กกต.แจงกฎช่วยน้ำท่วม นักการเมืองให้เกิน 3 แสน ต้องทำอย่างไร?

Share on Line Share on Facebook Share on X
กกต.แจงกฎช่วยน้ำท่วม นักการเมืองให้เกิน 3 แสน ต้องทำอย่างไร?


กกต.ย้ำหลักเกณฑ์ช่วยน้ำท่วม เชื่อมกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ การลงพื้นที่แจกถุงยังชีพ มอบเงินช่วยเหลือ และสนับสนุนสิ่งของจำเป็นของพรรคการเมืองและนักการเมือง เป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวมีหลักเกณฑ์ตามกฎหมายเลือกตั้งที่ต้องปฏิบัติ โดยเฉพาะวงเงินช่วยเหลือและการนำค่าใช้จ่ายไปคำนวณในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกคำชี้แจงเกี่ยวกับการให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยยืนยันว่า พรรคการเมือง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามที่ระเบียบกำหนด สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

สาระสำคัญอยู่ที่วงเงินซึ่งได้รับยกเว้นจากการนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง โดยพรรคการเมืองสามารถช่วยเหลือได้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อโอกาส ขณะที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและบุคคลตามที่ระเบียบกำหนด มีวงเงินไม่เกิน 300,000 บาทต่อโอกาส

หากให้ความช่วยเหลือเกินจำนวนดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าการให้เกินวงเงินเป็นความผิดทันที แต่ต้องนำมูลค่าเฉพาะส่วนที่เกินไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

เปิดมาตรา 65 ทำไมเงินช่วยน้ำท่วมเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง?

หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีที่มาจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 65 ซึ่งกำหนดเรื่องการให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่สามารถคำนวณเป็นมูลค่าเงินได้ ภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาคำนวณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง

ตามกฎหมาย หากพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือสมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มอบเงินหรือทรัพย์สินแก่บุคคล กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคล การให้ดังกล่าวจะถูกนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไปของพรรคการเมือง

สำหรับกรณี ส.ส.ให้เงินหรือสิ่งของภายในเขตเลือกตั้งของตนเอง กฎหมายกำหนดให้นำมูลค่าที่เข้าหลักเกณฑ์ไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งของ ส.ส.ผู้นั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตาม มาตรา 65 มีข้อยกเว้นสำหรับการให้ตามปกติประเพณี หรือการให้เมื่อมีเหตุอันสมควร โดยต้องเป็นไปตามจำนวน วิธีการ และเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด

การช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยหรือภัยพิบัติอื่นอยู่ในกลุ่มการให้เมื่อมีเหตุอันสมควร ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามวงเงินที่กำหนดไว้ในระเบียบ กกต.

นักการเมืองช่วยน้ำท่วมได้เท่าไร? เปิดวงเงิน 3 ระดับ

พรรคการเมือง

3,000,000

บาทต่อโอกาส สำหรับช่วยภัยพิบัติ

นักการเมืองตามเกณฑ์

300,000

บาทต่อโอกาส สำหรับช่วยภัยพิบัติ

การให้ตามปกติประเพณี

3,000 บาทต่อโอกาส

สำหรับพรรคการเมืองและบุคคลตามที่ระเบียบกำหนด

วงเงินทั้งสามประเภทเป็นมูลค่าที่ได้รับยกเว้นจากการนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งภายใต้เงื่อนไขของระเบียบ กกต. ไม่ใช่การกำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ในทุกกรณี

คำว่าเงินหรือทรัพย์สินยังครอบคลุมถึงสิ่งของและประโยชน์อื่นที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าเงินได้ เช่น ถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภคที่นำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ กกต.ใช้หลักเกณฑ์เป็นมูลค่าในแต่ละโอกาส ไม่ใช่จำนวนเงินต่อผู้ประสบภัยหนึ่งราย

นายกรัฐมนตรีช่วยน้ำท่วมเกิน 3 แสนบาท ต้องทำอย่างไร?

กกต.อธิบายกรณีนายกรัฐมนตรีไว้โดยเฉพาะ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีอยู่ในนิยามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามระเบียบดังกล่าว เช่นเดียวกับรัฐมนตรีและข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง

หากนายกรัฐมนตรีมอบเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในแต่ละโอกาสไม่เกิน 300,000 บาท ถือเป็นการให้เมื่อมีเหตุอันสมควรตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับยกเว้น

แต่หากมูลค่าความช่วยเหลือเกิน 300,000 บาท กกต.กำหนดให้นำเฉพาะส่วนที่เกินไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป

ตัวอย่างเช่น นายกรัฐมนตรีมอบเงินและถุงยังชีพรวมมูลค่า 500,000 บาทในโอกาสหนึ่ง จำนวนที่ต้องนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวคือ 200,000 บาท ไม่ใช่ยอดทั้งหมด 500,000 บาท

กรณีนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณส่วนเกินเท่านั้น ส่วนการดำเนินกิจกรรมจริงยังต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นตามกฎหมายเลือกตั้งด้วย

ไม่บันทึกค่าใช้จ่ายส่วนเกิน มีความเสี่ยงตามกฎหมาย

อีกประเด็นที่ กกต.เน้นย้ำคือหน้าที่ในการนำมูลค่าความช่วยเหลือส่วนที่เกินวงเงินไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งครั้งต่อไป

คำชี้แจงระบุว่า หากไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ อาจมีความรับผิดตามมาตรา 154 และมาตรา 155 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาความผิดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและองค์ประกอบตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถสรุปได้ว่าการมอบเงินหรือสิ่งของเกินวงเงินที่ได้รับยกเว้นเป็นความผิดโดยอัตโนมัติ

ประเด็นที่ต้องแยกให้ชัดคือ การช่วยเหลือเกินวงเงินที่ได้รับยกเว้น กับการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่เกี่ยวกับการคำนวณและรายงานค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง เป็นคนละขั้นตอนทางกฎหมาย


 

สรุปข่าว

กกต.ย้ำหลักเกณฑ์ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พรรคการเมืองได้รับยกเว้นวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท นักการเมืองตามที่กำหนดไม่เกิน 300,000 บาทต่อโอกาส หากช่วยเกินต้องนำเฉพาะส่วนเกินคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป ตามมาตรา 65 พร้อมแยกการช่วยเหลือจากการจูงใจลงคะแนน


กกต.ย้ำหลักเกณฑ์ช่วยน้ำท่วม เชื่อมกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ การลงพื้นที่แจกถุงยังชีพ มอบเงินช่วยเหลือ และสนับสนุนสิ่งของจำเป็นของพรรคการเมืองและนักการเมือง เป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวมีหลักเกณฑ์ตามกฎหมายเลือกตั้งที่ต้องปฏิบัติ โดยเฉพาะวงเงินช่วยเหลือและการนำค่าใช้จ่ายไปคำนวณในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกคำชี้แจงเกี่ยวกับการให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยยืนยันว่า พรรคการเมือง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามที่ระเบียบกำหนด สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

สาระสำคัญอยู่ที่วงเงินซึ่งได้รับยกเว้นจากการนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง โดยพรรคการเมืองสามารถช่วยเหลือได้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อโอกาส ขณะที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและบุคคลตามที่ระเบียบกำหนด มีวงเงินไม่เกิน 300,000 บาทต่อโอกาส

หากให้ความช่วยเหลือเกินจำนวนดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าการให้เกินวงเงินเป็นความผิดทันที แต่ต้องนำมูลค่าเฉพาะส่วนที่เกินไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

เปิดมาตรา 65 ทำไมเงินช่วยน้ำท่วมเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง?

หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีที่มาจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 65 ซึ่งกำหนดเรื่องการให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่สามารถคำนวณเป็นมูลค่าเงินได้ ภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาคำนวณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง

ตามกฎหมาย หากพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือสมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มอบเงินหรือทรัพย์สินแก่บุคคล กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคล การให้ดังกล่าวจะถูกนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไปของพรรคการเมือง

สำหรับกรณี ส.ส.ให้เงินหรือสิ่งของภายในเขตเลือกตั้งของตนเอง กฎหมายกำหนดให้นำมูลค่าที่เข้าหลักเกณฑ์ไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งของ ส.ส.ผู้นั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตาม มาตรา 65 มีข้อยกเว้นสำหรับการให้ตามปกติประเพณี หรือการให้เมื่อมีเหตุอันสมควร โดยต้องเป็นไปตามจำนวน วิธีการ และเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด

การช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยหรือภัยพิบัติอื่นอยู่ในกลุ่มการให้เมื่อมีเหตุอันสมควร ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามวงเงินที่กำหนดไว้ในระเบียบ กกต.

นักการเมืองช่วยน้ำท่วมได้เท่าไร? เปิดวงเงิน 3 ระดับ

พรรคการเมือง

3,000,000

บาทต่อโอกาส สำหรับช่วยภัยพิบัติ

นักการเมืองตามเกณฑ์

300,000

บาทต่อโอกาส สำหรับช่วยภัยพิบัติ

การให้ตามปกติประเพณี

3,000 บาทต่อโอกาส

สำหรับพรรคการเมืองและบุคคลตามที่ระเบียบกำหนด

วงเงินทั้งสามประเภทเป็นมูลค่าที่ได้รับยกเว้นจากการนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งภายใต้เงื่อนไขของระเบียบ กกต. ไม่ใช่การกำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ในทุกกรณี

คำว่าเงินหรือทรัพย์สินยังครอบคลุมถึงสิ่งของและประโยชน์อื่นที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าเงินได้ เช่น ถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภคที่นำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ กกต.ใช้หลักเกณฑ์เป็นมูลค่าในแต่ละโอกาส ไม่ใช่จำนวนเงินต่อผู้ประสบภัยหนึ่งราย

นายกรัฐมนตรีช่วยน้ำท่วมเกิน 3 แสนบาท ต้องทำอย่างไร?

กกต.อธิบายกรณีนายกรัฐมนตรีไว้โดยเฉพาะ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีอยู่ในนิยามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามระเบียบดังกล่าว เช่นเดียวกับรัฐมนตรีและข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง

หากนายกรัฐมนตรีมอบเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในแต่ละโอกาสไม่เกิน 300,000 บาท ถือเป็นการให้เมื่อมีเหตุอันสมควรตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับยกเว้น

แต่หากมูลค่าความช่วยเหลือเกิน 300,000 บาท กกต.กำหนดให้นำเฉพาะส่วนที่เกินไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป

ตัวอย่างเช่น นายกรัฐมนตรีมอบเงินและถุงยังชีพรวมมูลค่า 500,000 บาทในโอกาสหนึ่ง จำนวนที่ต้องนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวคือ 200,000 บาท ไม่ใช่ยอดทั้งหมด 500,000 บาท

กรณีนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณส่วนเกินเท่านั้น ส่วนการดำเนินกิจกรรมจริงยังต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นตามกฎหมายเลือกตั้งด้วย

ไม่บันทึกค่าใช้จ่ายส่วนเกิน มีความเสี่ยงตามกฎหมาย

อีกประเด็นที่ กกต.เน้นย้ำคือหน้าที่ในการนำมูลค่าความช่วยเหลือส่วนที่เกินวงเงินไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งครั้งต่อไป

คำชี้แจงระบุว่า หากไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ อาจมีความรับผิดตามมาตรา 154 และมาตรา 155 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาความผิดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและองค์ประกอบตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถสรุปได้ว่าการมอบเงินหรือสิ่งของเกินวงเงินที่ได้รับยกเว้นเป็นความผิดโดยอัตโนมัติ

ประเด็นที่ต้องแยกให้ชัดคือ การช่วยเหลือเกินวงเงินที่ได้รับยกเว้น กับการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่เกี่ยวกับการคำนวณและรายงานค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง เป็นคนละขั้นตอนทางกฎหมาย


 

ช่วยผู้ประสบภัยกับการหาเสียงเลือกตั้ง แตกต่างกันอย่างไร?

แม้ กกต.จะกำหนดข้อยกเว้นสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองและนักการเมืองยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเลือกตั้งที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีการมอบทรัพย์สินหรือประโยชน์เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

การพิจารณาจึงต้องแยกระหว่างการให้ความช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติตามเหตุอันสมควร กับการให้ทรัพย์สินที่มีลักษณะเป็นการจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้ง

สำหรับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น มีพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 ซึ่งกำหนดข้อห้ามเกี่ยวกับการให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ดังนั้น วงเงิน 300,000 บาทตามคำชี้แจงของ กกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่สามารถนำไปใช้เป็นข้อยกเว้นสำหรับผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นได้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากต้องพิจารณากฎหมายและข้อเท็จจริงของการดำเนินกิจกรรมแต่ละกรณีแยกต่างหาก

เงินส่วนตัว เงินพรรค และงบประมาณรัฐ ต้องแยกให้ชัดเจน

อีกส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือประชาชน คือแหล่งที่มาของเงินและทรัพย์สินที่นำไปใช้ โดยการช่วยเหลือในนามพรรคการเมืองหรือบุคคลตามระเบียบ กกต. กับการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ มีฐานกฎหมายและกระบวนการใช้จ่ายแตกต่างกัน

สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของรัฐบาลปี 2569 มีการดำเนินงานผ่านระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และมาตรการตามมติคณะรัฐมนตรี

ข้อมูลจากรัฐบาลเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ระบุว่า มีการเปิดลงทะเบียนช่วยเหลือครอบคลุม 65 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต โดยมีหลักเกณฑ์เงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาทสำหรับกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป และ 5,000 บาทสำหรับกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมตามเงื่อนไขที่กำหนด 

การใช้เงินงบประมาณภาครัฐตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต้องปฏิบัติตามระเบียบการเงินและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การช่วยเหลือในนามพรรคการเมืองหรือบุคคลที่อยู่ภายใต้ระเบียบ กกต. ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์การให้และการคำนวณค่าใช้จ่ายเลือกตั้งตามมาตรา 65

หลักเกณฑ์นี้ใช้กับภัยพิบัติประเภทใดบ้าง?

นอกจากน้ำท่วมแล้ว ระเบียบ กกต.ยังครอบคลุมการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติสาธารณะประเภทอื่น เช่น อัคคีภัย วาตภัย ธรณีพิบัติภัย และภัยที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนและรัฐ

ทั้งนี้ ภัยดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากธรรมชาติหรือการกระทำของบุคคลหรือสัตว์ก็ได้ หากเข้าเงื่อนไขของภัยพิบัติสาธารณะตามระเบียบ

หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นข้อกำหนดที่มีอยู่แล้วตามกฎหมายและระเบียบ กกต. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยการชี้แจงเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าใจแนวทางปฏิบัติในช่วงที่มีการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำหรับรายละเอียดที่ยังต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง ได้แก่ การนับจำนวนครั้งหรือแต่ละโอกาสในการให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะภัยพิบัติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวันและมีการแจกจ่ายสิ่งของหลายพื้นที่ ซึ่งคำชี้แจงฉบับวันที่ 8 ตุลาคมไม่ได้อธิบายวิธีนับกรณีดังกล่าวไว้โดยละเอียด

ผู้ที่ต้องการตรวจสอบหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสามารถติดต่อสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด หรือสายด่วน 1444 รวมถึงศึกษาคำชี้แจงฉบับเต็มจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยตรง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ

กกต.กฎหมายเลือกตั้ง
นักการเมืองช่วยน้ำท่วม
พรรคการเมือง
ค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง