ชาวสรรพยายังไม่กล้ากลับบ้าน เขื่อนเจ้าพระยาคงระบาย 2,300 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเริ่มมีแนวโน้มลดลง หลังปริมาณน้ำเหนือไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาลดเหลือ 1,991 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนยังคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็นวันที่ 2 เพื่อบรรเทาผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน และเตรียมพื้นที่รองรับฝนระลอกใหม่ช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคมนี้ ด้านชาวบ้าน 4 ตำบลใน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเผชิญน้ำท่วมต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 9 ยังไม่มั่นใจสถานการณ์ ต้องอาศัยริมถนนต่อไป
สรุปข่าว
สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเริ่มมีแนวโน้มลดลง หลังปริมาณน้ำเหนือไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาลดเหลือ 1,991 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนยังคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็นวันที่ 2 เพื่อบรรเทาผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน และเตรียมพื้นที่รองรับฝนระลอกใหม่ช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคมนี้ ด้านชาวบ้าน 4 ตำบลใน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเผชิญน้ำท่วมต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 9 ยังไม่มั่นใจสถานการณ์ ต้องอาศัยริมถนนต่อไป
เขื่อนเจ้าพระยาคงระบาย 2,300 ลบ.ม./วินาที รับมือฝนระลอกใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำบริเวณเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุดปริมาณน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา ผ่านสถานีวัดน้ำ C2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง โดยวัดได้ 1,991 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยายังคงอัตราการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นวันที่ 2 เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนที่ยังมีน้ำท่วมสูง และสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำเพื่อรองรับปริมาณฝนระลอกใหม่ที่คาดว่าจะตกหนักในช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคม ตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
สำหรับระดับน้ำเหนือเขื่อนล่าสุดลดลง 5 เซนติเมตร วัดได้ 15.98 เมตร รทก. ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนลดลง 12 เซนติเมตรในรอบ 24 ชั่วโมง วัดได้ 15.46 เมตร รทก.
การระบายน้ำในอัตราดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปจนถึง จ.พระนครศรีอยุธยา ลดลงประมาณ 5-15 เซนติเมตร
น้ำท่วมสรรพยาเข้าวันที่ 9 ชาวบ้านยังไม่กล้ากลับบ้าน
แม้ระดับน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะเริ่มลดลง แต่สถานการณ์น้ำท่วมใน 4 ตำบลของ อ.สรรพยา ยังคงน่าเป็นห่วง โดยระดับน้ำท่วมมีความลึกประมาณ 1-1.80 เมตร และสถานการณ์ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 9
ชาวบ้านระบุว่า แม้ระดับน้ำจะลดลงประมาณ 10-15 เซนติเมตร หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำ แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะปลอดภัยเพียงพอที่จะกลับเข้าบ้าน เนื่องจากกังวลว่าหากมีฝนตกลงมาเพิ่มเติม ระดับน้ำอาจกลับมาสูงขึ้นอีก ทำให้ต้องขนย้ายสิ่งของและอพยพซ้ำหลายรอบ ทั้งเสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ยังคงท่วมขังในบ้านและชุมชน การกลับเข้าไปอยู่อาศัยจึงยังไม่สะดวก เพราะต้องเดินลุยน้ำตั้งแต่ระดับเข่าจนถึงเอว ชาวบ้านบางส่วนประเมินว่าฝนระลอกใหม่อาจทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปอีกเป็นเดือน ส่งผลให้ยังต้องพักอาศัยอยู่ริมถนนต่อไป
ชัยนาทประกาศพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน 8 อำเภอ กระทบกว่า 8,400 ครัวเรือน
ขณะเดียวกัน จังหวัดชัยนาทประกาศให้พื้นที่ 8 อำเภอเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินกรณีอุทกภัย เพื่อดำเนินการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบราชการ
ข้อมูลความเสียหายครอบคลุม 51 ตำบล 354 หมู่บ้าน รวม 8,440 ครัวเรือน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 24,222 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 117,525 ไร่ นอกจากนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลถูกน้ำท่วม 3 แห่ง วัด 8 แห่ง และโรงเรียน 15 แห่ง ขณะที่มีผู้อพยพขึ้นมาอาศัยอยู่ริมถนนแล้วกว่า 800 ครอบครัว
สำหรับพื้นที่น้ำท่วมหนักใน อ.สรรพยา ได้แก่ ต.ตะหลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก และ ต.โพนางดำตก โดยระดับน้ำยังท่วมสูงเฉลี่ย 0.50-1.80 เมตร ประชาชนยังจำเป็นต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง
แม้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะเริ่มลดลง แต่พื้นที่ประสบภัยยังต้องเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคม ซึ่งอาจส่งผลต่อระดับน้ำและระยะเวลาการฟื้นตัวของชุมชนที่ยังถูกน้ำท่วมขัง
- นายกฯ สั่งจับตา “ลุ่มน้ำบางปะกง” รับมวลน้ำปราจีนฯ -นครนายก ห่วงน้ำทะเลหนุน
- น้ำท่วมกรีนวัลเล่ย์ ใช้ Single Command คลี่คลายใน 3 วัน ถอดวิกฤตเป็นบทเรียน
- เช็กก่อนเดินทาง น้ำท่วมนครนายก 8 เส้นทาง รถเล็กผ่านไม่ได้ 2 จุด
- ถนนน้ำท่วมกทม.ล่าสุด 3 สายหลักน้ำแห้งแล้ว เร่งระบายน้ำ 80 ชุมชน
- ทำไมบ้านสร้างน้ำท่วมหนัก? เปิดเส้นทางมวลน้ำมหาศาล แม้ไม่มีฝนแต่ยังวิกฤต
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
