
กรณีการเสียชีวิตของชายวัย 30 ปี สามีของ "ครูทราย" ครูอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังครูทรายออกมาเปิดเผยเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าสามีมีอาการเข้าข่ายโรคหัวใจ แต่ไม่ได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ก่อนจะเสียชีวิตในช่วงเย็นของวันเดียวกัน
ภายหลังเกิดเหตุ โรงพยาบาลซานคามิโลได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัว พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ผู้เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอผลการสอบสวน
สรุปข่าว
กรณีการเสียชีวิตของชายวัย 30 ปี สามีของ "ครูทราย" ครูอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังครูทรายออกมาเปิดเผยเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าสามีมีอาการเข้าข่ายโรคหัวใจ แต่ไม่ได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ก่อนจะเสียชีวิตในช่วงเย็นของวันเดียวกัน
ภายหลังเกิดเหตุ โรงพยาบาลซานคามิโลได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัว พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ผู้เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอผลการสอบสวน
ไทม์ไลน์เหตุการณ์
เริ่มมีอาการเจ็บหน้าอกตั้งแต่ช่วงเช้า
ครูทรายเล่าว่า สามีมีอาการเจ็บแปลบจากนิ้วมือ ร้าวขึ้นมาบริเวณหน้าอกด้านซ้าย และมีเหงื่อออกมากผิดปกติ โดยเพื่อนร่วมงานสังเกตว่าอาการเหงื่อออกมากเกิดขึ้นต่อเนื่องมาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงพาไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม
ระหว่างการซักประวัติ ครอบครัวแจ้งข้อมูลว่า ผู้ป่วยมีภาวะไขมันในเลือดสูง และกังวลว่าอาการอาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ
ถูกส่งต่อหลายแผนก ก่อนพบแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
ผู้ป่วยถูกส่งไปยังแผนกอายุรกรรม แต่ได้รับแจ้งว่าต้องมีผลตรวจเลือดและคอเลสเตอรอลก่อน ซึ่งในวันนั้นไม่สามารถตรวจได้ เนื่องจากรับประทานอาหารมาแล้ว
จากนั้นจึงถูกส่งต่อไปยังแผนกกระดูกและข้อ เพราะมีประวัติเส้นเอ็นอักเสบจากการอุ้มลูก อย่างไรก็ตาม แพทย์ด้านกระดูกเห็นว่าอาการไม่เกี่ยวข้องกับโรคทางกระดูก และแนะนำให้กลับไปพบอายุรแพทย์อีกครั้ง
ครอบครัวขอให้ตรวจหัวใจ แต่ไม่ได้รับการตรวจ EKG
เมื่อพบแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ครูทรายระบุว่า ได้อธิบายอาการของสามีว่าเจ็บร้าวขึ้นหน้าอก มีเหงื่อออกมาก และขอให้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยยินดีชำระค่าใช้จ่ายเอง หากสิทธิประกันสังคมไม่ครอบคลุม
อย่างไรก็ตาม แพทย์ไม่ได้ส่งตรวจ EKG และประเมินว่าอาการไม่น่าเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ พร้อมนัดตรวจเลือดในวันรุ่งขึ้น
ครูทรายเปิดเผยว่า ระหว่างการพูดคุย แพทย์บอกกับเธอว่า "คุณคิดไปเอง"
พร้อมอธิบายว่าอาการอาจเกิดจากความวิตกกังวล และกล่าวว่า
"ผู้ชายวัยนี้ ถ้าจะเป็นโรคหัวใจก็แค่ 3-5% เท่านั้น" รวมถึง "ถ้าเขาเป็นโรคหัวใจจริง เขาคงไม่มานั่งยิ้มอยู่ตรงนี้หรอก"
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการค้นหาข้อมูลสุขภาพจาก Google AI โดยครูทรายยืนยันว่า สามีเป็นคนอดทน หากไม่เจ็บจริงจะไม่มาพบแพทย์ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับการตรวจหัวใจในวันดังกล่าว
ช่วงเย็นผู้ป่วยช็อกและเสียชีวิต
หลังกลับถึงบ้านในช่วงเย็นก่อนที่จะได้พาไปคลีนิกนอกเวลา ผู้ป่วยเกิดอาการช็อกและเสียชีวิต ผลชันสูตรระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น ครูทรายเปิดเผยว่า หากวันนั้นสามีได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือได้รับการประเมินภาวะโรคหัวใจตั้งแต่แรก อาจมีโอกาสได้รับการรักษาได้ทันท่วงที
โรงพยาบาลออกแถลงการณ์ ตั้งกรรมการสอบและพักงานแพทย์
โรงพยาบาลซานคามิโลออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาข้อมูลและกระบวนการรักษาอย่างละเอียด เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม
พร้อมกันนี้ โรงพยาบาลมีคำสั่งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาในกรณีดังกล่าวพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ และยืนยันว่าจะนำผลการตรวจสอบไปปรับปรุงมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป
ผู้เชี่ยวชาญชี้ อาการเจ็บหน้าอกควรได้รับการตรวจ EKG
ภายหลังเหตุการณ์ เพจ Drama-addict ให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยที่มาด้วยอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก โดยทั่วไปควรได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 ลีด (EKG 12 Lead) ซึ่งเป็นการตรวจมาตรฐาน ใช้เวลาไม่นาน ไม่ก่ออันตราย และช่วยคัดกรองภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้
ด้าน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ระบุว่า ผู้ที่มีอาการเจ็บหรือแน่นกลางหน้าอก ร้าวไปกราม คอ ไหล่ หรือแขนซ้าย ควรสงสัยภาวะ Angina Pectoris หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพอ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
- ยินดีจ่ายเองแต่ไม่ได้ตรวจ? เมียคาใจ รพ. ปฏิเสธตรวจ EKG ทำสามีช็อกดับวันเดียวกัน
- งานวิจัยชี้ คนที่มีกล้ามเนื้อหน้าอกแข็งแรง มีแนวโน้มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่า
- อัตราการเกิดโรคหัวใจวายในกลุ่มคน หนุ่มสาวกำลังเพิ่มสูงขึ้น นี่คือเหตุผล
- กินแบบนี้ ต้องระวัง"หัวใจพัง" เปิดลิสต์"อาหารอันตราย"ที่หัวใจส่ายหน้า
- ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ เพิ่มเสี่ยง "โรคหัวใจ" อย่าลืม Save หัวใจวัยทำงาน
ที่มาข้อมูล : Saii Z' Panpetch,โรงพยาบาลซานคามิโล
ที่มารูปภาพ : Saii Z' Panpetch
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
