น้ำท่วมน่านกระทบเกษตร 5,463 ครัวเรือน เร่งสำรวจเยียวยา

Share on Line Share on Facebook Share on X
น้ำท่วมน่านกระทบเกษตร 5,463 ครัวเรือน เร่งสำรวจเยียวยา

สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน รายงานสถานการณ์ความเสียหายด้านพืช ประจำวันที่ 23 สิงหาคม 2569 โดยเป็นข้อมูลที่รวบรวม ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2569 พบว่า สถานการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบพื้นที่การเกษตรรวม 8 อำเภอ 45 ตำบล 274 หมู่บ้าน มีเกษตรกรได้รับผลกระทบประมาณ 5,463 ครัวเรือน และพื้นที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายรวม 11,332.49 ไร่

พืชที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชผัก รวมถึงไม้ผลและไม้ยืนต้น ขณะที่หลายพื้นที่ระดับน้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจริงเป็นรายแปลง เพื่อรวบรวมข้อมูลเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ

เมื่อพิจารณารายอำเภอ พบว่า อำเภอเวียงสา มีพื้นที่คาดว่าจะเสียหายมากที่สุด 3,452 ไร่ ครอบคลุม 8 ตำบล 37 หมู่บ้าน เกษตรกร 844 ครัวเรือน พืชที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไม้ผลและไม้ยืนต้น โดยสถานการณ์น้ำกำลังลดลงต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในระดับเฝ้าระวัง และยังไม่สามารถเข้าสำรวจความเสียหายจริงได้

รองลงมาคือ อำเภอท่าวังผา มีพื้นที่คาดเสียหาย 2,796.64 ไร่ ครอบคลุม 10 ตำบล 79 หมู่บ้าน เกษตรกร 1,565 ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นข้าวอายุประมาณ 30-60 วัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อายุประมาณ 45-60 วัน รวมถึงไม้ผลและไม้ยืนต้น ปัจจุบันระดับน้ำลดลงเป็นปกติ และอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายจริง

สรุปข่าว

น้ำท่วมน่านกระทบพื้นที่เกษตร 8 อำเภอ 45 ตำบล 274 หมู่บ้าน เกษตรกร 5,463 ครัวเรือน พื้นที่คาดเสียหาย 11,332.49 ไร่ เวียงสามีพื้นที่ได้รับผลกระทบสูงสุด 3,452 ไร่ ขณะที่หน่วยงานเร่งสำรวจรายแปลง เตรียมช่วยเหลือสูงสุดครัวเรือนละ 30 ไร่ ตามหลักเกณฑ์ราชการ

สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน รายงานสถานการณ์ความเสียหายด้านพืช ประจำวันที่ 23 สิงหาคม 2569 โดยเป็นข้อมูลที่รวบรวม ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2569 พบว่า สถานการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบพื้นที่การเกษตรรวม 8 อำเภอ 45 ตำบล 274 หมู่บ้าน มีเกษตรกรได้รับผลกระทบประมาณ 5,463 ครัวเรือน และพื้นที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายรวม 11,332.49 ไร่

พืชที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชผัก รวมถึงไม้ผลและไม้ยืนต้น ขณะที่หลายพื้นที่ระดับน้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจริงเป็นรายแปลง เพื่อรวบรวมข้อมูลเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ

เมื่อพิจารณารายอำเภอ พบว่า อำเภอเวียงสา มีพื้นที่คาดว่าจะเสียหายมากที่สุด 3,452 ไร่ ครอบคลุม 8 ตำบล 37 หมู่บ้าน เกษตรกร 844 ครัวเรือน พืชที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไม้ผลและไม้ยืนต้น โดยสถานการณ์น้ำกำลังลดลงต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในระดับเฝ้าระวัง และยังไม่สามารถเข้าสำรวจความเสียหายจริงได้

รองลงมาคือ อำเภอท่าวังผา มีพื้นที่คาดเสียหาย 2,796.64 ไร่ ครอบคลุม 10 ตำบล 79 หมู่บ้าน เกษตรกร 1,565 ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นข้าวอายุประมาณ 30-60 วัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อายุประมาณ 45-60 วัน รวมถึงไม้ผลและไม้ยืนต้น ปัจจุบันระดับน้ำลดลงเป็นปกติ และอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายจริง

อำเภอปัว เป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกรได้รับผลกระทบมากที่สุด 1,872 ครัวเรือน ครอบคลุม 11 ตำบล 87 หมู่บ้าน พื้นที่คาดเสียหาย 2,007.62 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นข้าวและพืชผักอายุประมาณ 7-60 วัน ขณะนี้น้ำลดลงเป็นปกติแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจความเสียหายรายแปลง

สำหรับ อำเภอเมืองน่าน มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 491 ครัวเรือน ใน 6 ตำบล 29 หมู่บ้าน พื้นที่คาดเสียหาย 1,341 ไร่ ขณะที่ อำเภอภูเพียง มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 431 ครัวเรือน พื้นที่คาดเสียหาย 1,114 ไร่

ส่วน อำเภอแม่จริม มีพื้นที่คาดเสียหาย 429 ไร่ เกษตรกร 161 ครัวเรือน, อำเภอสันติสุข 187.23 ไร่ เกษตรกร 94 ครัวเรือน และ อำเภอนาน้อย 5 ไร่ เกษตรกร 5 ครัวเรือน โดยพื้นที่เหล่านี้ระดับน้ำลดลงเป็นปกติและอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายจริง

โครงการชลประทานน่านรายงานว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความเสียหายยังเป็นข้อมูลเบื้องต้นและอาจมีการรายงานเพิ่มเติม หลังเจ้าหน้าที่สามารถเข้าสำรวจพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง

เร่งสำรวจรายแปลง เตรียมช่วยเหลือเกษตรกร

สำนักงานเกษตรจังหวัดน่านกำหนดการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ โดยในช่วงตอบสนองต่อสถานการณ์ จะติดตามและรายงานสถานการณ์ต่อเนื่อง สำรวจความเสียหายเบื้องต้น ประสานหน่วยงานสนับสนุน แจ้งเตือนเกษตรกรผ่านอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) และผู้นำชุมชน รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนแจ้งความเสียหายและการฟื้นฟูเบื้องต้น

หลังสถานการณ์คลี่คลาย จะบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อกม. และผู้นำชุมชน ลงสำรวจความเสียหายที่แท้จริง พร้อมดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบ ให้คำแนะนำในการฟื้นฟูพืชหลังน้ำลด ตลอดจนสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น สารชีวภัณฑ์ และองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูภาคการเกษตร

เปิดหลักเกณฑ์ช่วยเหลือ สูงสุดครัวเรือนละ 30 ไร่

สำหรับหลักเกณฑ์ช่วยเหลือ จะพิจารณาตามประเภทพืชที่ได้รับความเสียหายจริง สูงสุดไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ โดยเกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย และพื้นที่ต้องอยู่ในเขตประกาศให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

กรณีภัยเกิดก่อนวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ใช้อัตราช่วยเหลือเดิม ได้แก่ ข้าว 1,340 บาทต่อไร่ พืชไร่และพืชผัก 1,980 บาทต่อไร่ และไม้ผล ไม้ยืนต้นและพืชอื่น 4,048 บาทต่อไร่

ขณะเดียวกัน มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือแล้วใน 5 อำเภอ รวม 6 ฉบับ ได้แก่ ปัว ท่าวังผา ภูเพียง สันติสุข และเมืองน่าน โดยภัยในพื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มเกิดตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ส่วนประกาศของแต่ละพื้นที่ทยอยออกระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม 2569

สำนักงานเกษตรจังหวัดน่านจะเดินหน้าตรวจสอบข้อมูลความเสียหายให้ถูกต้องและทั่วถึง เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าเกณฑ์สามารถเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือตามระเบียบ พร้อมเร่งให้คำแนะนำด้านการฟื้นฟูการผลิตหลังสถานการณ์น้ำคลี่คลาย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ