Nutanix จับมือ NVIDIA, Supermicro และ Netris ปูรากฐาน "Production AI" ยุคใหม่ ปลดล็อก Agentic AI พร้อมลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กร

Share on Line Share on Facebook Share on X
Nutanix จับมือ NVIDIA, Supermicro และ Netris ปูรากฐาน "Production AI" ยุคใหม่ ปลดล็อก Agentic AI พร้อมลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กร

นูทานิคซ์ (Nutanix: NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านไฮบริด คลาวด์และแพลตฟอร์ม AI ประกาศความร่วมมือกับ NVIDIA, Supermicro และ Netris เพื่อให้บริการโซลูชัน AI ใหม่ที่มุ่งลดความซับซ้อนด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการนำ AI ไปใช้งานจริง (Production AI) และช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานขีดความสามารถใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น การผสานซอฟต์แวร์ของ Nutanix เข้ากับเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ ระบบเครือข่าย และชิปประมวลผลชั้นนำ จะช่วยให้องค์กรสามารถติดตั้ง ใช้งาน และขยายสภาพแวดล้อม Production AI สเกลใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การที่องค์กรเร่งผลักดันเวิร์กโหลด AI เข้าสู่ระบบใช้งานจริงมากขึ้น ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านทรัพยากรและความซับซ้อนในการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อความคล่องตัว ดังนั้น Nutanix และพันธมิตรจึงร่วมกันลดความซับซ้อนดังกล่าว เพื่อช่วยให้องค์กรนำ AI สู่การใช้งานจริงได้ง่ายและเร็วขึ้น พร้อมเร่งสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจให้รวดเร็วขึ้น

คุณไทมัส คอร์เนลี (Thomas Cornely) รองประธานบริหารฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของ Nutanix กล่าวว่า:

"องค์กรต่าง ๆ ต้องการมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานขั้นสูงเพื่อผลักดัน Agentic AI ไปสู่การใช้งานจริง เราเชื่อว่าองค์กรเหล่านี้ต้องการ AI Cloud ที่สามารถเชื่อมโยงระบบอัจฉริยะ Agent แอปพลิเคชันระดับองค์กร และข้อมูลเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดาย ทั้งบน CPU, GPU, เครื่องเสมือน, คอนเทนเนอร์, สภาพแวดล้อมภายในองค์กร และคลาวด์ จากความร่วมมือกับ NVIDIA, Supermicro และ Netris เรามุ่งช่วยให้ลูกค้าเร่งการติดตั้งใช้งาน Agent และบริการ AI บนแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ซึ่งมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และการกำกับดูแลในตัว"

สรุปข่าว

Nutanix ร่วมมือกับ NVIDIA, Supermicro และ Netris เพื่อปูรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ "Production AI" ยุคใหม่ ช่วยลดความซับซ้อนและลดต้นทุนให้กับองค์กร โดยผสานเทคโนโลยีเพื่อรองรับการใช้งาน Agentic AI ขยายขีดความสามารถการประมวลผลร่วมกับ NVIDIA Vera CPU, พัฒนาระบบ Private Inference ร่วมกับ Supermicro เพื่อแก้ปัญหาต้นทุน AI ที่สูงขึ้น และร่วมมือกับ Netris ในการจัดการระบบเครือข่าย Multitenant AI แบบอัตโนมัติ เพื่อให้องค์กรสามารถติดตั้งและขยายขนาดระบบ AI สเกลใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

นูทานิคซ์ (Nutanix: NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านไฮบริด คลาวด์และแพลตฟอร์ม AI ประกาศความร่วมมือกับ NVIDIA, Supermicro และ Netris เพื่อให้บริการโซลูชัน AI ใหม่ที่มุ่งลดความซับซ้อนด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการนำ AI ไปใช้งานจริง (Production AI) และช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานขีดความสามารถใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น การผสานซอฟต์แวร์ของ Nutanix เข้ากับเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ ระบบเครือข่าย และชิปประมวลผลชั้นนำ จะช่วยให้องค์กรสามารถติดตั้ง ใช้งาน และขยายสภาพแวดล้อม Production AI สเกลใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การที่องค์กรเร่งผลักดันเวิร์กโหลด AI เข้าสู่ระบบใช้งานจริงมากขึ้น ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านทรัพยากรและความซับซ้อนในการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อความคล่องตัว ดังนั้น Nutanix และพันธมิตรจึงร่วมกันลดความซับซ้อนดังกล่าว เพื่อช่วยให้องค์กรนำ AI สู่การใช้งานจริงได้ง่ายและเร็วขึ้น พร้อมเร่งสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจให้รวดเร็วขึ้น

คุณไทมัส คอร์เนลี (Thomas Cornely) รองประธานบริหารฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของ Nutanix กล่าวว่า:

"องค์กรต่าง ๆ ต้องการมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานขั้นสูงเพื่อผลักดัน Agentic AI ไปสู่การใช้งานจริง เราเชื่อว่าองค์กรเหล่านี้ต้องการ AI Cloud ที่สามารถเชื่อมโยงระบบอัจฉริยะ Agent แอปพลิเคชันระดับองค์กร และข้อมูลเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดาย ทั้งบน CPU, GPU, เครื่องเสมือน, คอนเทนเนอร์, สภาพแวดล้อมภายในองค์กร และคลาวด์ จากความร่วมมือกับ NVIDIA, Supermicro และ Netris เรามุ่งช่วยให้ลูกค้าเร่งการติดตั้งใช้งาน Agent และบริการ AI บนแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ซึ่งมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และการกำกับดูแลในตัว"

ภาพจากนูทานิคซ์ ประเทศไทย

ขยายขีดความสามารถ Agentic AI ไปยังเลเยอร์ CPU ด้วย NVIDIA Vera

การที่องค์กรขยายการใช้งาน agentic AI ในวงกว้างทำให้คาดได้ว่าจะต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเวิร์กโหลดที่มีความต้องการสูงขึ้นครอบคลุมสภาพแวดล้อม AI ทั้งหมด ไม่จำกัดเพียงแค่งานที่พึ่งพา GPU อย่างหนักเท่านั้น แอปพลิเคชันแบบ agentic เป็นการผสานการประมวลผลโมเดลหรือการอนุมาน เข้ากับการเรียกใช้เครื่องมือ การรันโค้ด การดึงข้อมูล การประสานการทำงาน ตลอดจนการประมวลผลผลลัพธ์ และเมื่องานเหล่านี้ขยายขนาดขึ้น ประสิทธิภาพของ CPU จะกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการดำเนินงานตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการทำงานของ GPU เพื่อลดความล่าช้าและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมถึงขีดสุดให้กับ AI-factory และเพื่อป้องกันไม่ให้ขั้นตอนการประมวลผลที่สำคัญเหล่านี้กลายเป็นคอขวด Nutanix วางแผนโซลูชันของบริษัทฯ สามารถทำงานร่วมกับ NVIDIA Vera CPU ได้ ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว (day zero support) โดยเริ่มต้นจากแพลตฟอร์ม NKP Bare Metal ซึ่งตอบโจทย์สภาพแวดล้อม AI factory ที่ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลสูงสุด ก่อนจะขยายสู่สภาพแวดล้อมแบบเวอร์ชวลไลซ์ของ Nutanix ต่อไป

การผสานรวมสถาปัตยกรรม CPU ของ NVIDIA ที่ออกแบบมาอย่างเจาะจง ให้รองรับการทำงานของ Agent ด้วยความเร็วสูงและลดความหน่วงลง เข้ากับ NVIDIA OpenShell ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมขณะประมวลผล (Runtime Environment) ที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสำหรับ Agent บน NKP ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือที่มุ่งช่วยให้องค์กรมีรากฐานประสิทธิภาพสูง คาดการณ์ได้ เพื่อรองรับการใช้ AI Agent ประสิทธิภาพล้ำหน้าขององค์กร การสนับสนุนดังกล่าวคาดว่าจะช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการติดตั้งใช้งาน Agentic AI ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น พร้อมลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานด้วยโมเดลการบริหารจัดการคลาวด์ที่เป็นหนึ่งเดียวและต่อเนื่อง

ภาพจากนูทานิคซ์ ประเทศไทย

Nutanix และ Supermicro ร่วมแก้ปัญหาต้นทุน AI พุ่งสูง

ด้วยการพัฒนาวิศวกรรมระบบร่วมกัน เพื่อรองรับ Private Inference Nutanix และ Supermicro ประกาศแผนทางวิศวกรรมในการพัฒนาโซลูชันด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ร่วมกัน โดยใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์ของ Supermicro ที่ผ่านการตรวจสอบรับรองแล้วเป็นหลัก โซลูชันที่ร่วมกันพัฒนาโดยการผสานเซิร์ฟเวอร์ Supermicro และ GPU ของ NVIDIA เข้ากับ Nutanix Agentic AI (NAI) รวมถึงระบบเครือข่ายอีเทอร์เน็ต NVIDIA Spectrum-X™ เข้าด้วยกันนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลดความล่าช้าที่เกิดจากการปรับแต่งและบูรณาการระบบที่ซับซ้อน โดยมุ่งช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงขีดความสามารถของ GPU ที่อยู่ในระบบ on-premises และรับมือกับปัญหาต้นทุน AI ที่พุ่งสูง ด้วยระบบวิศวกรรมร่วมที่ขับเคลื่อนโดย NAI เพื่อรองรับการประมวลผล AI แบบไพรเวท ความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น ทำให้คาดการณ์ได้ว่าสถาปัตยกรรมนี้จะสามารถขยายขีดความสามารถของ GPU เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง Nutanix ทำหน้าที่เป็นทั้ง control plane ที่ควบคุม AI cloud และเป็นระบบสตอเรจที่จัดเก็บข้อมูล AI ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะให้สามารถรองรับเวิร์กโหลดด้วยการทำงานที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และรองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาล ช่วยให้ลูกค้ามีแนวทางที่คาดการณ์ได้ในการติดตั้งใช้งานจัดการ และปรับขนาดเวิร์กโหลดการอนุมาน AI โดยไม่ต้องประกอบและผสานรวมระบบที่ซับซ้อนจากผู้จำหน่ายหลายราย

ภาพจากนูทานิคซ์ ประเทศไทย

Nutanix และ Netris ช่วยให้การติดตั้งและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน Multitenant AI

ทำได้ง่ายขึ้น 

สำหรับสถาปัตยกรรมอ้างอิงของ NVIDIA Cloud Partner นั้น ระบบการให้บริการกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานหลายราย (multitenancy) นั้นออกแบบมาให้ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปจนถึงเลเยอร์เครือข่ายทางกายภาพทั้งหมด ทั้งนี้ในสภาพแวดล้อม neocloud ที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้ดูแลระบบต้องสามารถจัดการให้การเข้าถึงเครือข่ายเป็นไปโดยอัตโนมัติ และแยกการทำงานของแต่ละ tenant ออกจากกัน เมื่อลูกค้า เวิร์กโหลด และการจัดสรร GPU เปลี่ยนแปลงไป Nutanix และ Netris จึงร่วมมือกันนำระบบอัตโนมัติมาใช้กับ multitenancy ในเลเยอร์เครือข่าย เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน GPU ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นบริการ AI แบบ multitenant ที่ปลอดภัยและทำงานได้เสมือนคลาวด์ 

Nutanix จะจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับการประมวลผลบนเครื่องเวอร์ชวลแมชชีนคอนเทนเนอร์ CPU และ GPU รวมถึงสตอเรจ ระบบรักษาความปลอดภัย Kubernetes ตลอดจน Nutanix Agent Gateway บริการโมเดลในรูปแบบบริการ (Model-As-A-Service) และบริการแพลตฟอร์ม AI ในขณะที่ Netris จะจัดเตรียมระบบอัตโนมัติสำหรับเครือข่าย การแยกชั้นการทำงาน และการรองรับผู้ใช้หลายรายบนโครงสร้างเครือข่ายกายภาพ พร้อมการแยกส่วนอย่างเด็ดขาด ซึ่งบังคับใช้บนฮาร์ดแวร์เครือข่าย ตั้งแต่ส่วนประมวลผลไปจนถึงเครือข่ายกายภาพ โซลูชันแบบผสานรวมนี้จะมอบประสบการณ์การใช้งานแบบบริการตนเองที่มีลักษณะคล้ายคลาวด์ ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบ Bare Metal และแบบเวอร์ชวลไลซ์ ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเพิ่มผู้เช่าเข้าระบบได้ทันที และส่งมอบบริการ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่มาข้อมูล : นูทานิคซ์ ประเทศไทย

ที่มารูปภาพ : นูทานิคซ์ ประเทศไทย