ครม.ลุยแก้ปัญหาน้ำท่วม เคาะ 2,000 ล้านเยียวยาผู้ประสบภัย จับตาโครงการน้ำ 1.65 แสนล้านบาท

Share on Line Share on Facebook Share on X
ครม.ลุยแก้ปัญหาน้ำท่วม เคาะ 2,000 ล้านเยียวยาผู้ประสบภัย จับตาโครงการน้ำ 1.65 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมตามปกติ แม้วันที่ 28-29 กันยายน จะถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ


สำหรับวาระสำคัญในการประชุม ครม.วันนี้ เป็นการพิจารณามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเตรียมจัดสรรงบกลางปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา


ทั้งนี้ การใช้งบประมาณดังกล่าวจะเป็นการผูกพันงบประมาณไว้ และสามารถเบิกจ่ายได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมผลกระทบที่เกิดขึ้น


สรุปข่าว

“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ ครม.ถกมาตรการรับมือน้ำท่วม เร่งงบกลาง 2,000 ล้านเยียวยาผู้ประสบภัยทั่วประเทศ จับตาไฟเขียวโครงการบริหารจัดการน้ำ “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” วงเงิน 1.65 แสนล้าน ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ภาคกลางลงสู่อ่าวไทย เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก รวมทั้งบรรเทาผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในระยะยาว พร้อมพิจารณามาตรการช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท และวาระเศรษฐกิจ-การค้าอีกหลายเรื่อง

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมตามปกติ แม้วันที่ 28-29 กันยายน จะถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ


สำหรับวาระสำคัญในการประชุม ครม.วันนี้ เป็นการพิจารณามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเตรียมจัดสรรงบกลางปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา


ทั้งนี้ การใช้งบประมาณดังกล่าวจะเป็นการผูกพันงบประมาณไว้ และสามารถเบิกจ่ายได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมผลกระทบที่เกิดขึ้น


ขณะเดียวกัน ต้องจับตาการพิจารณาโครงการขนาดใหญ่ด้านการบริหารจัดการน้ำ ได้แก่ โครงการบริหารจัดการน้ำระยะยาว ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย วงเงินประมาณ 165,000 ล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ภาคกลางลงสู่อ่าวไทย เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก รวมทั้งบรรเทาผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในระยะยาว


นอกจากนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เตรียมเสนอกรอบและงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ 2570 ขณะที่คณะกรรมการนโยบายบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) เตรียมเสนอแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2570 ให้ ครม.พิจารณา


ด้านกระทรวงพาณิชย์ เตรียมเสนอขอความเห็นชอบกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับแคนาดา เพื่อใช้เป็นกรอบในการเจรจาความตกลงทางการค้าระหว่างสองประเทศ


ส่วนกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอร่างประกาศกำหนดอัตราอากรขาเข้าสำหรับสินค้าเร่งด่วนจากเขตปลอดอากร e-Commerce และสินค้าที่นำเข้าทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ รวมถึงเสนอขอรับการจัดสรรงบกลาง ในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา สำหรับการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษา


ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอ ครม.พิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2568/69 ในรูปแบบสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต อัตราไร่ละ 1,000 บาท โดยหลักเกณฑ์เดิมกำหนดช่วยเหลือไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน หรือสูงสุดครัวเรือนละ 10,000 บาท


การประชุม ครม.ครั้งนี้จึงมีทั้งมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม ควบคู่กับการพิจารณาแผนบริหารจัดการน้ำระยะยาว ตลอดจนมาตรการด้านเศรษฐกิจ การคลัง การค้า และการช่วยเหลือภาคเกษตรกรรม

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Reuters