วิกฤตหนี้ครัวเรือน : สัญญาณอันตราย กู้ซื้อบ้านหลายบัญชี-เพิ่มความเสี่ยงเบี้ยวหนี้

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิกฤตหนี้ครัวเรือน : สัญญาณอันตราย กู้ซื้อบ้านหลายบัญชี-เพิ่มความเสี่ยงเบี้ยวหนี้

จับตา สถานการณ์หนี้ครัวเรือน

จากรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 2/2569 ล่าสุดนั้น เห็นได้ว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนใน ไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 หนี้ครัวเรือนขยายตัวเล็กน้อย โดยมีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง คือ ความเสี่ยงจากการที่ผู้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยมีบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมากกว่าหนึ่งบัญชี และลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือภาครัฐยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยถึงภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2569  ถึงเรื่องหนี้ครัวเรือนไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 มีมูลค่า 16.41 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเร่งขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงมา อยู่ที่ร้อยละ 85.9 

สินเชื่อส่วนบุคคลค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป

ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) จากข้อมูลเครดิตบูโร มีมูลค่า 1.25 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.20 ของสินเชื่อรวม ลดลงจากร้อยละ 9.59 ของไตรมาสที่ผ่านมา และ ลดลงในทุกประเภทสินเชื่อ ขณะที่ NPLs ในระบบธนาคารพาณิชย์มีมูลค่า 1.70 แสนล้านบาท หรือร้อยละ3.25 ของสินเชื่อรวม 

อย่างไรก็ดี สัดส่วนสินเชื่อค้างชำระระหว่าง 31-90 วัน (SMLs) ต่อสินเชื่อรวมยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความเสี่ยงที่อาจพัฒนาเป็นหนี้เสียในระยะต่อไป 

สรุปข่าว

วิกฤตหนี้ครัวเรือน : จับตาสัญญาณอันตราย กู้ซื้อบ้านหลายบัญชีช่วงเวลาใกล้เคียง เพิ่มความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต ขณะที่ลูกหนี้มาตรการช่วยเหลือภาครัฐยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้

จับตา สถานการณ์หนี้ครัวเรือน

จากรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 2/2569 ล่าสุดนั้น เห็นได้ว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนใน ไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 หนี้ครัวเรือนขยายตัวเล็กน้อย โดยมีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง คือ ความเสี่ยงจากการที่ผู้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยมีบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมากกว่าหนึ่งบัญชี และลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือภาครัฐยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยถึงภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2569  ถึงเรื่องหนี้ครัวเรือนไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 มีมูลค่า 16.41 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเร่งขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงมา อยู่ที่ร้อยละ 85.9 

สินเชื่อส่วนบุคคลค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป

ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) จากข้อมูลเครดิตบูโร มีมูลค่า 1.25 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.20 ของสินเชื่อรวม ลดลงจากร้อยละ 9.59 ของไตรมาสที่ผ่านมา และ ลดลงในทุกประเภทสินเชื่อ ขณะที่ NPLs ในระบบธนาคารพาณิชย์มีมูลค่า 1.70 แสนล้านบาท หรือร้อยละ3.25 ของสินเชื่อรวม 

อย่างไรก็ดี สัดส่วนสินเชื่อค้างชำระระหว่าง 31-90 วัน (SMLs) ต่อสินเชื่อรวมยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความเสี่ยงที่อาจพัฒนาเป็นหนี้เสียในระยะต่อไป 

“หนี้บ้าน” หลายบัญชี ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้

ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว ประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง

1. ความเสี่ยงจากการที่ผู้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยมีบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมากกว่าหนึ่งบัญชี 

ในปี 2568 ผู้กู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย 1 คน มีบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเปิดใหม่เฉลี่ย 1.11-1.22 บัญชี แม้ไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 จะลดลงเป็น 1.08 บัญชี แต่ยังสะท้อนว่าผู้กู้บางส่วนอาจขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลายหน่วยในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต จึงควรพัฒนาระบบรายงานข้อมูลเครดิตให้มี ความถี่มากขึ้น

2. ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือภาครัฐยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ 

รายงาน ของ SCB EIC พบว่า เพียงร้อยละ 15.0 ของลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ สามารถกลับมา ชำระหนี้ได้ตามปกติ ขณะที่ร้อยละ 85.0 ยังคงมีปัญหาในการชำระหนี้ จึงควรปรับสู่การฟื้นฟูลูกหนี้รายบุคคล ตามความสามารถในการชำระหนี้ ดังเช่น เกาหลีใต้

ข้อมูลอ้างอิงจาก สภาพัฒน์

ที่มาข้อมูล : สภาพัฒน์

ที่มารูปภาพ : Getty Images

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว