ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คืออะไร? ใครบ้างที่ควรตรวจ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คืออะไร? ใครบ้างที่ควรตรวจ

รู้ก่อนสาย ‘ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)’ สัญญาณเตือนภัยเงียบที่ไม่ควรถูกปฏิเสธ

ท่ามกลางกระแสสังคมที่กำลังตั้งคำถามถึงมาตรฐานการรักษาพยาบาล และการวินิจฉัยโรคในกลุ่มอาการ "เจ็บหน้าอกร้าวไปถึงแขน" ที่หลายครั้งถูกมองข้ามจนนำไปสู่ความสูญเสีย สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นสปอตไลท์สำคัญทางการแพทย์คือการตรวจที่เรียกว่า "EKG"

สกู๊ปชิ้นนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า EKG คืออะไร? ทำไมถึงเป็นเส้นแบ่งความเป็นความตายที่ผู้ป่วยและญาติควรรู้        

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คืออะไร? ทำไมจึงมีความสำคัญเมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram / Elektrokardiogramm) หรือ EKG คือ กระบวนการตรวจวัดคลื่นหัวใจ ที่ข้อมูลจะแสดงออกมาในรูปแบบกราฟบ่งบอกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ และสัญญาณความผิดปกติของการทำงานหัวใจได้ เช่น มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นเร็ว หัวใจขาดเลือด หรือหัวใจโต 

โดยถือเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องเตรียมตัวซับซ้อน ใช้เวลาไม่นานก็ทราบผลในการประเมินสุขภาพหัวใจเบื้องต้น

(อ่านข่าว : ประกันสังคม เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงปม"รพ.เอกชน" ปฏิเสธตรวจคลื่นหัวใจ)

สรุปข่าว

ท่ามกลางคำถามเกี่ยวกับการตรวจรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ EKG กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยประเมินความผิดปกติของหัวใจ แต่การตรวจนี้คืออะไร ตรวจได้อย่างไร และมีความสำคัญต่อผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกอย่างไร ติดตามในสกู๊ปข่าวนี้

รู้ก่อนสาย ‘ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)’ สัญญาณเตือนภัยเงียบที่ไม่ควรถูกปฏิเสธ

ท่ามกลางกระแสสังคมที่กำลังตั้งคำถามถึงมาตรฐานการรักษาพยาบาล และการวินิจฉัยโรคในกลุ่มอาการ "เจ็บหน้าอกร้าวไปถึงแขน" ที่หลายครั้งถูกมองข้ามจนนำไปสู่ความสูญเสีย สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นสปอตไลท์สำคัญทางการแพทย์คือการตรวจที่เรียกว่า "EKG"

สกู๊ปชิ้นนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า EKG คืออะไร? ทำไมถึงเป็นเส้นแบ่งความเป็นความตายที่ผู้ป่วยและญาติควรรู้        

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คืออะไร? ทำไมจึงมีความสำคัญเมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram / Elektrokardiogramm) หรือ EKG คือ กระบวนการตรวจวัดคลื่นหัวใจ ที่ข้อมูลจะแสดงออกมาในรูปแบบกราฟบ่งบอกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ และสัญญาณความผิดปกติของการทำงานหัวใจได้ เช่น มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นเร็ว หัวใจขาดเลือด หรือหัวใจโต 

โดยถือเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องเตรียมตัวซับซ้อน ใช้เวลาไม่นานก็ทราบผลในการประเมินสุขภาพหัวใจเบื้องต้น

(อ่านข่าว : ประกันสังคม เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงปม"รพ.เอกชน" ปฏิเสธตรวจคลื่นหัวใจ)

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ สามารถบอกอะไรได้บ้าง

EKG คือวิธีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อศึกษาลักษณะไฟฟ้าภายในหัวใจว่ามีลักษณะผิดปกติหรือไม่ โดยสามารถบอกถึงอัตราการเต้นของหัวใจ จังหวะการเต้นของหัวใจ รวมถึงโครงสร้างภายในของหัวใจได้ ซึ่งหากถามว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ บอกอะไรได้บ้าง หรือสามารถนำไปประกอบการวินิจฉัยโรคต่าง ๆ เกี่ยวกับหัวใจอย่างไรได้บ้างนั้น มีดังนี้

-ตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ เช่น หัวใจเต้นเร็วเกินไป เต้นช้าเกินไป เต้นผิดจังหวะ

-ตรวจวัดขนาดของหัวใจว่าผู้เข้ารับการตรวจกำลังเผชิญกับภาวะหัวใจโตอยู่หรือไม่

-สามารถประเมินความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจได้ เช่น ผนังหัวใจมีลักษณะหนาเกินไป

-ลักษณะการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจที่ผิดปกติ เช่น กำลังเผชิญกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

-ช่วยแสดงผลการทำงานของเครื่องกระตุ้นหัวใจ ในผู้ป่วยที่มีการติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือผู้ที่มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ

-ช่วยคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ เช่น โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ

-มีส่วนช่วยวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวกับภาวะที่ร่างกายมีเกลือแร่ผิดปกติ เช่น โพแทสเซียมในเลือดสูงหรือต่ำ แคลเซียมในเลือดสูงหรือต่ำ

ใครที่ควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจควรเข้าตรวจทุกคนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง อาจตรวจพร้อมการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อเป็นการตรวจในกรณีที่มีอาการป่วยแอบแฝง สำหรับบุคคลที่ควรเข้าตรวจเป็นพิเศษ ได้แก่

-บุคคลที่มีสมาชิกในครอบครัวมีประวัติการเจ็บป่วยเกี่ยวกับหัวใจ

-บุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

-บุคคลที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ควรได้รับการตรวจสุขภาพหัวใจก่อนเข้ารับการผ่าตัด

-บุคคลที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป

ข้อดีของการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

หลายๆ คน อาจยังไม่ค่อยเข้าใจว่า “แล้วเราจะตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่ออะไร ในเมื่อยังไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ นอกจากจะดูผลสุขภาพแบบองค์รวมได้แล้ว ยังมีข้อดีอื่นๆ ดังนี้ 

- ตรวจง่าย ใช้เวลาไม่นาน ไม่เกิน 5-10 นาที

- ไม่ต้องมีการเตรียมตัวเป็นพิเศษไปก่อนตรวจ เช่น งดน้ำงดอาหาร

- สามารถตรวจได้ทุกเพศทุกวัย

- ไม่เจ็บ ไม่ส่งผลอันตรายต่อคนไข้

- ใช้ประกอบการวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยได้หลากหลาย

- สามารถบ่งบอกแนวโน้มความเสี่ยงหรือภาวะความผิดปกติที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวได้

- เมื่อพบความผิดปกติได้เร็ว ก็จะสามารถรีบเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงดี ลดระดับความรุนแรงของโรค ลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

สำหรับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผู้เข้ารับการตรวจไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรล่วงหน้ามากนัก

-ไม่ต้องอดน้ำ/อาหาร หากมีการใช้ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามินต่างๆ หรืออุปกรณ์ช่วยการทำงานของหัวใจ ให้ผู้รับการตรวจแจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่

-หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่อาจส่งผลต่อการเต้นของหัวใจ เนื่องจากอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ได้

-ใส่เสื้อผ้าที่ถอด/เปิดบริเวณหน้าอกได้ง่ายเพื่อความสะดวกต่อการตรวจ

ที่มาข้อมูล : รพ.พระราม9 / รพ.สมิติเวช

ที่มารูปภาพ : AFP/Getty Images

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ