เปิดแผนกู้ “สะพานสูง - ลาดกระบัง” ฝนระลอกใหม่ 5 - 8 ต.ค. กทม.ยันไม่ตกแช่

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดแผนกู้ “สะพานสูง - ลาดกระบัง” ฝนระลอกใหม่ 5 - 8 ต.ค. กทม.ยันไม่ตกแช่

สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครยังคงเป็นโจทย์สำคัญในการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่เขตสะพานสูงและลาดกระบังที่ยังมีน้ำท่วมขังและต้องเร่งฟื้นฟู ขณะที่การคาดการณ์ฝนในช่วงวันที่ 5 - 8 ตุลาคม 2569 ทำให้กรุงเทพมหานครต้องเร่งพร่องน้ำในคลองสายหลัก เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำและลดความเสี่ยงจากฝนระลอกใหม่

สรุปข่าว

กรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในเขตสะพานสูงและลาดกระบัง พร้อมเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ช่วงวันที่ 5 - 8 ต.ค. 2569 ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการขยะน้ำท่วม ขณะที่เตรียมเปิดระบบยื่นขอรับเงินเยียวยาผ่านช่องทางออนไลน์ภายในวันนี้ เพื่อลดภาระประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครยังคงเป็นโจทย์สำคัญในการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่เขตสะพานสูงและลาดกระบังที่ยังมีน้ำท่วมขังและต้องเร่งฟื้นฟู ขณะที่การคาดการณ์ฝนในช่วงวันที่ 5 - 8 ตุลาคม 2569 ทำให้กรุงเทพมหานครต้องเร่งพร่องน้ำในคลองสายหลัก เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำและลดความเสี่ยงจากฝนระลอกใหม่

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงแนวทางบริหารจัดการน้ำ การจัดการขยะ และมาตรการเยียวยาประชาชน ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569

เร่งพร่องน้ำคลองสายหลัก เพิ่มพื้นที่รับฝนระลอกใหม่

หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของ กทม. คือการบริหารจัดการน้ำในคลองสายหลัก โดยเฉพาะคลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งมีแนวโน้มสถานการณ์ดีขึ้น แต่ยังต้องเร่งระบายน้ำในบางจุด โดยเฉพาะคลองประเวศบุรีรมย์ที่ยังเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง

ขณะที่คลองลาดพร้าวมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับน้ำที่ระบายมาจากคลองสอง จังหวัดปทุมธานี กทม. จึงปรับเพิ่มการเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์จาก 10 เซนติเมตร เป็น 20 เซนติเมตร เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

สำหรับการคาดการณ์ฝนช่วงวันที่ 5–8 ตุลาคมนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติระบุว่า มีแนวโน้มเป็นฝนตกเป็นช่วง ๆ ไม่ใช่ฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงยังไม่ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล หากสามารถเร่งพร่องน้ำออกจากระบบคลองได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับปริมาณฝนที่อาจเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม กทม. ยังคงต้องติดตามปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เพราะหากเกิดฝนตกซ้ำอาจทำให้การระบายน้ำและการฟื้นฟูพื้นที่ล่าช้าออกไป

เร่งกู้พื้นที่สะพานสูง - ลาดกระบัง ใช้ท่อซิ่งเพิ่มกำลังระบายน้ำ

แม้ระดับน้ำในคลองสายหลักจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะเขตสะพานสูงและลาดกระบัง ยังคงต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำและมีความเสี่ยงหากเกิดฝนตกซ้ำ

สำหรับเขตสะพานสูง บริเวณด้านใต้คลองแสนแสบ ระหว่างคลองแสนแสบกับคลองประเวศบุรีรมย์ เป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำได้ช้า กทม. จึงเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำลงคลองประเวศบุรีรมย์ หวังเร่งฟื้นฟูพื้นที่หมู่บ้านและชุมชนโดยรอบให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ส่วนพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กทม. ได้ติดตั้งท่อซิ่งจำนวน 4 ท่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พร้อมเร่งก่อสร้างแนวคันกั้นน้ำบริเวณคลองหนึ่งอีกประมาณ 100 เมตร เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับ ก่อนเริ่มเดินเครื่องสูบน้ำ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มสูบน้ำได้ในช่วงเที่ยงวันที่ 2 ตุลาคม

ขณะที่ฝนตกหนักเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่ฝั่งธนบุรีมีปริมาณฝนสะสมเกือบ 90 มิลลิเมตร ส่วนเขตลาดพร้าวมีปริมาณฝนประมาณ 30 มิลลิเมตร แต่สามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงความสำคัญของการพร่องน้ำในคลองล่วงหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝน

เฝ้าระวังน้ำเหนือ ประสานกลาโหม–ปภ. สนับสนุนทุกเขต

นอกจากการรับมือกับฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้ว กทม. ยังติดตามสถานการณ์น้ำเหนือและการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งอยู่ในอัตราประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากแนวคันกั้นน้ำยังมีระดับสูงกว่าระดับน้ำมากกว่า 1 เมตร

แนวทางบริหารจัดการน้ำของ กทม. ในระยะนี้ คือการผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ตอนกลาง ก่อนระบายออกสู่ทะเล พร้อมควบคุมการพร่องน้ำทางฝั่งตะวันออกไม่ให้มากเกินไป เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ลาดกระบังและประเวศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวัง

ขณะเดียวกัน กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดตั้งคณะทำงานร่วมและศูนย์ประสานงานในทุกสำนักงานเขต โดยมีผู้บริหารระดับรองอธิบดีของ ปภ. เข้าร่วมประจำศูนย์ เพื่อบูรณาการกำลังคน เครื่องมือ และการช่วยเหลือประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

การประสานงานดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการรับมืออุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการกำลังสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งด้านการระบายน้ำ การขนย้ายสิ่งของ และการฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลด

จัดการขยะน้ำท่วม ใช้ระบบจับคู่เขตระดมกำลังช่วยเหลือ

อีกหนึ่งปัญหาที่ตามมาหลังเกิดอุทกภัย คือปริมาณขยะจำนวนมาก ทั้งขยะทั่วไป ขยะชิ้นใหญ่ และสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งจำเป็นต้องเร่งจัดเก็บเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมในชุมชน

กทม. จึงนำระบบจับคู่เขต หรือ Buddy มาใช้ โดยให้สำนักงานเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเข้ามาสนับสนุนการจัดเก็บขยะในพื้นที่ประสบภัย พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มกำลังในการฟื้นฟูพื้นที่

สำหรับพื้นที่เคหะร่มเกล้า ซึ่งมีขยะบางส่วนลอยมาตามกระแสน้ำและรวมตัวกันเป็นกอง กทม. ได้ระดมทีมจัดเก็บขยะทางน้ำที่มีประสบการณ์จากพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาช่วยเหลือ ขณะที่ชุมชนบางบัวและพื้นที่ลาดพร้าวได้ระดมเจ้าหน้าที่และรถดัมพ์เข้าจัดเก็บและขนย้ายขยะอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งปัญหาขยะน้ำท่วมผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue โดยเลือกหัวข้อ "เจอกองขยะน้ำท่วม" เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องและเข้าดำเนินการ ส่วนผู้ที่ต้องการตรวจสอบจุดทิ้งขยะชิ้นใหญ่ฟรีและจุดทิ้งขยะน้ำท่วม สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ greener.bangkok.go.th

ที่มาข้อมูล : กรุงเทพมหานคร

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย