เปิดประวัติ 2 เคหะ “คลองจั่น–ร่มเกล้า” ทำไมน้ำท่วมหนักปี 2569

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดประวัติ 2 เคหะ “คลองจั่น–ร่มเกล้า” ทำไมน้ำท่วมหนักปี 2569

สถานการณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพมหานครช่วงวันที่ 25–29 กันยายน 2569 ส่งผลให้หลายพื้นที่เผชิญน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งมีทั้งชุมชนขนาดใหญ่ ถนนสายหลัก และพื้นที่ลุ่มต่ำที่ต้องอาศัยคลองและระบบสูบน้ำเป็นเส้นทางหลักในการระบายมวลน้ำ

สองพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในระดับสูง คือ “แฟลตคลองจั่น” เขตบางกะปิ และ “เคหะร่มเกล้า” เขตลาดกระบัง ชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่รวมกันหลายหมื่นคน

ข้อมูลของกรุงเทพมหานครระบุว่า เขตบางกะปิเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีจุดอ่อนด้านการระบายน้ำเมื่อเกิดฝนตกหนัก เนื่องจากเมื่อน้ำในคลองแสนแสบมีระดับสูง การระบายน้ำจากพื้นที่ลงสู่คลองทำได้ช้าลง ขณะที่พื้นที่ลาดกระบังอยู่ทางตะวันออกของกรุงเทพฯ และมีพื้นที่ลุ่มต่ำหลายจุด ทำให้การบริหารระดับน้ำต้องสัมพันธ์กับคลองสายต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกัน

แฟลตคลองจั่น ชุมชนขนาดใหญ่ใกล้คลองแสนแสบ

แฟลตคลองจั่น ตั้งอยู่ในเขตบางกะปิ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ของการเคหะแห่งชาติ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัยประมาณ 30 อาคาร มีประชาชนอาศัยประมาณ 5,000 ครอบครัว หรือรวมแล้วมากกว่า 10,000 คน

ตัวอาคารส่วนใหญ่เป็นแฟลตพักอาศัยหลายชั้นที่ก่อสร้างและใช้งานมานานหลายสิบปี ส่งผลให้เมื่อเกิดน้ำท่วมสูง ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ชั้นล่าง แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง การเดินทาง และการนำอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชน

ช่วงวันที่ 26–27 กันยายน ระดับน้ำภายในชุมชนเพิ่มสูงขึ้น รถยนต์จำนวนหนึ่งถูกน้ำท่วม ขณะที่ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ยังคงอยู่ภายในอาคาร และมีความต้องการอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

เมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนกระทบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ส่วนกลาง บางจุดจำเป็นต้องตัดระบบเพื่อความปลอดภัย ทำให้การใช้ชีวิตภายในอาคารมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะการสูบน้ำและการเข้าถึงน้ำสำหรับอุปโภค

สรุปข่าว

เปิดข้อมูล “แฟลตคลองจั่น–เคหะร่มเกล้า” 2 ชุมชนขนาดใหญ่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วมปลายเดือน ก.ย. 2569 คลองจั่นเผชิญข้อจำกัดจากระดับคลองแสนแสบ ขณะที่ร่มเกล้าเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้ต้องใช้เวลาในการเร่งระบายน้ำและฟื้นฟูชุมชน

สถานการณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพมหานครช่วงวันที่ 25–29 กันยายน 2569 ส่งผลให้หลายพื้นที่เผชิญน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งมีทั้งชุมชนขนาดใหญ่ ถนนสายหลัก และพื้นที่ลุ่มต่ำที่ต้องอาศัยคลองและระบบสูบน้ำเป็นเส้นทางหลักในการระบายมวลน้ำ

สองพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในระดับสูง คือ “แฟลตคลองจั่น” เขตบางกะปิ และ “เคหะร่มเกล้า” เขตลาดกระบัง ชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่รวมกันหลายหมื่นคน

ข้อมูลของกรุงเทพมหานครระบุว่า เขตบางกะปิเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีจุดอ่อนด้านการระบายน้ำเมื่อเกิดฝนตกหนัก เนื่องจากเมื่อน้ำในคลองแสนแสบมีระดับสูง การระบายน้ำจากพื้นที่ลงสู่คลองทำได้ช้าลง ขณะที่พื้นที่ลาดกระบังอยู่ทางตะวันออกของกรุงเทพฯ และมีพื้นที่ลุ่มต่ำหลายจุด ทำให้การบริหารระดับน้ำต้องสัมพันธ์กับคลองสายต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกัน

แฟลตคลองจั่น ชุมชนขนาดใหญ่ใกล้คลองแสนแสบ

แฟลตคลองจั่น ตั้งอยู่ในเขตบางกะปิ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ของการเคหะแห่งชาติ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัยประมาณ 30 อาคาร มีประชาชนอาศัยประมาณ 5,000 ครอบครัว หรือรวมแล้วมากกว่า 10,000 คน

ตัวอาคารส่วนใหญ่เป็นแฟลตพักอาศัยหลายชั้นที่ก่อสร้างและใช้งานมานานหลายสิบปี ส่งผลให้เมื่อเกิดน้ำท่วมสูง ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ชั้นล่าง แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง การเดินทาง และการนำอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชน

ช่วงวันที่ 26–27 กันยายน ระดับน้ำภายในชุมชนเพิ่มสูงขึ้น รถยนต์จำนวนหนึ่งถูกน้ำท่วม ขณะที่ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ยังคงอยู่ภายในอาคาร และมีความต้องการอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

เมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนกระทบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ส่วนกลาง บางจุดจำเป็นต้องตัดระบบเพื่อความปลอดภัย ทำให้การใช้ชีวิตภายในอาคารมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะการสูบน้ำและการเข้าถึงน้ำสำหรับอุปโภค

ทำไม “คลองจั่น” ระบายน้ำได้ช้าเมื่อฝนตกหนัก

หนึ่งในปัจจัยสำคัญอยู่ที่ระบบคลอง โดยพื้นที่บางกะปิมีความเชื่อมโยงกับคลองแสนแสบ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นทางระบายน้ำสำคัญของกรุงเทพฯ

ข้อมูลโครงการด้านการระบายน้ำของกรุงเทพมหานครระบุว่า อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบและคลองลาดพร้าว มีความยาวประมาณ 5.11 กิโลเมตร และสถานีสูบน้ำบริเวณคลองพระโขนงมีกำลังสูบประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่รับน้ำประมาณ 50 ตารางกิโลเมตรในเขตห้วยขวาง วังทองหลาง และบางกะปิ

แต่เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำในคลองแสนแสบจะเพิ่มสูงขึ้น การระบายน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงลงคลองทำได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันน้ำยังต้องเดินทางไปยังจุดรับน้ำของอุโมงค์เดิมอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ทำให้ต้องใช้เวลาในการลดระดับน้ำ

กทม.จึงมีโครงการขยายอุโมงค์ตามแนวคลองแสนแสบเพิ่มเติมประมาณ 4 กิโลเมตร พร้อมอาคารรับน้ำ 3 แห่ง ได้แก่ คลองเจ้าคุณสิงห์ คลองจั่น และบริเวณซอยลาดพร้าว 130 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในบางกะปิและพื้นที่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ ก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมรอบนี้ ข้อมูลติดตามโครงการของ กทม. ณ วันที่ 17 กันยายน 2569 ระบุว่า งานขุดลอกคลองจั่นช่วงถนนประดิษฐ์มนูธรรมถึงคลองแสนแสบดำเนินการแล้วเสร็จและตรวจรับงานแล้ว อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนในช่วงปลายเดือนกันยายนมีความเข้มข้นสูงจนสร้างแรงกดดันต่อระบบคลองในพื้นที่

เคหะร่มเกล้า ชุมชนใหญ่ในพื้นที่ลุ่มต่ำลาดกระบัง

อีกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูง คือ “เคหะร่มเกล้า” เขตลาดกระบัง ซึ่งเป็นชุมชนการเคหะขนาดใหญ่ทางตะวันออกของกรุงเทพฯ มีทั้งอาคารพักอาศัย บ้านแถวและทาวน์เฮาส์กระจายอยู่ตามซอยต่าง ๆ มีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 30,000 คน

วันที่ 27 กันยายน 2569 มีรายงานว่าหลายจุดภายในเคหะร่มเกล้ายังคงมีน้ำสูงระดับเอวถึงหน้าอก การเดินทางด้วยรถยนต์ตามปกติทำได้ยาก เจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยต้องใช้เรือเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง

ประชาชนบางส่วนถูกนำออกจากพื้นที่ไปยังศูนย์พักพิงของกรุงเทพมหานคร และมีการกระจายผู้ประสบภัยไปยังพื้นที่รองรับเพิ่มเติม หลังศูนย์พักพิงบางแห่งมีประชาชนเข้าใช้บริการจำนวนมาก

“พื้นที่แอ่ง” กับโจทย์ระบายน้ำของร่มเกล้า

ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างเคหะร่มเกล้ากับพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน คือที่ตั้งของลาดกระบังซึ่งอยู่ด้านตะวันออกและมีพื้นที่ลุ่มต่ำหลายส่วน การระบายน้ำจึงต้องอาศัยโครงข่ายคลอง สถานีสูบน้ำ และระดับน้ำในคลองปลายทางควบคู่กัน

เมื่อฝนปริมาณมากตกลงพร้อมกัน น้ำจากพื้นที่ภายในต้องถูกผลักออกสู่คลอง แต่หากคลองภายนอกมีระดับสูงอยู่แล้ว ความสามารถในการรับน้ำจากชุมชนจะลดลง การสูบน้ำออกจากพื้นที่จึงต้องบริหารอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้น้ำจากภายนอกไหลย้อนกลับเข้าพื้นที่

หลังฝนลดลง กรุงเทพมหานครเร่งผลักดันน้ำผ่านคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ พร้อมเพิ่มเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์สนับสนุน เพื่อเร่งลดระดับน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยข้อมูลจากศูนย์บัญชาการระบุว่า เขตลาดกระบังมีประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ประมาณ 30,000–40,000 คน ขณะที่บางกะปิมีประมาณ 20,000 คน

จุดร่วมของ “คลองจั่น–ร่มเกล้า” เมื่อเจอฝนปริมาณมาก

แม้แฟลตคลองจั่นและเคหะร่มเกล้าจะตั้งอยู่คนละเขต แต่มีเงื่อนไขร่วมกันหลายประการ ทั้งการเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชาชนหนาแน่น การพึ่งพาโครงข่ายคลองในการระบายน้ำ และตำแหน่งที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้านตะวันออก

คลองจั่นมีข้อจำกัดสำคัญจากระดับน้ำในคลองแสนแสบ เมื่อคลองสูง การระบายน้ำจากพื้นที่ลงสู่คลองจะช้าตามไปด้วย ส่วนร่มเกล้ามีข้อจำกัดจากภูมิประเทศลุ่มต่ำและระยะทางในการผลักน้ำออกจากพื้นที่

อีกปัจจัยคือความหนาแน่นของประชากร เมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนกระทบระบบไฟฟ้า น้ำใช้ และเส้นทางเข้าออก ผลกระทบสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการนำอาหาร น้ำดื่ม ยา และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่

ไทม์ไลน์น้ำท่วม 25–29 กันยายน 2569

ช่วงเย็นถึงกลางคืนวันที่ 25 กันยายน ฝนตกหนักต่อเนื่องในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่ฝั่งตะวันออก รวมถึงบางกะปิและลาดกระบัง

วันที่ 26 กันยายน ระดับน้ำในหลายชุมชนเพิ่มขึ้น การเดินทางเข้าออกเริ่มมีข้อจำกัด เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือประชาชนและเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่

วันที่ 27 กันยายน แฟลตคลองจั่นยังมีน้ำท่วมสูง ประชาชนบางส่วนติดอยู่ภายในอาคาร ส่วนเคหะร่มเกล้ามีน้ำสูงระดับเอวถึงหน้าอกในบางจุด มีการใช้เรือช่วยเหลือและอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิง

วันที่ 28–29 กันยายน หลังปริมาณฝนลดลง กทม.เดินหน้าเร่งสูบและผลักดันน้ำผ่านระบบคลอง พร้อมทยอยฟื้นฟูเส้นทางและระบบสาธารณูปโภคในจุดที่มีความปลอดภัย โดยภาพรวมเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มีประชาชนได้รับผลกระทบในระดับต่าง ๆ ประมาณ 700,000 คน หรือราว 329,000 ครัวเรือน ตามข้อมูลที่ กทม.รายงานในวันที่ 28 กันยายน

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ “แฟลตคลองจั่น” และ “เคหะร่มเกล้า” กลายเป็นสองพื้นที่สำคัญในการติดตามแผนบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพฯ หลังสถานการณ์คลี่คลาย ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพระบบสูบน้ำ การปรับปรุงโครงข่ายคลอง การดูแลระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภคในชุมชน รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับฝนปริมาณมากในอนาคต

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

บรรณาธิการออนไลน์