
แม้ปรากฏการณ์เอลนีโญจะสร้างความกังวลให้กับภาคเกษตรในหลายพื้นที่ของอินโดนีเซีย จากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งยาวนาน แต่สำหรับเกษตรกรผู้ทำนาเกลือในจังหวัดชวาตะวันตก กลับมองว่าเอลนีโญคือโอกาสสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้ง ไฟป่า และความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอินโดนีเซียคาดว่า เอลนีโญจะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2027
ภายในเดือนกรกฎาคม พื้นที่มากกว่าครึ่งของประเทศเข้าสู่ฤดูแล้งที่ยาวนานกว่าปกติ ซึ่งคาดว่าจะรุนแรงที่สุดในเดือนสิงหาคม ขณะเดียวกัน เดือนที่ผ่านมาอินโดนีเซียตรวจพบจุดความร้อนมากกว่า 5,000 จุด เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเอลนีโญในอดีต
สรุปข่าว
แม้ปรากฏการณ์เอลนีโญจะสร้างความกังวลให้กับภาคเกษตรในหลายพื้นที่ของอินโดนีเซีย จากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งยาวนาน แต่สำหรับเกษตรกรผู้ทำนาเกลือในจังหวัดชวาตะวันตก กลับมองว่าเอลนีโญคือโอกาสสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้ง ไฟป่า และความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอินโดนีเซียคาดว่า เอลนีโญจะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2027
ภายในเดือนกรกฎาคม พื้นที่มากกว่าครึ่งของประเทศเข้าสู่ฤดูแล้งที่ยาวนานกว่าปกติ ซึ่งคาดว่าจะรุนแรงที่สุดในเดือนสิงหาคม ขณะเดียวกัน เดือนที่ผ่านมาอินโดนีเซียตรวจพบจุดความร้อนมากกว่า 5,000 จุด เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเอลนีโญในอดีต
อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่แห้งแล้งกลับเป็นผลดีต่อการผลิตเกลือ ซึ่งส่วนใหญ่ยังใช้วิธีดั้งเดิม โดยอาศัยการระเหยของน้ำทะเลในบ่อเกลือตื้นตามแนวชายฝั่ง
ที่เมืองชีเรอบอน (Cirebon) จังหวัดชวาตะวันตก เกษตรกรใช้เวลาหลายชั่วโมงขูดผลึกเกลือจากก้นบ่อก่อนรวบรวมเป็นกองเพื่อจำหน่าย โดยแม้ฝนจะตกเพียงเล็กน้อยก็สามารถรบกวนกระบวนการผลิต ทำให้ผลผลิตและคุณภาพเกลือลดลงได้
ดาดัง ดาร์มาวัน ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ทำนาเกลือในพื้นที่ กล่าวว่า สำหรับชาวนาเกลือแล้ว เอลนีโญถือเป็น "พร" และ "โชคลาภ" เพราะฤดูแล้งที่ยาวนานช่วยให้ผลิตเกลือได้มากขึ้น เขาถึงกับกล่าวว่าอยากให้เอลนีโญเกิดขึ้นทุกปี โดยข้อมูลจากสำนักงานความมั่นคงด้านอาหารและประมงของเมืองชีเรอบอน ระบุว่า ผลผลิตเกลือในเดือนกรกฎาคมปีนี้อยู่ที่เกือบ 600 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ผลิตได้เพียง 25–30 ตัน และหากสภาพอากาศแห้งแล้งต่อเนื่องไปจนถึงเดือนตุลาคม ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นปีที่ให้ผลผลิตเกลือสูงเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของชาวนาเกลือสวนทางกับสถานการณ์ของเกษตรกรผู้ปลูกพืช ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาได้แนะนำให้ปรับแผนการเพาะปลูกและการทำเกษตรให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ดาร์มินโต เกษตรกรผู้ทำนาเกลือวัย 39 ปี ยอมรับว่าเข้าใจความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกพืช แต่สำหรับเขาแล้ว ฤดูแล้งที่ยาวนานหมายถึงโอกาสในการสร้างรายได้และเก็บสำรองเกลือไว้ขายเพื่อเลี้ยงครอบครัว
แม้เอลนีโญจะสร้างความเสียหายต่อภาคเกษตรและเพิ่มความเสี่ยงจากภัยแล้งในอินโดนีเซีย แต่สำหรับชาวนาเกลือ สภาพอากาศที่แห้งแล้งกลับช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว สะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจสร้างทั้งความเสียหายและโอกาส ขึ้นอยู่กับลักษณะของอาชีพและการพึ่งพาสภาพอากาศของแต่ละภาคส่วน
- คลื่นความร้อนเผายุโรป “แม่น้ำไรน์” เยอรมนีวิกฤต ทำต้นทุนขนส่งพุ่ง
- ฝนสะสมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 8% จับตา “3 พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง” มีที่ไหนบ้าง? เช็กเลย!
- “เอลนีโญ” ซ้ำเติมวิกฤตอาหาร 49 ล้านชีวิตเสี่ยงอดอยาก เตือนจุดพีค “เอลนีโญ” ก.ย.-ธ.ค.นี้
- แม่น้ำไรน์แห้ง เผยให้เห็น “หินแห่งความหิวโหย” สัญญาณภัยแล้งยุโรปรุนแรง
- ภัยแล้งยุโรปวิกฤต “แม่น้ำดานูบ” แห้งจนเห็นพื้น
