เปิดสถิติอาชญากรรมออนไลน์ “นนทบุรี” เสียหายสูงสุด 14.6 ล้าน หลอกสินค้าบริการคดีอันดับ 1

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดสถิติอาชญากรรมออนไลน์ “นนทบุรี” เสียหายสูงสุด 14.6 ล้าน หลอกสินค้าบริการคดีอันดับ 1

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์ช่วงวันที่ 13-19 กันยายน 2569 พบมีคดีรับแจ้งผ่านระบบ Thaipoliceonline รวม 5,514 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 236 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 6-12 กันยายน 2569 จำนวนคดีลดลง 204 คดี และมูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 61 ล้านบาท

สรุปข่าว

เปิดสถิติอาชญากรรมออนไลน์ 13-19 ก.ย. 69 พบ 5,514 คดี เสียหายกว่า 236 ล้านบาท เปิด 3 จังหวัดแจ้งความสูงสุด พบ “นนทบุรี” เสียหายสูงสุด 14.6 ล้านบาท

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์ช่วงวันที่ 13-19 กันยายน 2569 พบมีคดีรับแจ้งผ่านระบบ Thaipoliceonline รวม 5,514 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 236 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 6-12 กันยายน 2569 จำนวนคดีลดลง 204 คดี และมูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 61 ล้านบาท

เมื่อเจาะสถิติตามจังหวัด พบว่า กรุงเทพฯ มีจำนวนคดีได้รับแจ้งสูงสุด 89 คดี แต่จังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุดในกลุ่ม 3 จังหวัดที่ได้รับแจ้งความสูงสุด กลับเป็น นนทบุรี ซึ่งมีเพียง 22 คดี แต่มีความเสียหายสูงถึง 14.6 ล้านบาท

สถิติ 3 จังหวัดที่ได้รับแจ้งความสูงสุด ได้แก่

1. กรุงเทพฯ 89 คดี มูลค่าความเสียหาย 6.8 ล้านบาท

2. เชียงใหม่ 31 คดี มูลค่าความเสียหาย 9.6 แสนบาท

3. นนทบุรี 22 คดี มูลค่าความเสียหาย 14.6 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นความแตกต่างระหว่าง จำนวนคดีที่ได้รับแจ้ง กับ มูลค่าความเสียหาย โดยกรุงเทพฯ มีจำนวนคดีสูงสุด แต่ใน 3 จังหวัดดังกล่าว นนทบุรีมีมูลค่าความเสียหายสูงสุด แม้จำนวนคดีจะน้อยกว่า

หลอกสินค้าและบริการยังครองแชมป์คดีออนไลน์

สำหรับประเภทคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด ยังคงเป็น การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ จำนวน 4,103 คดี คิดเป็น 74.4% ของคดีทั้งหมด และเป็นประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงสุดกว่า 54 ล้านบาท คิดเป็น 22.9% ของคดีทั้งหมด

หากเจาะลึกตามเพศและอายุของผู้เสียหาย พบว่า ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย ขณะที่กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่ออย่างต่อเนื่องมาหลายเดือน

3 ประเภทคดีที่พบผู้เสียหายในช่วงวัย 21-30 ปีมากที่สุด ได้แก่ คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และคดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน

ACSC ระงับเงินก่อนถึงบัญชีมิจฉาชีพกว่า 3.8 ล้านบาท

ด้านการช่วยเหลือผู้เสียหาย ACSC ได้ประสานธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เข้าระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนเงินถึงบัญชีมิจฉาชีพได้จำนวน 21 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 3.8 ล้านบาท

หนึ่งในเคสด่วนเป็นกรณีนักศึกษาชาย อายุ 19 ปี ถูกกลุ่มมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรศัพท์มาข่มขู่ว่ามีส่วนพัวพันกับความผิดฐานฟอกเงิน ก่อนออกอุบายให้แสดงความบริสุทธิ์ใจ และหลอกให้บอกผู้ปกครองว่าได้รับทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ ต้องใช้เงินเป็นค่าดำเนินการ

มิจฉาชีพยังสั่งห้ามผู้เสียหายบอกเรื่องดังกล่าวกับใคร เพื่อแยกเหยื่อออกจากคนรอบข้างและครอบครัว ก่อนที่ผู้เสียหายจะพาตัวเองไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง และเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้สำเร็จ

อีกกรณีเป็นหญิง อายุ 62 ปี ถูกกลุ่มมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นแพลตฟอร์มลงทุนสื่อโฆษณาออนไลน์ เสนอผลตอบแทนสูงถึง 30% ทำให้ผู้เสียหายโอนเงินหลายครั้ง แม้เจ้าหน้าที่พยายามติดต่อและเข้าไปช่วยเหลือถึงบ้านพัก แต่ผู้เสียหายยังเชื่อว่าจะได้รับเงินคืน จนต้องเชิญตัวมาที่สถานีตำรวจเพื่ออธิบาย จึงเข้าใจว่าถูกมิจฉาชีพหลอก

ACSC ย้ำเตือนประชาชนให้ระมัดระวังพฤติการณ์ “ชวนย้ายคุยนอกแอป” และ “การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วข่มขู่ให้โอนเงิน” พร้อมขอให้ตั้งสติ อย่าหลงเชื่อ และตรวจสอบให้รอบคอบก่อนโอนเงินทุกครั้ง

หากได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวง สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มาข้อมูล : ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์

ที่มารูปภาพ : Getty Images

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย