ไทยติด Top 4 โลก จุดหมาย Digital Nomad-ผู้เกษียณปี 2026

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทยติด Top 4 โลก จุดหมาย Digital Nomad-ผู้เกษียณปี 2026

วันนี้ (12 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการจัดอันดับ Rumavi Global Relocation Index 2026 ซึ่งได้รับการรายงานโดย VnExpress International ของเวียดนาม และ The Star ของมาเลเซีย โดยมีการประเมิน 192 ประเทศและดินแดนทั่วโลก

ผลการจัดอันดับระบุว่า ประเทศไทยได้รับคะแนน 75.4 อยู่ในอันดับ 3 ของโลกสำหรับกลุ่มดิจิทัลโนแมด (Digital Nomads) หรือผู้ที่สามารถทำงานจากระยะไกลและเลือกพำนักในต่างประเทศ รองจากมาเลเซียและโปรตุเกส ขณะที่กลุ่มผู้เกษียณ (Retirees) ไทยได้ 74.3 คะแนน อยู่ในอันดับ 4 ของโลก รองจากมาเลเซีย ปานามา และโปรตุเกส โดยทั้ง 2 กลุ่ม ไทยอยู่ในอันดับ 2 ของอาเซียน

สรุปข่าว

Rumavi Global Relocation Index 2026 จัดไทยอันดับ 3 ของโลกสำหรับ Digital Nomad ด้วย 75.4 คะแนน และอันดับ 4 สำหรับผู้เกษียณ 74.3 คะแนน รัฐบาลเตรียมต่อยอดเศรษฐกิจดิจิทัล สุขภาพ และบริการ ดึงกลุ่มพำนักระยะยาว เพิ่มการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการไทย

วันนี้ (12 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการจัดอันดับ Rumavi Global Relocation Index 2026 ซึ่งได้รับการรายงานโดย VnExpress International ของเวียดนาม และ The Star ของมาเลเซีย โดยมีการประเมิน 192 ประเทศและดินแดนทั่วโลก

ผลการจัดอันดับระบุว่า ประเทศไทยได้รับคะแนน 75.4 อยู่ในอันดับ 3 ของโลกสำหรับกลุ่มดิจิทัลโนแมด (Digital Nomads) หรือผู้ที่สามารถทำงานจากระยะไกลและเลือกพำนักในต่างประเทศ รองจากมาเลเซียและโปรตุเกส ขณะที่กลุ่มผู้เกษียณ (Retirees) ไทยได้ 74.3 คะแนน อยู่ในอันดับ 4 ของโลก รองจากมาเลเซีย ปานามา และโปรตุเกส โดยทั้ง 2 กลุ่ม ไทยอยู่ในอันดับ 2 ของอาเซียน

ค่าครองชีพ-ดิจิทัล-สุขภาพ หนุนความน่าสนใจของไทย

ข้อมูลการจัดอันดับระบุถึงปัจจัยที่สนับสนุนความน่าสนใจของประเทศไทยหลายด้าน โดยเฉพาะค่าครองชีพที่เข้าถึงได้ ซึ่งได้รับ 96.9 คะแนน ระบบเงินตราและธนาคาร 91.8 คะแนน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 89.4 คะแนน

ด้านบริการสุขภาพ ไทยได้รับคะแนนคุณภาพ 78 คะแนน และต้นทุนการเข้าถึงบริการสุขภาพ 78 คะแนนเช่นกัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับทั้งผู้ทำงานระยะไกลและผู้เกษียณที่ต้องการเลือกประเทศสำหรับพำนักในระยะยาว

นางสาวลลิดา ระบุว่า รัฐบาลมองผลการจัดอันดับครั้งนี้เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากดิจิทัลโนแมดและผู้เกษียณต่างชาติเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มพำนักในประเทศเป็นเวลานาน และมีการใช้จ่ายต่อเนื่องในหลายภาคส่วน ตั้งแต่ที่พัก อาหาร การเดินทาง บริการสุขภาพ ไปจนถึงธุรกิจบริการอื่น ๆ

หากประเทศไทยสามารถเพิ่มระยะเวลาพำนักของกลุ่มดังกล่าวได้ จะช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งปี

“เป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้คนทั่วโลกอยากมาเที่ยวไทย แต่ต้องทำให้คนที่มีศักยภาพอยากอยู่ไทยนานขึ้น และใช้จ่ายในไทยมากขึ้น อันดับ 3 ของโลกสำหรับดิจิทัลโนแมดและอันดับ 4 สำหรับผู้เกษียณ จึงเป็นโอกาสที่ไทยต้องเปลี่ยนให้เป็นรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจ” นางสาวลลิดา กล่าว

รัฐบาลเดินหน้าจุดหมายคุณภาพตลอด 365 วัน

รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมต่อยอดศักยภาพดังกล่าวผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ภาคบริการ และระบบสุขภาพ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายคุณภาพตลอด 365 วัน โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อคนและระยะเวลาพำนัก ควบคู่กับจำนวนนักเดินทาง

สำหรับตลาดดิจิทัลโนแมด รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานและการพำนักระยะยาว ส่วนตลาดผู้เกษียณจะเชื่อมโยงกับการพัฒนาบริการสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ เศรษฐกิจสุขภาพ และเศรษฐกิจสูงวัย ซึ่งเป็นกลุ่มบริการมูลค่าสูงที่ไทยมีศักยภาพรองรับ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป้าหมายคือการต่อยอดประเทศไทยให้เป็น “Destination Thailand” ที่สามารถดึงกำลังซื้อจากต่างประเทศ สร้างรายได้ใหม่ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย

ขณะเดียวกัน ผลการจัดอันดับยังระบุประเด็นที่ประเทศไทยมีโอกาสพัฒนาเพิ่มเติม ทั้งการเข้าถึงภาษาอังกฤษ โอกาสทางธุรกิจ และหลักนิติธรรม ซึ่งรัฐบาลจะนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบแนวทางยกระดับขีดความสามารถของประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็นจุดหมายสำหรับการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุนในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ