กว่าจะถึงเวที AGT เรื่องราวของ “เนเน่ รอยัล” จากตลาดนาคาสู่สายตาคนทั้งโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
กว่าจะถึงเวที AGT  เรื่องราวของ “เนเน่ รอยัล” จากตลาดนาคาสู่สายตาคนทั้งโลก

จากกีตาร์ตัวแรก สู่เวทีที่คนทั้งโลกจับตา

ย้อนกลับไปในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่สหรัฐอเมริกา แสงไฟบนเวที America’s Got Talent สาดลงบนเด็กสาววัยเพียง 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ก่อนที่เสียงกีตาร์จะดังขึ้น และเสียงร้องของเธอจะพาผู้ชมทั้งฮอลล์เข้าสู่โลกของ “Zombie” เพลงร็อกระดับตำนานของ The Cranberries

เด็กสาวตัวเล็ก ๆ จากเมืองท่องเที่ยวริมทะเล กำลังยืนอยู่ต่อหน้าคณะกรรมการทั้ง 4 คน และสายตาของผู้ชมจากทั่วโลก ไม่มีใครรู้ว่า การแสดงเพียงไม่กี่นาทีนั้นจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธอไปตลอดกาล

สรุปข่าว

จากกีตาร์สายเพี้ยน สู่เวทีเปิดหมวกเล็ก ๆ ที่ตลาดนาคา ก่อนก้าวไกลถึง America’s Got Talent เปิดเรื่องราวความฝันของ “เนเน่ รอยัล” เด็กสาวภูเก็ตวัย 16 ปี ผู้ใช้เสียงดนตรีพาตัวเองสู่เวทีระดับโลก

จากกีตาร์ตัวแรก สู่เวทีที่คนทั้งโลกจับตา

ย้อนกลับไปในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่สหรัฐอเมริกา แสงไฟบนเวที America’s Got Talent สาดลงบนเด็กสาววัยเพียง 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ก่อนที่เสียงกีตาร์จะดังขึ้น และเสียงร้องของเธอจะพาผู้ชมทั้งฮอลล์เข้าสู่โลกของ “Zombie” เพลงร็อกระดับตำนานของ The Cranberries

เด็กสาวตัวเล็ก ๆ จากเมืองท่องเที่ยวริมทะเล กำลังยืนอยู่ต่อหน้าคณะกรรมการทั้ง 4 คน และสายตาของผู้ชมจากทั่วโลก ไม่มีใครรู้ว่า การแสดงเพียงไม่กี่นาทีนั้นจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธอไปตลอดกาล

ชื่อของ “เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว - รัตติกานต์ อำลอย ปรากฏขึ้นในสายตาของผู้ชมทั่วโลก จากเด็กสาวที่เคยเล่นดนตรีอยู่ในจังหวัดภูเก็ต เธอกำลังเดินเข้าสู่เวทีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงความฝัน จากรอบออดิชั่น สู่ Judges’ Callbacks และ การแสดงในรอบ Live Quarterfinals กับเพลง “Black Hole Sun” ที่ทำให้เธอได้รับ Golden Buzzer จาก Mel B และก้าวเข้าสู่รอบ Final ของการแข่งขัน

แต่เบื้องหลังแสงไฟบนเวทีระดับโลกนั้น มีเรื่องราวอีกยาวไกลที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่เด็กหญิงคนหนึ่งวัย 7 ขวบ เดินเข้าไปบอกพ่อกับแม่ว่า

“อยากลองเล่นดนตรี หรือเล่นกีตาร์สักเพลง”

กีตาร์ตัวแรกที่ซื้อจากร้านเครื่องเขียน

“วันนั้นไม่มีใครในครอบครัวเป็นนักดนตรี และ ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ากีตาร์ควรซื้อจากที่ไหน”

เนเน่ เล่าถึงครั้งที่อยากลองหัดเล่นกีตาร์ครั้งแรก โดยครูให้ไปหาซื้อกีตาร์มาก่อน แลัวค่อยมาเรียน ด้วยความมือใหม่ กีตาร์ตัวแรกของเธอไม่ได้มาจากร้านเครื่องดนตรี หากแต่เป็นกีตาร์สภาพไม่สมบูรณ์ ที่พ่อแม่ไปหาซื้อมาจากร้านเครื่องเขียน สายกีตาร์ก็เพี้ยน และ ตัวเธอเองแทบไม่มีพื้นฐานทางดนตรี 

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้เธอหยุดฝันแต่อย่างใด เนเน่ในวัย 7 ขวบเริ่มต้นมันด้วยการเปิด  YouTube แล้วเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเอง ฝึกจับคอร์ดทีละคอร์ด จนเพียง 3 วันต่อมา เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ก็สามารถเล่นเพลงแรกในชีวิตได้ 

เพลงนั้นคือ “Zombie”  

เพลงเดียวกับที่อีกหลายปีต่อมา เธอจะหยิบมันกลับขึ้นมาร้องบนเวที America’s Got Talent ต่อหน้าคนทั้งโลก

จากกีตาร์โปร่งนำไปสู่ความท้าทายใหม่ เธอเริ่มฝึกกีตาร์ไฟฟ้า โดยมีคุณพ่อเป็นคนแนะนำ แม้ตัวเขาเองจะไม่ได้เล่นดนตรีเป็น หนึ่งในเพลงที่เธอเลือกฝึกคือ  “Hotel California”

มีช่วงหนึ่งที่ความเจ็บปวดจากการฝึกซ้อมทำให้เด็กหญิงตัดสินใจหยุดเล่นกีตาร์ไป แต่ท้ายสุดเธอก็อดไม่ได้ที่จะหยิบมันขึ้นมาเล่นอีกครั้ง ก่อนที่จะค้นพบว่า เธอรักเสียงดนตรีและเสียงโน้ตโซโล่มากกว่าที่เคยคิด

ตลาดนาคาเวทีแรกของชีวิต 

ก่อนที่ชื่อของ เนเน่ จะอยู่ในสปอตไลท์ระดับโลก  มีผู้ติดตามหลายประเทศ และ เป็นกระแสในโลกออนไลน์ ที่ตลาดนาคา มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่กับกีตาร์บนพื้นที่เล็ก ๆ เล่นดนตรีดเปิดหมวกในตลาดนาคา จังหวัดภูเก็ต

การเปิดหมวกเริ่มต้นจากวันที่พ่อกับแม่เห็นคลิปวิดีโอการเล่นดนตรีเปิดหมวก เลยตัดสินใจให้ลูกลองไปเล่นดู วันแรก คุณพ่อเป็นคนช่วยเลือกพื้นที่ เขาคำนวณว่าตรงไหนมีคนเดินผ่านมากที่สุด ก่อนจะเลือกจุดหนึ่งบริเวณหน้าห้องน้ำ ไม่มีเวที ไม่มีแสงไฟ และไม่มีใครรู้จักเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังกอดกีตาร์ซึ่งมีขนาดแทบจะใหญ่กว่าตัวเธอ

แต่เมื่อเสียงดนตรีเริ่มขึ้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จากเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ครอบครัวตั้งไว้เพียงวันละ 300 บาทในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ หลังเล่นไปเพียง 3 เพลง รายได้กลับพุ่งขึ้นไปมากกว่า 3,000 บาท

ตลาดนาคาอาจเป็นเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ในภูเก็ต แต่สำหรับเนเน่ ที่แห่งนี้คือเวทีแรกที่สอนให้เธอรู้จักการยืนต่อหน้าผู้คนและเมื่ออายุประมาณ 13 ปี เธอก็ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการก่อตั้งวง “โอโซน” (Ozone) พร้อมชวนน้องชายมาร่วมเล่นเปิดหมวกด้วยกัน เหตุผลหนึ่งไม่ใช่เพียงเพราะอยากมีสมาชิกในวงเพิ่ม แต่เพราะเธออยากให้น้องชายได้เรียนรู้ที่จะกล้าแสดงออก

“ก่อนที่จะเริ่มสร้างวงโอโซนขึ้นมา เริ่มประมาณปี 2021 ค่ะ ตอนนั้นจริง ๆ แล้วพวกเรายังไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ได้มาเจอกันที่โรงเรียนดนตรี ตอนนั้นหนูอายุประมาณ 10-13 ปี และได้มีโอกาสเล่นดนตรีอยู่ในวงค่ะ

คุณครูจะเป็นคนคัดเลือกสมาชิก โดยดูว่าแต่ละคนเหมาะกับการเล่นดนตรีด้วยกันไหม สุดท้ายก็เลือกพวกเรามา 3 คน

อีกอย่างคือ น้อง ๆ เคยเห็นหนูเล่นดนตรีเปิดหมวกที่ตลาด พวกเขาก็เลยอยากลองเล่นด้วย หนูเองก็อยากชวนน้อง ๆ โดยเฉพาะน้องชายของหนู มาลองเล่นดนตรีด้วยกัน เพราะหนูอยากให้น้อง ๆ ได้มีความกล้า และกล้าที่จะแสดงออกมากขึ้นค่ะ”

เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นของวงโอโซนด้วยความทรงจำที่ยังชัดเจน เพราะสำหรับเนเน่ วงดนตรีวงนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเล่นเพลง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ทำให้เธอและน้อง ๆ ได้เรียนรู้ เติบโต และ กล้าที่จะยืนอยู่ต่อหน้าผู้คนผ่านเสียงดนตรี


จากความฝันตอน 9 ขวบ สู่เวทีระดับโลก

เมื่ออายุประมาณ 9 - 10 ขวบ ความฝันของเด็กหญิงเนเน่ เริ่มใหญ่ขึ้น จากการอยากแค่เล่นกีตาร์  ก็เริ่มมีคำว่าศิลปินระดับโลกเข้ามาในหัว  ความฝันนั้นถูกเปลี่ยนเป็นการฝึกซ้อม และการฝึกซ้อมถูกเปลี่ยนเป็นการแข่งขัน

จากระดับเมือง สู่ระดับภาค จากระดับประเทศ และค่อย ๆ ขยับไปสู่เวทีระดับโลก จนกระทั่งเนเน่คว้ารางวัล Outstanding หรือนักดนตรียอดเยี่ยม จากรายการ Powerband Season 5

หลังจากนั้น เธอจึงกลับไปคุยกับคุณพ่ออีกครั้งว่า ถึงเวลาหรือยังที่จะก้าวไปสู่ “สเต็ประดับโลก”

คำตอบของครอบครัวพาเธอไปยังรายการที่เธอคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก

America’s Got Talent....

เนเน่ บอกเล่าว่าเธอ ชอบดูรายการนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก และในที่สุดวันหนึ่ง เธอก็ตัดสินใจส่งคลิปไปสมัคร ตอนแรกเธอคิดว่าอาจเป็นเพียงการออดิชันในห้องเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง

แต่สิ่งที่รออยู่กลับเป็นเวทีขนาดใหญ่ ต่อหน้าคณะกรรมการทั้ง 4 คน และผู้ชมจำนวนมาก เด็กสาวจากภูเก็ตจึงได้ก้าวออกจากหน้าจอโทรทัศน์ที่เคยดูมาตั้งแต่เด็ก และกลายเป็นคนที่ยืนอยู่บนเวทีนั้นด้วยตัวเอง

เราทำได้แล้วลูก ...  “Golden Buzzer” ปุ่มแรกของคนไทย

จากความฝัน และ ความพยายาม ทั้งหมดเริ่มเด่นชัดขึ้นในรอบ Live Quarterfinals  หลังเสียงดนตรีจบลง ในรอบที่เธอแสดงเพลง “Black Hole Sun” เนเน่ได้รับ Golden Buzzer จาก Mel B ส่งให้เธอเข้าสู่รอบ Final ของ America’s Got Talent

สำหรับคนดู นั่นอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ บนหน้าจอ แต่สำหรับคนเป็นพ่อ มันคือภาพของลูกสาวที่เดินทางมาไกลตั้งแต่กีตาร์ตัวแรก กีตาร์ที่สายเพี้ยนจากร้านเครื่องเขียน และ เวทีเล็ก ๆ หน้าห้องน้ำในตลาดนาคา

คุณพ่อเล่าว่า วินาทีนั้นเขาตื้นตันจนพูดไม่ออก  ก่อนจะพูดกับลูกสาวเพียงไม่กี่คำ“เราทำได้แล้วลูก เราทำสำเร็จแล้วลูก”

หลัง รอบ Live Quarterfinals  กระแสความนิยมในตัวของเนเน่ ก็พุ่งทะยานเหมือนดอกไม้ไฟ ผู้คนในโลกออนไลน์เข้ามาร่วมแสดงความยินดี ขณะที่ครอบครัวเองก็รู้สึกอบอุ่นใจที่มีพลังจากผู้คนเข้ามาช่วยดูแลและส่งกำลังใจให้ลูกสาวอีกแรง

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าชื่อของเนเน่จะเดินทางไปไกลเพียงใด คุณพ่อยังยืนยันสิ่งหนึ่ง “ตลาดนาคา”  จะยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่ครอบครัวไม่มีวันลืม

แรงใจที่ดีที่สุดคือครอบครัว

หากถามว่าอะไรทำให้เด็กหญิงวัย 16 ปีคนหนึ่งกล้ายืนอยู่บนเวทีที่คนทั้งโลกกำลังมอง คำตอบของเนเน่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร คำตอบง่าย ๆ คือคำว่า “ครอบครัว” ในทุกครั้ง ทุกครั้งที่เธอขึ้นแสดง เธอจะเห็นพ่อ แม่ และน้องชายอยู่ข้างเวที คอยส่งเสียงเชียร์ กระโดด โยกหัว และเต้นไปกับเสียงเพลง

สำหรับเด็กสาวที่กำลังถูกผู้คนทั่วโลกจับตามอง ครอบครัวจึงเป็นเหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ที่ทำให้เธอยังเป็น “เนเน่คนเดิม” และแม้วันนี้ผู้คนจะรู้จักเธอในชื่อ Nene Royal แต่เจ้าตัวยังคงมองตัวเองว่าเป็นเพียงเด็กสาววัย 16 ปีจากภูเก็ต แม้ว่าเวลาเธอออกไปเที่ยวกับพ่อแม่ มีผู้คนเข้ามาขอถ่ายรูปมากขึ้นเรื่อย ๆก็ตาม

“ตอนนี้ยังไม่คิดว่าตัวเองดัง ยังมองว่าตัวเองเป็นเพียงเด็กสาวอายุ 16 ปี ที่เล่นดนตรีในจังหวัดภูเก็ต เป็นคนใต้คนเดิม” เธอกล่าว

หนึ่งเวที หนึ่งฝัน ทั้งหมดจะปรากฏชัดในวันที่ 23 กันยายน 

ในวันที่ 23 กันยายน 2569 เนเน่ จะยืนอยู่ อยู่บนเวทีที่มีผู้ชมจากทั่วโลกกำลังจับตามองใน รอบ Final ของ America’s Got Talent ผู้ชมและคนไทยในต่างประเทศส่งข้อความแสดงความยินดี พร้อมบอกว่าเธอคือหนึ่งในตัวแทนของเด็กไทยที่มีความสามารถ และสำหรับหลายคน เธอได้กลายเป็น “แชมป์ในใจ” ไปแล้ว

แต่สำหรับเนเน่ การเดินทางยังไม่จบเธอบอกว่า จะทำการแสดงครั้งสุดท้ายให้ดีที่สุด และยอมรับตรง ๆ ว่า ความฝันของเธอในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การได้มายืนบนเวทีแห่งนี้

เธออยากคว้าแชมป์....

“ตั้งใจจะทำผลงานในรอบ Final ให้ดีที่สุด และอยากจะได้ตำแหน่งแชมป์” เธอบอกก่อนในวันสำคัญจะมาถึง 


จากกีตาร์ตัวแรกที่สายเพี้ยน จากเด็กหญิงวัย 7 ขวบที่เปิด YouTube หัดจับคอร์ดด้วยตัวเอง จากเพลง “Zombie” ที่เคยเป็นเพลงแรกในชีวิต สู่ “Zombie” บนเวทีระดับโลก และ “Black Hole Sun” ที่พาเธอคว้า Golden Buzzer

เรื่องราวของเนเน่จึงอาจไม่ใช่เพียงเรื่องของเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังแข่งขันเพื่อคว้ารางวัล แต่มันคือเรื่องของความฝันที่ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับเด็กคนหนึ่ง และในวันพรุ่งนี้ เมื่อไฟบนเวทีส่องลงมาอีกครั้ง เด็กสาวจากภูเก็ตจะมีโอกาสได้เขียนบทสุดท้ายของเรื่องราวบทนี้ด้วยเสียงร้องและกีตาร์ของเธอเอง

จากตลาดนาคา...

สู่เวทีที่คนทั้งโลกกำลังมอง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย