กรมชลฯ เร่งระบายน้ำท่วมขัง เพิ่มเครื่องสูบน้ำ-ช่วยประชาชน 24 ชั่วโมง

Share on Line Share on Facebook Share on X
กรมชลฯ เร่งระบายน้ำท่วมขัง เพิ่มเครื่องสูบน้ำ-ช่วยประชาชน 24 ชั่วโมง

วันนี้ (11 ตุลาคม 2569) ณ ห้องประชุมธาราปัญญาพัฒน์ ชั้น 2 สำนักงานชลประทานที่ 11 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและผลการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 

โดยมี นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อรายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง และร่วมกันกำหนดแนวทางเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้เร็วที่สุด

สรุปข่าว

กรมชลประทานเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง สั่งสำรวจจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม ระดมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำ พร้อมเตรียมถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัย ย้ำศูนย์ประสานงานบริหารจัดการน้ำวิกฤตพร้อมรับแจ้งเหตุและประสานความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

วันนี้ (11 ตุลาคม 2569) ณ ห้องประชุมธาราปัญญาพัฒน์ ชั้น 2 สำนักงานชลประทานที่ 11 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและผลการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 

โดยมี นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อรายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง และร่วมกันกำหนดแนวทางเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้เร็วที่สุด

ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทานได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในทุกพื้นที่อย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อน พร้อมกำชับให้เร่งสำรวจจุดที่จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดที่เหมาะสม รวมถึงระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งลดระดับน้ำท่วมขังและช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็ว

นอกจากการเร่งระบายน้ำแล้ว อธิบดีกรมชลประทานยังได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมด้านการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ โดยเฉพาะการจัดเตรียมถุงยังชีพ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ควบคู่ไปกับการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่า การช่วยเหลือประชาชนต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสอดคล้องกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับแจ้งเหตุและประสานความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อได้รับแจ้งปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชน จะต้องเร่งตรวจสอบข้อมูล ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ และส่งกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที 

พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ ให้เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที

กรมชลประทานยืนยันความพร้อมเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเร่งระบายน้ำ การสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือ และการบรรเทาความเดือดร้อนในด้านต่างๆ โดยจะไม่ละเลยทุกเสียงร้องขอความช่วยเหลือ พร้อมอยู่เคียงข้างประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับประชาชนที่ประสบปัญหาหรือมีความเดือดร้อนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ สามารถแจ้งเหตุและขอรับความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 

ที่มาข้อมูล : กรมชลประทาน

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ