แก้มลิง กทม. ไม่ได้ยกเลิก แล้ว 6 บึงหายไปไหน? เปิดโจทย์ใหญ่ กทม.รับมือน้ำยุคโลกรวน

ฝนถล่มกรุงเทพฯ หนักที่สุดในรอบ 43 ปี น้ำยังไม่ทันลด ก็มีข่าวลือว่า กทม. อาจ "ยกเลิกแก้มลิง" โครงการตามแนวพระราชดำริที่ช่วยรับน้ำ
เรื่องนี้จริงหรือไม่?
กระแสเกิดขึ้นช่วงที่ กทม.ฝั่งตะวันออกยังจมน้ำ กับคำถามว่า บึงรับน้ำ 6 แห่งที่ กทม.เคยศึกษาไว้ หายไปไหน และทำไมผังเมืองใหม่ ไม่มีแก้มลิง
ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานครออกมายืนยัน เมื่อ 30 กันยายน ว่า กทม. ไม่ได้ยกเลิกแก้มลิง และยังเดินหน้าตามแนวพระราชดำริ ด้านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ยืนยันในวันเดียวกัน
สรุปข่าว
ฝนถล่มกรุงเทพฯ หนักที่สุดในรอบ 43 ปี น้ำยังไม่ทันลด ก็มีข่าวลือว่า กทม. อาจ "ยกเลิกแก้มลิง" โครงการตามแนวพระราชดำริที่ช่วยรับน้ำ
เรื่องนี้จริงหรือไม่?
กระแสเกิดขึ้นช่วงที่ กทม.ฝั่งตะวันออกยังจมน้ำ กับคำถามว่า บึงรับน้ำ 6 แห่งที่ กทม.เคยศึกษาไว้ หายไปไหน และทำไมผังเมืองใหม่ ไม่มีแก้มลิง
ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานครออกมายืนยัน เมื่อ 30 กันยายน ว่า กทม. ไม่ได้ยกเลิกแก้มลิง และยังเดินหน้าตามแนวพระราชดำริ ด้านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ยืนยันในวันเดียวกัน
แล้วแก้มลิงคืออะไร? สำคัญกับกรุงเทพฯอย่างไร
“แก้มลิง” ไม่ใช่แค่บึงรับน้ำ แต่หลักการคือ การเก็บน้ำไว้ก่อน แล้วค่อยระบายทีหลัง ซึ่งหลักคิดมาจากพฤติกรรมของลิง ที่เก็บอาหารไว้ในกระพุ้งแก้ม แล้วค่อย ๆ กลืนทีหลัง
แก้มลิงก็คือพื้นที่พักน้ำ รับน้ำไว้ตอนฝนหนัก แล้วค่อยระบายออกเมื่อระดับน้ำลด น้ำจึงไม่ทะลักเข้าบ้านเรือนพร้อมกันทีเดียว
หลักการนี้สำคัญกับการระบายน้ำของกรุงเทพฯ ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบต่ำ
ทำให้น้ำไหลออกจากเมืองได้ไม่ง่าย
การมีแก้มลิงจึงสามารถซื้อเวลาให้ระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ
อนนี้ กทม. มีแก้มลิง 38 แห่ง เก็บน้ำได้รวมราว 13.7 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มจาก 34 แห่ง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565
แก้มลิง 4 แห่งล่าสุดที่เพิ่งเสร็จ คือ แก้มลิงคลองระหัสถึงคลองครุ บึงสีกัน บึงสาธารณะลาดพร้าว 71 และบึงวงเวียนบางเขน
และยังมีอีก 7 แห่งที่กำลังเร่งทำ รับน้ำเพิ่มราว 290,000 ลูกบาศก์เมตร ทยอยเสร็จภายในปี 2570 ถ้าครบทั้งหมด กทม. จะมีแก้มลิง 45 แห่ง รับน้ำได้มากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร
โดยสรุปแก้มลิงไม่ได้หายไป แต่สิ่งที่กำลังเปลี่ยนคือ วิธีคิดเรื่องพื้นที่รับน้ำ
กทม. ย้ำว่า บึงอย่างเดียวไม่พอ แก้มลิงต้องทำงานคู่กับคลอง ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ เพราะถ้าบึงเต็ม แต่น้ำในคลองรอบข้างยังสูง ก็พร่องน้ำออกไม่ได้ ไม่มีที่ว่างรอรับฝนลูกใหม่
เหมือนที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ พูดไว้ช่วงน้ำท่วมรอบนี้ว่า "ปัญหาหลักตอนนี้ไม่ใช่เรื่องท่อตัน แต่คลองมันเต็ม"
แก้มลิงจึงไม่ได้หายไป แต่ กทม. เลือกปรับวิธี จากขุดบึงใหม่ มาเป็นการเชื่อมทั้งระบบ
คำถามที่คนกรุงเทพฯ ต้องติดตามต่อ คือแผนทั้งหมดนี้ จะเสร็จทันรับฝนปีหน้าหรือไม่
แล้ว 6 บึงรับน้ำที่เป็นประเด็น คืออะไร ?
กทม. ชี้แจงว่า 4 แห่ง ไม่ผ่านประชาพิจารณ์ของคนในพื้นที่ ส่วนอีก 2 แห่ง คือ บึงคลองคู้บอน และคลองบางชัน ติดเรื่องความคุ้มค่าของการเวนคืนที่ดินและการก่อสร้าง
ผลศึกษาพบว่า ถ้าทำบึงรับน้ำ 2 แห่งนี้ ต้องใช้เงินถึง 11,000 ล้านบาท แต่ถ้าปรับปรุงคลองสายหลัก และระบบลำเลียงน้ำให้เชื่อมกับอุโมงค์ระบายน้ำจะใช้ราว 6,500 ล้านบาท ซึ่ง กทม. มองว่าคุ้มค่ากว่า
ส่วนที่ว่าผังเมืองใหม่ไม่มีแก้มลิง สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ระบุว่าเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน เพราะ 6 โครงการนี้ ไม่เคยอยู่ในผังเมืองปัจจุบันตั้งแต่แรก
ความสำคัญของแก้มลิง จากบทเรียนจากมหาอุทกภัย 2554
ย้อนกลับไปในมหาอุทกภัย ปี 2554 บทเรียนสำคัญไม่ใช่แค่น้ำมาเยอะ แต่คือ ปลายทางไม่มีที่ให้น้ำอยู่
15 ผ่านไป เมืองยังขยาย แต่พื้นที่รับน้ำไม่ได้เพิ่มตาม กทม.จึงต้องเพิ่มทางเลือก ทั้ง Water Bank อาคารหน่วงน้ำ และการเชื่อมคลอง ประตูระบายน้ำ สถานีสูบ และอุโมงค์ให้เป็นระบบเดียวกัน
ขณะที่ฝนรอบล่าสุดที่สร้างความเสียหายให้กรุงเทพฯฝั่งตะวันออกกำลังชี้ให้เห็นว่า โจทย์ของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่เรื่องบริหารจัดการน้ำเหมือนในอดีต แต่คือการรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน
และนี่คือโจทย์ใหม่ของกรุงเทพฯยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ระบายน้ำให้เร็วขึ้น
แต่ต้องทำให้เมือง มีที่ให้น้ำอยู่มากพอ
เพื่อรับมือกับฝนที่คาดเดายากขึ้น
- น้ำลดแต่ธุรกิจยังเจ็บ พัทยายกเลิกห้องพัก จับตาฝนรอบใหม่ 5-10 ต.ค.
- เร่งสูบน้ำแฟลตคลองจั่น ระบายลงคลองแสนแสบ ลดน้ำท่วมบางกะปิ
- ชัชชาติ แจงเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บ. ยึดความเสียหายจริง ย้ำต้องใช้เวลาตรวจสอบ
- ครม.ลุยแก้ปัญหาน้ำท่วม เคาะ 2,000 ล้านเยียวยาผู้ประสบภัย จับตาโครงการน้ำ 1.65 แสนล้านบาท
- เปิดประวัติ 2 เคหะ “คลองจั่น–ร่มเกล้า” ทำไมน้ำท่วมหนักปี 2569
