เตือนฝนตกหนัก! 15 จังหวัด 29 อำเภอ ระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก ถึง 13 ต.ค.นี้

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตือนฝนตกหนัก! 15 จังหวัด 29 อำเภอ ระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก ถึง 13 ต.ค.นี้

เตือน 15 จังหวัด เฝ้าระวังดินถล่ม–น้ำป่าไหลหลาก

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 15 จังหวัด 29 อำเภอ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 11–13 ตุลาคม 2569 

โดยกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงจากฝนตกหนักและปริมาณฝนสะสม ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งแจ้งเตือนประชาชน และเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีหากเกิดเหตุ เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สรุปข่าว

รัฐบาลเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 15 จังหวัด 29 อำเภอ เฝ้าระวังดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 11–13 ต.ค. 2569 หลังประเมินพบพื้นที่เสี่ยงจากฝนตกหนักและฝนสะสม พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เร่งแจ้งเตือนและเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะชุมชนเชิงเขาและพื้นที่ลาดชัน หากพบสัญญาณผิดปกติให้รีบอพยพไปยังจุดปลอดภัยทันที

เตือน 15 จังหวัด เฝ้าระวังดินถล่ม–น้ำป่าไหลหลาก

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 15 จังหวัด 29 อำเภอ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 11–13 ตุลาคม 2569 

โดยกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงจากฝนตกหนักและปริมาณฝนสะสม ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งแจ้งเตือนประชาชน และเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีหากเกิดเหตุ เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

พื้นที่เฝ้าระวังแบ่งเป็น 3 ภูมิภาค

- ภาคเหนือ 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดตาก อำเภอพบพระและอุ้มผาง จังหวัดอุทัยธานี อำเภอบ้านไร่ และจังหวัดกำแพงเพชร อำเภอคลองลาน

- ภาคกลาง 2 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอทองผาภูมิ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอบางสะพานและบางสะพานน้อย

- ภาคใต้ 10 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ อำเภอเขาพนมและคลองท่อม จังหวัดพังงา อำเภอเมืองพังงา คุระบุรี ทับปุด และเกาะยาว จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอช้างกลาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอท่าชนะ ท่าฉาง พนม และวิภาวดี จังหวัดชุมพร อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดระนอง 

อำเภอสุขสำราญ กะเปอร์ และเมืองระนอง จังหวัดสตูล อำเภอเมืองสตูลและควนกาหลง จังหวัดสงขลา อำเภอรัตภูมิ จังหวัดตรัง อำเภอปะเหลียนและย่านตาขาว และจังหวัดยะลา อำเภอบันนังสตาและธารโต

นอกจากนี้ ระบบเฝ้าระวังพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดแผ่นดินถล่มล่วงหน้า (AP Model) ยังประเมินพบพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติมในหลายจังหวัดภาคใต้ กรมทรัพยากรธรณีจึงประสานเครือข่ายเฝ้าระวังธรณีพิบัติภัยให้ติดตามและตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการข้อมูลกับกรมทรัพยากรน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแจ้งเตือนประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนเชิงเขาและพื้นที่ลาดชัน ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณผิดปกติ เช่น ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำในลำห้วยเปลี่ยนสีหรือเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว หรือมีดินไหลจากพื้นที่ลาดชัน 

ขอให้รีบออกจากพื้นที่อันตรายไปยังจุดปลอดภัยทันที โดยรัฐบาลได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ช่วยเหลือ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ