
แม้ว่าจำนวนผู้สูงอายุที่เกิดภาวะหัวใจวายจะลดลง แต่สัดส่วนของผู้ที่เกิดภาวะหัวใจวายในกลุ่มคนอายุน้อยกลับเพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่ากังวล และแพทย์หลายคนที่ให้สัมภาษณ์กับ National Geographic มองว่าเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (โดยทั่วไป คนอายุน้อยหมายถึงผู้ที่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 50 ปี)
หลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นยังแสดงให้เห็นว่า คนอายุน้อยกำลังเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับหัวใจทุกประเภทมากขึ้นเมื่อเทียบกับหลายทศวรรษก่อน และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แย่ลง โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมและการขาดการออกกำลังกาย เป็นสาเหตุสำคัญ นอกจากนี้ งานวิจัยบางชิ้นยังชี้ให้เห็นว่าการติดเชื้อโควิด-19 อาจยิ่งซ้ำเติมปัญหาดังกล่าว (ไม่ใช่แค่ภาวะหัวใจวายเท่านั้น มะเร็งลำไส้ใหญ่ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มคนอายุน้อยเช่นกัน)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลดังกล่าว ในปี 2024 ชายวัย 38 ปีที่มีสุขภาพแข็งแรงตกเป็นข่าวหลังเกิดภาวะหัวใจวายและหมดสติระหว่างเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬานครนิวยอร์ก ทั้งที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่ทราบมาก่อน และในปี 2023 แฟนกีฬาได้รับความตกใจเมื่อ บรอนนี เจมส์ บุตรชายคนโตวัย 18 ปีของนักบาสเกตบอล NBA เลอบรอน เจมส์ ล้มหมดสติจากภาวะหัวใจหยุดเต้นระหว่างการฝึกซ้อมบาสเกตบอลที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (ต่อมาเขากลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้งหลังเข้ารับการผ่าตัดรักษาความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด ซึ่งครอบครัวของเขาระบุว่าเป็นสาเหตุ)
เหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงอีกหลายกรณีที่คล้ายคลึงกัน ทำให้เกิดคำถามในวงกว้างเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของคนอายุน้อย
“คนอายุน้อยไม่ได้มีภูมิคุ้มกันต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือภาวะหัวใจวาย แม้ว่าหลายคนจะยังคิดว่านี่เป็นโรคของผู้สูงอายุก็ตาม” รอน แบลงก์สไตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันโรคหัวใจอาวุโสแห่งโรงพยาบาล Brigham and Women's Hospital และศาสตราจารย์ด้านอายุรศาสตร์แห่ง Harvard Medical School ในเมืองบอสตัน กล่าว “แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่คนอายุน้อยควรรู้คือ โรคหัวใจและหลอดเลือดส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ หากปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง”
สรุปข่าว
แม้ว่าจำนวนผู้สูงอายุที่เกิดภาวะหัวใจวายจะลดลง แต่สัดส่วนของผู้ที่เกิดภาวะหัวใจวายในกลุ่มคนอายุน้อยกลับเพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่ากังวล และแพทย์หลายคนที่ให้สัมภาษณ์กับ National Geographic มองว่าเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (โดยทั่วไป คนอายุน้อยหมายถึงผู้ที่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 50 ปี)
หลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นยังแสดงให้เห็นว่า คนอายุน้อยกำลังเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับหัวใจทุกประเภทมากขึ้นเมื่อเทียบกับหลายทศวรรษก่อน และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แย่ลง โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมและการขาดการออกกำลังกาย เป็นสาเหตุสำคัญ นอกจากนี้ งานวิจัยบางชิ้นยังชี้ให้เห็นว่าการติดเชื้อโควิด-19 อาจยิ่งซ้ำเติมปัญหาดังกล่าว (ไม่ใช่แค่ภาวะหัวใจวายเท่านั้น มะเร็งลำไส้ใหญ่ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มคนอายุน้อยเช่นกัน)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลดังกล่าว ในปี 2024 ชายวัย 38 ปีที่มีสุขภาพแข็งแรงตกเป็นข่าวหลังเกิดภาวะหัวใจวายและหมดสติระหว่างเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬานครนิวยอร์ก ทั้งที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่ทราบมาก่อน และในปี 2023 แฟนกีฬาได้รับความตกใจเมื่อ บรอนนี เจมส์ บุตรชายคนโตวัย 18 ปีของนักบาสเกตบอล NBA เลอบรอน เจมส์ ล้มหมดสติจากภาวะหัวใจหยุดเต้นระหว่างการฝึกซ้อมบาสเกตบอลที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (ต่อมาเขากลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้งหลังเข้ารับการผ่าตัดรักษาความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด ซึ่งครอบครัวของเขาระบุว่าเป็นสาเหตุ)
เหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงอีกหลายกรณีที่คล้ายคลึงกัน ทำให้เกิดคำถามในวงกว้างเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของคนอายุน้อย
“คนอายุน้อยไม่ได้มีภูมิคุ้มกันต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือภาวะหัวใจวาย แม้ว่าหลายคนจะยังคิดว่านี่เป็นโรคของผู้สูงอายุก็ตาม” รอน แบลงก์สไตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันโรคหัวใจอาวุโสแห่งโรงพยาบาล Brigham and Women's Hospital และศาสตราจารย์ด้านอายุรศาสตร์แห่ง Harvard Medical School ในเมืองบอสตัน กล่าว “แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่คนอายุน้อยควรรู้คือ โรคหัวใจและหลอดเลือดส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ หากปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง”
ภาวะหัวใจวายเพิ่มขึ้นในคนอายุน้อย
ภาวะหัวใจวาย หรือที่เรียกว่า กล้ามเนื้อหัวใจตาย (myocardial infarction) เกิดขึ้นเมื่อการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่หัวใจถูกอุดกั้นบางส่วนหรือทั้งหมด อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เจ็บหรือแน่นหน้าอก ปวดร้าวไปที่ขากรรไกร คอ หลัง หรือแขน หายใจลำบาก และรู้สึกอ่อนแรงหรือเป็นลม
ข้อมูลจากศูนย์สถิติสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันอายุ 18 ถึง 44 ปีที่เคยมีภาวะหัวใจวายมีสัดส่วน 0.3 เปอร์เซ็นต์ในปี 2019 และเพิ่มเป็น 0.5 เปอร์เซ็นต์ในปี 2023 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 66 ภายในระยะเวลา 4 ปี ขณะที่ภาวะหัวใจวายในกลุ่มอายุอื่นทั้งหมดกลับลดลงในช่วงเวลาเดียวกัน
การศึกษาผู้ใหญ่กว่า 2,000 คนที่เข้ารับการรักษาด้วยภาวะหัวใจวายในโรงพยาบาลสองแห่งของสหรัฐฯ ระหว่างปี 2000 ถึง 2016 พบว่า 1 ใน 5 มีอายุไม่เกิน 40 ปี และสัดส่วนของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2 ต่อปีตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
การศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในปี 2019 ในวารสาร American Journal of Medicine ยังพบว่า ผู้ที่มีอายุไม่เกิน 40 ปีซึ่งเคยมีภาวะหัวใจวาย มีโอกาสเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายซ้ำ โรคหลอดเลือดสมอง หรือสาเหตุอื่น ไม่ต่างจากผู้สูงอายุ (โรคหลอดเลือดสมองกำลังเพิ่มขึ้น และนี่คือสาเหตุ)
ในความเป็นจริง การเพิ่มขึ้นของโรคหัวใจในกลุ่มคนอายุน้อยระหว่างปี 2020 ถึง 2021 เป็นสาเหตุของการลดลงของอายุขัยเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกามากกว่าร้อยละ 4 ในปีนั้น ตามบทบรรณาธิการที่ตีพิมพ์ในปี 2023 ในวารสาร JAMA Network
นอกจากนี้ ยังมีคนอายุน้อยเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย (ภาวะหัวใจล้มเหลวอาจเกิดจากสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และภาวะหัวใจวาย) การศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้วในวารสาร JAMA Cardiology พบว่า การเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ที่มีอายุ 45 ปีหรือน้อยกว่า ระหว่างปี 2012 ถึง 2021 ได้หักล้างแนวโน้มการลดลงของอัตราการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวที่ดำเนินต่อเนื่องตลอด 13 ปี ระหว่างปี 1999 ถึง 2012 จนหมดสิ้น
อย่างไรก็ตาม ภาวะหัวใจหยุดเต้น (cardiac arrest) เป็นอีกกรณีหนึ่ง โดยเกิดขึ้นเมื่อหัวใจมีความผิดปกติของระบบไฟฟ้า ทำให้หัวใจหยุดเต้นอย่างกะทันหัน เนื่องจากภาวะหัวใจหยุดเต้นอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา (cardiomyopathy) ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และภาวะหัวใจวาย จึงเป็นเรื่องยากที่แพทย์จะศึกษาและระบุได้ว่าภาวะนี้กำลังพบมากขึ้นในคนอายุน้อยหรือไม่
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงมากที่สุด
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสหรัฐอเมริกา งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้ใหญ่ในปากีสถานและอินเดียก็ประสบภาวะหัวใจวายในอายุน้อยลงเช่นกัน “โรคหัวใจและหลอดเลือดไม่ได้รู้จักพรมแดนระหว่างประเทศ” แบลงก์สไตน์กล่าว “และปัจจัยเสี่ยงก็เช่นเดียวกัน”
แม้ว่าโดยทั่วไปภาวะหัวใจวายจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่การศึกษาหลายชิ้นในช่วงหลังชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงอายุน้อยกำลังประสบภาวะหัวใจวายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ชายอายุน้อย และผลลัพธ์หลังการเกิดโรคของพวกเธอก็แย่กว่า (แอลกอฮอล์ส่งผลเสียต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย นี่คือเหตุผล)
การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Circulation เมื่อปี 2018 พบว่า สัดส่วนโดยรวมของการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากภาวะหัวใจวายในผู้ที่มีอายุ 35 ถึง 54 ปี ใน 4 พื้นที่ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 27 ในช่วงปี 1995–1999 เป็นร้อยละ 32 ในช่วงปี 2010–2014 โดยการเพิ่มขึ้นมากที่สุดพบในผู้หญิงอายุน้อย (จากร้อยละ 21 เป็นร้อยละ 31) เมื่อเทียบกับผู้ชายอายุน้อย (จากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 33)
ผู้หญิงอายุน้อยในการศึกษานี้เป็นคนผิวดำในสัดส่วนที่มากกว่า และมีประวัติความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า บุคลากรทางการแพทย์มีแนวโน้มที่จะมองข้ามอาการและวินิจฉัยปัจจัยเสี่ยงบางประการในผู้หญิงต่ำกว่าความเป็นจริง อีกทั้งยังมีแนวโน้มสั่งจ่ายยาที่ช่วยควบคุมปัจจัยเสี่ยงให้แก่ผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชาย
- กินแบบนี้ ต้องระวัง"หัวใจพัง" เปิดลิสต์"อาหารอันตราย"ที่หัวใจส่ายหน้า
- ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ เพิ่มเสี่ยง "โรคหัวใจ" อย่าลืม Save หัวใจวัยทำงาน
- รพ.จุฬาภรณ์ ชูนวัตกรรมการรักษาหัวใจ "เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบไร้สาย" รักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นช้าผิดปกติ ประสบความสำเร็จแล้ว 5 ราย
- หัวเราะ 2 นาที มีประโยชน์ต่อหัวใจเท่ากับการเดิน 20 นาที
- ผู้ชายเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง เฉลี่ยอายุ 35 ก็เริ่มพบสัญญาณแล้ว
ที่มาข้อมูล : Nationalgeographic
ที่มารูปภาพ : CANVA
นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ
