จากท้องนาสู่ทำเลทอง ‘Happitat’ จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เติมภาพบางนาให้สมบูรณ์

Share on Line Share on Facebook Share on X
จากท้องนาสู่ทำเลทอง ‘Happitat’ จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เติมภาพบางนาให้สมบูรณ์

จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง Happitat แลนด์มาร์กใหม่ที่กำลังเปลี่ยนภาพบางนา

บางนาไม่ได้เพิ่งถูกจับตามองในฐานะ “ทำเลทอง” แต่ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุค จากพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนริมน้ำ สู่ชานเมืองอุตสาหกรรม ก่อนเติบโตเป็นประตูเศรษฐกิจที่เชื่อมกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ และภาคตะวันออก

วันนี้บางนากำลังเดินเข้าสู่อีกช่วงสำคัญ เมื่อการลงทุนขนาดใหญ่หลั่งไหลเข้ามาต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Happitat โครงการไลฟ์สไตล์และรีเทลระดับพรีเมียมติดถนนบางนา ที่ถูกวางให้เป็น Destination แห่งใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตให้แตกต่างจากศูนย์การค้าแบบเดิม

บางนา จากท้องนาสู่ประตูเศรษฐกิจตะวันออก

ชื่อ “บางนา” บอกเล่าภูมิประเทศในอดีตได้ชัดเจน “บาง” หมายถึงชุมชนหรือบ้านเรือนริมน้ำ ขณะที่ “นา” สื่อถึงพื้นที่ทำนา พื้นที่ดั้งเดิมจึงมีทั้งคลอง ท้องนา และชุมชนที่เชื่อมโยงกับพระโขนงและสมุทรปราการ

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นหลังเปิดใช้ถนนบางนา–ตราด หรือถนนเทพรัตน ในช่วงปี 2512 ซึ่งกลายเป็นเส้นทางสำคัญจากกรุงเทพฯ ไปยังชลบุรีและภาคตะวันออก

เมื่ออุตสาหกรรมในสมุทรปราการขยายตัวในช่วงทศวรรษ 2530–2540 พื้นที่สองฝั่งถนนบางนาเริ่มเปลี่ยนจากพื้นที่เกษตรกรรมเป็นโรงงาน คลังสินค้า หมู่บ้าน และพื้นที่พาณิชยกรรม ก่อนจะมีทางพิเศษบูรพาวิถี สนามบินสุวรรณภูมิ และโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อพื้นที่ EEC เข้ามาเพิ่มศักยภาพในเวลาต่อมา

จากขอบเมืองในอดีต บางนาจึงกลายเป็นหนึ่งในประตูเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

สรุปข่าว

บางนาเปลี่ยนจากพื้นที่เกษตรกรรมสู่ประตูเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก รับการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง ล่าสุด Happitat เปิดตัว 21 สิงหาคม 2569 ด้วยเงินลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอยราว 200,000 ตร.ม. วางเป้าหมายเป็น Lifestyle Destination ระดับพรีเมียมแห่งใหม่

จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง Happitat แลนด์มาร์กใหม่ที่กำลังเปลี่ยนภาพบางนา

บางนาไม่ได้เพิ่งถูกจับตามองในฐานะ “ทำเลทอง” แต่ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุค จากพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนริมน้ำ สู่ชานเมืองอุตสาหกรรม ก่อนเติบโตเป็นประตูเศรษฐกิจที่เชื่อมกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ และภาคตะวันออก

วันนี้บางนากำลังเดินเข้าสู่อีกช่วงสำคัญ เมื่อการลงทุนขนาดใหญ่หลั่งไหลเข้ามาต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Happitat โครงการไลฟ์สไตล์และรีเทลระดับพรีเมียมติดถนนบางนา ที่ถูกวางให้เป็น Destination แห่งใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตให้แตกต่างจากศูนย์การค้าแบบเดิม

บางนา จากท้องนาสู่ประตูเศรษฐกิจตะวันออก

ชื่อ “บางนา” บอกเล่าภูมิประเทศในอดีตได้ชัดเจน “บาง” หมายถึงชุมชนหรือบ้านเรือนริมน้ำ ขณะที่ “นา” สื่อถึงพื้นที่ทำนา พื้นที่ดั้งเดิมจึงมีทั้งคลอง ท้องนา และชุมชนที่เชื่อมโยงกับพระโขนงและสมุทรปราการ

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นหลังเปิดใช้ถนนบางนา–ตราด หรือถนนเทพรัตน ในช่วงปี 2512 ซึ่งกลายเป็นเส้นทางสำคัญจากกรุงเทพฯ ไปยังชลบุรีและภาคตะวันออก

เมื่ออุตสาหกรรมในสมุทรปราการขยายตัวในช่วงทศวรรษ 2530–2540 พื้นที่สองฝั่งถนนบางนาเริ่มเปลี่ยนจากพื้นที่เกษตรกรรมเป็นโรงงาน คลังสินค้า หมู่บ้าน และพื้นที่พาณิชยกรรม ก่อนจะมีทางพิเศษบูรพาวิถี สนามบินสุวรรณภูมิ และโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อพื้นที่ EEC เข้ามาเพิ่มศักยภาพในเวลาต่อมา

จากขอบเมืองในอดีต บางนาจึงกลายเป็นหนึ่งในประตูเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

เมื่อบางนาเปลี่ยนจากทางผ่านเป็น Destination

ข้อได้เปรียบของบางนาอยู่ที่ตำแหน่งซึ่งเชื่อมต่อหลายพื้นที่สำคัญ ทั้งกรุงเทพฯ สมุทรปราการ สนามบินสุวรรณภูมิ ชลบุรี และภาคตะวันออก พร้อมฐานผู้บริโภคจากหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว ผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม พนักงานสำนักงาน ตลอดจนกลุ่มคนทำงานในภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การเกิดขึ้นของศูนย์ประชุม ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน และโครงการที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ทำให้บางนาค่อย ๆ เปลี่ยนจากเส้นทางเดินทางออกจากกรุงเทพฯ มาเป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย ทำงาน จับจ่าย และพักผ่อน

อีกหนึ่งข้อได้เปรียบคือพื้นที่ตามแนวถนนบางนายังมีที่ดินแปลงใหญ่ รองรับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่รวมกิจกรรมหลายประเภทไว้ในพื้นที่เดียว ซึ่งหาได้ยากขึ้นในย่านใจกลางกรุงเทพฯ

Happitat เดิมพันครั้งใหญ่บนทำเลบางนา

ท่ามกลางการเติบโตของพื้นที่ Happitat ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่น่าจับตามองมากที่สุด ด้วยเงินลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท และพื้นที่ใช้สอยประมาณ 200,000 ตารางเมตร พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 21 สิงหาคม 2569

ชื่อ Happitat มาจากคำว่า Happiness และ Habitat แนวคิดหลักคือการสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่รองรับการใช้ชีวิตหลายรูปแบบ ตั้งแต่การจับจ่าย อาหาร การทำงาน สุขภาพ การออกกำลังกาย ความบันเทิง เทคโนโลยี ไปจนถึงพื้นที่ธรรมชาติ

สเกลของโครงการและองค์ประกอบที่ถูกนำมารวมไว้ ทำให้ Happitat ถูกวางตำแหน่งเป็นมากกว่าศูนย์การค้า และมุ่งสู่การเป็น Lifestyle Destination ระดับพรีเมียม ที่สามารถดึงผู้คนให้ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ได้ตลอดทั้งวัน

รีเทลพรีเมียม สร้างประสบการณ์ใหม่ให้บางนา

หนึ่งในแม่เหล็กสำคัญของ Happitat คือโมเดลค้าปลีกที่ออกแบบให้มีความพิเศษมากขึ้น ทั้ง Lotus's Private, CPRA Extra Club ในรูปแบบ Subscription และ Premium 7-Eleven ซึ่งนำรูปแบบร้านที่ผู้บริโภคคุ้นเคยมาต่อยอดสู่ประสบการณ์ระดับพรีเมียม

แนวทางนี้ตอบรับการแข่งขันของธุรกิจรีเทลยุคใหม่ที่ไม่ได้วัดกันเฉพาะจำนวนร้านค้า แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ความสะดวก บริการเฉพาะกลุ่ม และเหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้พื้นที่ซ้ำ

Happitat จึงมีโอกาสสร้างภาพใหม่ให้รีเทลฝั่งบางนา โดยใช้ความแตกต่างของรูปแบบร้านค้าและบริการเป็นจุดดึงดูด แทนการแข่งขันด้วยโมเดลศูนย์การค้าแบบเดิม

Earth พื้นที่สีเขียวที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์

ธรรมชาติเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ Happitat โดยพื้นที่สีเขียวและระบบนิเวศถูกนำเข้ามาเชื่อมกับสถาปัตยกรรมและเส้นทางการใช้งานภายในโครงการ

แนวคิดถูกวางในระดับเดียวกับ Destination ต่างประเทศที่ใช้ธรรมชาติสร้างประสบการณ์ เช่น Jewel Changi Airport พร้อมการพัฒนาแนวคิด Butterfly Trail ที่เชื่อมผู้คนเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและระบบนิเวศ

ผลลัพธ์ที่ต้องการคือบรรยากาศที่แตกต่างจากการเดินศูนย์การค้าทั่วไป ผู้มาใช้บริการสามารถพักผ่อน พบปะ และทำกิจกรรมท่ามกลางพื้นที่สีเขียวได้ในเวลาเดียวกัน

Health เมื่อ Wellness เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน

Happitat ยังให้ความสำคัญกับเทรนด์สุขภาพ ผ่านพื้นที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส Wellness Center และลานพิกเคิลบอล รองรับตั้งแต่คนรักการออกกำลังกายไปจนถึงกลุ่มที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

การนำ Wellness มาอยู่ร่วมกับรีเทล อาหาร และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ ช่วยให้การดูแลสุขภาพเข้าใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น และเพิ่มเหตุผลในการเดินทางมายังโครงการนอกเหนือจากการจับจ่ายสินค้า

Tech เทคโนโลยีสร้างบรรยากาศแห่งอนาคต

อีกด้านที่ถูกนำมาใช้สร้างประสบการณ์คือเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่จอภาพดิจิทัลขนาดใหญ่ ไปจนถึงสื่อและระบบดิจิทัลรอบพื้นที่

เทคโนโลยีเหล่านี้มีบทบาททั้งด้านการสื่อสาร ความบันเทิง และการสร้างบรรยากาศ ทำให้พื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนตามกิจกรรม แคมเปญ และอีเวนต์ได้ตลอดเวลา

Life พื้นที่ใหม่สำหรับไลฟ์สไตล์และอีเวนต์ระดับใหญ่

Happitat ยังถูกออกแบบให้รองรับกิจกรรมและความบันเทิงขนาดใหญ่ ซึ่งเห็นภาพได้ตั้งแต่งานเปิดตัวที่จัดเต็มทั้งบรรยากาศ พรมแดง บุคคลมีชื่อเสียง และแขก VVIP

องค์ประกอบด้าน Entertainment และ Event จะเป็นอีกแรงดึงดูดสำคัญ เพราะช่วยให้โครงการมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และสามารถสร้างเหตุผลใหม่ ๆ ให้ผู้บริโภคเดินทางกลับมาได้มากกว่าการมาจับจ่ายสินค้า

World โมเดลธุรกิจที่มากกว่าศูนย์การค้า

ในมุมธุรกิจ Happitat น่าสนใจจากการนำหลายโมเดลมาประกอบกัน ทั้ง Premium Retail, Subscription, Wellness, Entertainment, Technology และพื้นที่สีเขียว

การรวมองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกันทำให้พื้นที่มีโอกาสรองรับผู้บริโภคหลายกลุ่มและหลายช่วงเวลาของวัน ตั้งแต่คนทำงาน ครอบครัว คนรักสุขภาพ นักท่องเที่ยว ไปจนถึงผู้ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม

นี่คือแนวทางของ Destination Retail ยุคใหม่ ซึ่งคุณค่าของพื้นที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนร้านค้าอย่างเดียว แต่รวมถึงประสบการณ์และเวลาที่ผู้บริโภคใช้ภายในโครงการ

Happitat จิ๊กซอว์ใหม่ที่เติมภาพบางนาให้สมบูรณ์

ตลอดหลายสิบปี บางนาเติบโตจากท้องนา สู่ถนนสายเศรษฐกิจ ก่อนขยายตัวเป็นพื้นที่อยู่อาศัย ธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ การมาถึงของ Happitat กำลังเติมอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ด้วยเงินลงทุนระดับหมื่นล้าน โมเดลรีเทลพรีเมียม พื้นที่สีเขียว Wellness เทคโนโลยี และความบันเทิง Happitat มีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ Destination ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ

จากพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งผู้คนเดินทางผ่านเพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออก วันนี้บางนากำลังมีเหตุผลมากขึ้นให้ผู้คนหยุดและใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ โดย Happitat (แฮปปี้แทท) บางนา กำลังเข้ามาเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 บนพื้นที่กว่า 200,000 ตารางเมตร ติดถนนบางนา ด้วยงบลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท วางเป้าหมายสู่แลนด์มาร์กแห่งความสุขและจุดหมายปลายทางระดับโลกในรูปแบบ Immersive Experience Destination

จากท้องนาในวันวาน สู่ทำเลเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว วันนี้บางนากำลังเปิดบทใหม่อีกครั้ง และการเปิดตัว Happitat คืออีกหมุดหมายสำคัญที่จะเติมสีสันให้ย่านนี้ก้าวสู่ Destination แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ที่ผู้คนตั้งใจเดินทางมา ใช้ชีวิต และสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Happitat

บรรณาธิการออนไลน์