
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ตลาด คอนโดมิเนียม ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว สะท้อนจากข้อมูลของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ที่ระบุว่า ในช่วง ไตรมาส 1 ปี 2569 ยังมีชาวต่างชาติเข้าซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
จีน ยังคงครองอันดับ 1 ชาติที่ซื้อคอนโดในไทยมากที่สุด ด้วยจำนวน 906 หน่วย คิดเป็น 28% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมด และมีมูลค่าการโอน 3,493 ล้านบาท หรือ 25.9% ของมูลค่ารวม แม้ว่าจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อันดับ 2 ได้แก่ รัสเซีย จำนวน 383 หน่วย มูลค่า 1,665 ล้านบาท
ตามมาด้วย เมียนมา จำนวน 279 หน่วย มูลค่า 968 ล้านบาท
ส่วนอันดับ 4-10 ได้แก่
ไต้หวัน 136 หน่วย มูลค่า 688 ล้านบาท
สหรัฐอเมริกา 138 หน่วย มูลค่า 685 ล้านบาท
ฝรั่งเศส 155 หน่วย มูลค่า 627 ล้านบาท
คาซัคสถาน 148 หน่วย มูลค่า 570 ล้านบาท
เยอรมนี 135 หน่วย มูลค่า 481 ล้านบาท
ออสเตรเลีย 83 หน่วย มูลค่า 381 ล้านบาท
อินเดีย 63 หน่วย มูลค่า 353 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า รัสเซีย เป็นประเทศที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 33% และมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้น 68.7% ขณะที่ ออสเตรเลีย อินเดีย เยอรมนี และคาซัคสถาน มียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วน จีน เมียนมา ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา มียอดโอนชะลอตัวลงจากปีก่อน

สรุปข่าว
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ตลาด คอนโดมิเนียม ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว สะท้อนจากข้อมูลของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ที่ระบุว่า ในช่วง ไตรมาส 1 ปี 2569 ยังมีชาวต่างชาติเข้าซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
จีน ยังคงครองอันดับ 1 ชาติที่ซื้อคอนโดในไทยมากที่สุด ด้วยจำนวน 906 หน่วย คิดเป็น 28% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมด และมีมูลค่าการโอน 3,493 ล้านบาท หรือ 25.9% ของมูลค่ารวม แม้ว่าจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อันดับ 2 ได้แก่ รัสเซีย จำนวน 383 หน่วย มูลค่า 1,665 ล้านบาท
ตามมาด้วย เมียนมา จำนวน 279 หน่วย มูลค่า 968 ล้านบาท
ส่วนอันดับ 4-10 ได้แก่
ไต้หวัน 136 หน่วย มูลค่า 688 ล้านบาท
สหรัฐอเมริกา 138 หน่วย มูลค่า 685 ล้านบาท
ฝรั่งเศส 155 หน่วย มูลค่า 627 ล้านบาท
คาซัคสถาน 148 หน่วย มูลค่า 570 ล้านบาท
เยอรมนี 135 หน่วย มูลค่า 481 ล้านบาท
ออสเตรเลีย 83 หน่วย มูลค่า 381 ล้านบาท
อินเดีย 63 หน่วย มูลค่า 353 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า รัสเซีย เป็นประเทศที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 33% และมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้น 68.7% ขณะที่ ออสเตรเลีย อินเดีย เยอรมนี และคาซัคสถาน มียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วน จีน เมียนมา ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา มียอดโอนชะลอตัวลงจากปีก่อน

ข้อมูลยังสะท้อนว่า ความต้องการซื้อคอนโดในไทยไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่กระจายไปยังผู้ซื้อจากหลายภูมิภาค ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย อีกทั้งบางประเทศแม้มีจำนวนหน่วยไม่มาก แต่มีมูลค่าการซื้อขายสูง สะท้อนความนิยมในโครงการระดับกลางถึงระดับบนและทำเลที่มีศักยภาพ
ปัจจัยที่ยังสนับสนุนความต้องการซื้อคอนโดของชาวต่างชาติ ได้แก่ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติ การเข้ามาพำนักระยะยาว (Long Stay) ของชาวต่างชาติ รวมถึงมาตรการภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังเดินหน้าขยายโครงการไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และเกาะสมุย เพื่อรองรับกำลังซื้อจากต่างชาติและกระจายฐานรายได้
การที่จีนยังครองอันดับ 1 และมีผู้ซื้อจากหลายประเทศเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าตลาดคอนโดไทยยังคงเป็นจุดหมายที่น่าสนใจของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพและเมืองท่องเที่ยว ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 แม้กำลังซื้อในประเทศจะยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ก็ตาม
- ไทย ยกทัพนักลงทุนเยือนจีน ดึงเม็ดเงิน AI-พลังงานสะอาด รับการลงทุนระลอกใหม่
- ข่าวดี ครม. เห็นชอบมาตรการลดค่าโอน-จำนองบ้านเหลือ 0.01% ถึง 30 มิ.ย. 2570
- จับตาแยกบัญชี ”ค่าไฟสาธารณะ” ช่วยลดภาระค่าไฟประชาชน 10,000 ล้านบาท/ปี
- REIC ชี้ตลาดบ้านกรุงเทพฯ-ปริมณฑล Q1/69 ชะลอ เปิดขายใหม่วูบ 31.1%
- อสังหาฯ Q1/69 ชะลอลงแรง เปิดใหม่หดตัว แต่ยอดโอน-สินเชื่อเริ่มฟื้น
ที่มาข้อมูล : ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
