วิกฤตคลองหกวาสายล่าง เผชิญมวลน้ำจากปทุมฯ จับตาสายไหม–คลองสามวา–หนองจอก

วินาทีนี้ คลองหกวาสายล่าง กลายเป็นหนึ่งในจุดเปราะบางสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ท่ามกลางมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่ยังไหลลงมาเติมอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่มวลน้ำเอ่อล้นแนวคันกั้นน้ำ เข้าสู่พื้นที่ สายไหม คลองสามวา และหนองจอก ซึ่งกำลังบอบช้ำจากน้ำท่วมขังจากฝนตกแช่
สรุปข่าว
วินาทีนี้ คลองหกวาสายล่าง กลายเป็นหนึ่งในจุดเปราะบางสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ท่ามกลางมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่ยังไหลลงมาเติมอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่มวลน้ำเอ่อล้นแนวคันกั้นน้ำ เข้าสู่พื้นที่ สายไหม คลองสามวา และหนองจอก ซึ่งกำลังบอบช้ำจากน้ำท่วมขังจากฝนตกแช่
ทำไม “คลองหกวาสายล่าง” จึงสำคัญ?
คลองหกวาสายล่างเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญของระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออก เพราะทำหน้าที่รับและถ่ายเทมวลน้ำจากพื้นที่ด้านบนลงสู่ระบบคลองด้านล่าง
พื้นที่ที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีเพียงจุดเดียว แต่เชื่อมโยงกับพื้นที่ สายไหม คลองสามวา หนองจอก มีนบุรี และต่อเนื่องไปถึงลาดกระบัง
เมื่อมีมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงมา ปริมาณน้ำจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่คลองหกวาสายล่าง แต่ต้องถูกถ่ายเทต่อไปยังคลองสายอื่นในระบบ
ปัญหาจึงเกิดขึ้นทันที หาก น้ำไหลเข้ามาเร็วกว่าอัตราที่ระบบสามารถระบายออกได้
น้ำจะเริ่มสะสม ระดับน้ำในคลองสูงขึ้น และเมื่อเกินแนวป้องกัน ก็มีโอกาสเอ่อล้นเข้าสู่พื้นที่ชุมชน
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมสถานการณ์บริเวณคลองหกวาสายล่าง จึงเปราะบาง
เพราะนี่คือปัญหาของการบริหารมวลน้ำทั้งระบบฝั่งตะวันออก
น้ำมีทางไป...แต่ปลายทางกำลังรับภาระ
นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ อธิบายว่า ความท้าทายของสถานการณ์เวลานี้ คือปริมาณน้ำที่ยังไหลเข้าพื้นที่ฝั่งตะวันออก ขณะที่ระบบระบายน้ำมีข้อจำกัดหลายด้าน
นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี
อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ
แม้คลองหกวาสายล่างอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการการเปิด–ปิดประตูน้ำ แต่หนึ่งในแนวทางที่กำลังพิจารณา คือการผลักน้ำผ่าน คลองพระยาสุเรนทร์ บริเวณวัดพระยาสุเรนทร์ ก่อนระบายลงสู่คลองประเวศ
แต่ปัญหาของการระบายน้ำเส้นทางนี้ คือ สุดท้ายน้ำจะไปรวมกันที่คลองประเวศ
ทำให้คลองประเวศกลายเป็นจุดสำคัญของระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออก และจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกทางพระโขนงให้ได้มากที่สุด
เพราะหากปลายทางระบายออกได้ช้า น้ำที่อยู่ด้านบนก็จะสะสมและค้างอยู่ในระบบนานขึ้น
อีกทางเลือกที่ต้องพิจารณา คือการเปิดประตูระบายน้ำ คลองสองสายใต้ เพื่อผลักน้ำเข้าสู่คลองลาดพร้าว แต่ทางเลือกนี้มีความเสี่ยง เพราะอาจทำให้มวลน้ำเข้าสู่พื้นที่ด้านในเมืองมากขึ้น
ขณะที่ ประตูระบายน้ำคลองลำหม้อแตก ยังคงต้องปิด เพื่อป้องกันน้ำด้านข้าง หรือ Side Flow ไหลเข้ามาซ้ำเติมพื้นที่
ส่วนจุดที่ต้องจับตา คือพื้นที่ เขตสายไหม ตั้งแต่แยกโรงพยาบาลสายไหมถึงคลองสองสายใต้ รวมถึงบริเวณตลาด AC และพื้นที่โดยรอบ
รวมถึงพื้นที่ใน คลองสามวาและหนองจอก
ระดับน้ำในบางพื้นที่เริ่มเอ่อสูงขึ้น และยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจนว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อใด และในขณะเดียวกันยังต้องติดตามว่ามวลน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือจะไหลเข้ามาเติมอีกมากน้อยแค่ไหน
ขณะที่ กทม.เร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำชั่วคราว พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ยกของขึ้นที่สูงทันที หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมและริมคลอง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่รอยต่อจังหวัดปทุมธานี ริมคลองหกวาสายล่าง ครอบคลุม สายไหม คลองสามวา และหนองจอก หลังน้ำเอ่อล้นแนวคันกั้นน้ำเข้าพื้นที่
โจทย์ตอนนี้จึงไม่ใช่แค่น้ำจะมาอีกเท่าไร...
แต่คือ “ทางออกของน้ำ” จะรับได้อีกแค่ไหน
- ผู้เชี่ยวชาญน้ำเสนอแผนกู้วิกฤต เคหะร่มเกล้า-คลองจั่น เสนอเร่งเพิ่มเครื่องสูบ เปิดคอขวดระบายน้ำ
- ชีวิตยังคงต้องไปต่อ คนไทยปรับตัวหากิน เปิด “ตลาดน้ำ” กลางน้ำท่วม
- "จันทบุรี” น้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร กระทบ 9 อำเภอ
- ฝนเบาแล้ว แต่น้ำยังไม่หมด! ระบายอีกไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
- น้ำท่วมหนัก! เร่งเยียวยาเกษตรกร 10 จังหวัด
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน Thai News Pix
