กรมชลฯ ลดระบายน้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังแม่กลอง-เตรียมรับฝนใต้

Share on Line Share on Facebook Share on X
กรมชลฯ ลดระบายน้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังแม่กลอง-เตรียมรับฝนใต้

กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด หลังหลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมาก พร้อมเฝ้าระวังลุ่มน้ำแม่กลอง บางปะกง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะเดียวกันได้เตรียมเครื่องจักรและระบบระบายน้ำรองรับฝนในภาคใต้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569

วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เป็นผู้แทนกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำ หรือ Joint Information and Communication Center (JICC) พร้อมแถลงสถานการณ์น้ำ ณ ห้องประชุมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

สถานการณ์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดเลย ระนอง และน่าน ส่วนวันที่ 7 ตุลาคม ยังต้องติดตามสภาพอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

สำหรับช่วงวันที่ 11–13 ตุลาคม 2569 มีแนวโน้มที่ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคเหนือ

เจ้าพระยาแนวโน้มลดลง ปรับระบายเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง กรมชลประทานทยอยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

พร้อมบริหารจัดการน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เพื่อพร่องน้ำในคลองและช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังคงระบายน้ำในอัตรา 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

สรุปข่าว

กรมชลประทานอัปเดตสถานการณ์น้ำ 7 ต.ค. 2569 ลุ่มเจ้าพระยาแนวโน้มลดลง ปรับระบายท้ายเขื่อนเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที ขณะที่แม่กลองมีแนวโน้มสูงขึ้น เฝ้าระวัง 4 จังหวัด พร้อมเตรียมเครื่องจักรและระบบระบายน้ำรับฝนภาคใต้ช่วง 10–11 ต.ค. และเปิดศูนย์ประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง

กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด หลังหลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมาก พร้อมเฝ้าระวังลุ่มน้ำแม่กลอง บางปะกง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะเดียวกันได้เตรียมเครื่องจักรและระบบระบายน้ำรองรับฝนในภาคใต้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569

วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เป็นผู้แทนกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำ หรือ Joint Information and Communication Center (JICC) พร้อมแถลงสถานการณ์น้ำ ณ ห้องประชุมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

สถานการณ์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดเลย ระนอง และน่าน ส่วนวันที่ 7 ตุลาคม ยังต้องติดตามสภาพอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

สำหรับช่วงวันที่ 11–13 ตุลาคม 2569 มีแนวโน้มที่ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคเหนือ

เจ้าพระยาแนวโน้มลดลง ปรับระบายเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง กรมชลประทานทยอยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

พร้อมบริหารจัดการน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เพื่อพร่องน้ำในคลองและช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังคงระบายน้ำในอัตรา 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

จับตาบางปะกง-แม่กลอง

ลุ่มน้ำบางปะกงยังเป็นอีกพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา

ขณะที่ลุ่มน้ำแม่กลองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณฝนและน้ำท่าจากแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ กรมชลประทานจึงแจ้งเตือนไปยังจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนริมแม่น้ำติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เขื่อนแม่กลองอาจมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำมากกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะพิจารณาปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ

กทม.-ปริมณฑล เร่งระบายน้ำสู่อ่าวไทย

พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมชลประทานเร่งบริหารจัดการน้ำผ่านระบบคลอง ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามฝนตกหนักและปริมาณฝนสะสม เนื่องจากอาจทำให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำในบางพื้นที่ลดลง

เตรียมรับฝนภาคใต้ 10–11 ต.ค.

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กำชับสำนักชลประทานในพื้นที่ภาคใต้เตรียมพร้อมรับมือปริมาณฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 โดยให้เตรียมระบบระบายน้ำ เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อสามารถเข้าช่วยเหลือพื้นที่ได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

จังหวัดเพชรบุรีมีการเตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งพร่องน้ำบริเวณเขื่อนแก่งกระจาน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงผ่านระบบ Cell Broadcast

ส่วนอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระบบระบายน้ำยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยเฉพาะคลองระบายน้ำ ร.1 หรือคลองภูมินาถดำริ เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนในช่วงฤดูน้ำหลาก

ตั้งศูนย์ประสานงานรับแจ้งเหตุ 24 ชั่วโมง

ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี กรมชลประทานได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรับแจ้งเหตุและประสานการช่วยเหลือประชาชน พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และเครื่องมือตลอด 24 ชั่วโมง

ประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม คันกั้นน้ำชำรุด ประตูระบายน้ำขัดข้อง หรือเหตุฉุกเฉินด้านน้ำ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลข 02-583-3495 หรือสายด่วนกรมชลประทาน 1460

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์