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลดลงจาก 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนพระราม 6 ปรับลดการระบายน้ำลงเช่นกัน ส่งผลให้ระดับน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ ประกอบกับในช่วงสัปดาห์นี้ไม่มีฝนตกเพิ่ม หรือมีฝนตกเพียงเล็กน้อย

สรุปข่าว

รัฐบาลเผยสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย หลังเขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำเหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำอยุธยาลดลง ขณะที่บางปะกงยังระบายช้าเพราะน้ำทะเลหนุน เตือนประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนักช่วง 12–18 ต.ค. โดยเฉพาะเพชรบุรีและภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณประตูระบายน้ำคลอง 12 ว่า รัฐบาลได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ร่วมบริหารจัดการน้ำในทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

สถานการณ์น้ำในสัปดาห์นี้

วันนี้ปริมาณการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลดลงจาก 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนพระราม 6 ปรับลดการระบายน้ำลงเช่นกัน ส่งผลให้ระดับน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ ประกอบกับในช่วงสัปดาห์นี้ไม่มีฝนตกเพิ่ม หรือมีฝนตกเพียงเล็กน้อย

พื้นที่ภาคตะวันตก 

โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี สถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวานนี้เกิดจากน้ำหลากเป็นหลัก เนื่องจากในสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝนส่วนใหญ่ตกบริเวณท้ายเขื่อน ส่วนจังหวัดกาญจนบุรีและลุ่มน้ำแม่กลองยังคงมีการระบายน้ำในปริมาณใกล้เคียงเดิม ทำให้บางจุดมีระดับน้ำล้นตลิ่ง ทั้งนี้ ปริมาณฝนในพื้นที่มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

ภาคตะวันออก 

ปัจจุบันเหลือพื้นที่บริเวณบางปะกงเพียงจุดเดียวที่ระดับน้ำลดลงช้า เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุน โดยกรมชลประทานและกองทัพเรือได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ 

นอกจากนี้ ยังมีแผนดำเนินโครงการระยะยาว ได้แก่ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง และโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย สำหรับภาคใต้ ขอให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวโน้มสภาพอากาศในสัปดาห์นี้ ช่วงวันที่ 12–13 ตุลาคม กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่าจะมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตก 

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก

ได้แก่ ภาคใต้และจังหวัดเพชรบุรี ส่วนช่วงวันที่ 14–15 ตุลาคม มีแนวโน้มฝนตกหนักบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และภาคใต้ 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปริมาณฝนจะไม่มากเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ช่วงปลายสัปดาห์ วันที่ 16–18 ตุลาคม ฝนจะเคลื่อนลงไปยังพื้นที่ภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน โดยจังหวัดที่อาจมีฝนตกหนัก ได้แก่ กระบี่ พังงา ระนอง ตรัง รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ