“ตุ๊กตุ๊กโซลาร์เซลล์” รถสูบน้ำกู้ชีวิตเกษตรกรบังกลาเทศ สู้วิกฤตน้ำมันแพง

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ตุ๊กตุ๊กโซลาร์เซลล์” รถสูบน้ำกู้ชีวิตเกษตรกรบังกลาเทศ สู้วิกฤตน้ำมันแพง

บราก (BRAC) องค์กรเพื่อการพัฒนาที่ก่อตั้งขึ้นในบังกลาเทศ ได้พัฒนานวัตกรรมรถตุ๊กตุ๊กสูบน้ำเคลื่อนที่พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการสูบน้ำท่ามกลางภาวะขาดแคลนน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องมาจากสงครามในอิหร่าน

สรุปข่าว

องค์กร BRAC ในบังกลาเทศพัฒนานวัตกรรม "ตุ๊กตุ๊กโซลาร์เซลล์" หรือ "พงคีราช" สำหรับเคลื่อนที่ไปสูบน้ำเข้าพื้นที่เกษตร เพื่อช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาน้ำมันดีเซลแพงและขาดแคลนจากวิกฤตพลังงาน รถดังกล่าวใช้พลังงานสะอาด 100% ครอบคลุมพื้นที่สูบน้ำได้ราว 6.25 ไร่ต่อวัน มีต้นทุนต่ำ และมีแบตเตอรี่สำรองจ่ายไฟให้ครัวเรือนใกล้เคียงได้ ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อการเกษตรและวิกฤตการนำเข้าน้ำมันของประเทศ

บราก (BRAC) องค์กรเพื่อการพัฒนาที่ก่อตั้งขึ้นในบังกลาเทศ ได้พัฒนานวัตกรรมรถตุ๊กตุ๊กสูบน้ำเคลื่อนที่พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการสูบน้ำท่ามกลางภาวะขาดแคลนน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องมาจากสงครามในอิหร่าน

ตั้งชื่อตามตำนานม้าบินได้

ยานพาหนะคันนี้มีชื่อว่า พงคีราช (Ponkhiraj) ซึ่งตั้งชื่อตามม้าบินในเทพนิยายพื้นบ้านของเบงกอล คิดค้นโดยหน่วยงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์กร โดยมีจุดเด่นคือแผงโซลาร์เซลล์ที่กางออกได้คล้ายปีก และสามารถขับไปจอดริมแปลงนาเพื่อสูบน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงได้ทันที 

รถหนึ่งคันสามารถรองรับการสูบน้ำรดพืชผลได้ครอบคลุมพื้นที่ราว 2.5 เอเคอร์ หรือประมาณ 6.25 ไร่ต่อวัน ด้วยต้นทุนเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับการใช้ปั๊มน้ำมันดีเซล นอกจากนี้ ระบบยังทำงานด้วยพลังงานสะอาด 100% จึงไม่ปล่อยมลพิษขณะใช้งาน ทั้งยังมีแบตเตอรี่ในตัวที่สามารถจ่ายไฟให้แก่ครัวเรือนในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย

ปัจจุบันปัญหาด้านการนำเข้าพลังงานกระทบกับบังกลาเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากบังกลาเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปสูงถึงประมาณร้อยละ 80 ของความต้องการทั้งหมด โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) เคยรายงานในเดือนเมษายนว่า เกษตรกรหลายแสนคนต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อจัดหาน้ำมันดีเซลมาใช้ในการเกษตร 

ปั๊มน้ำส่วนใหญ่ใช้พลังงานดีเซลที่ต้องนำเข้า

ขณะเดียวกัน สถาบันจัดการน้ำนานาชาติ (IWMI) ระบุว่า ปั๊มน้ำบาดาลในบังกลาเทศที่มีราว 1,600,000 เครื่องนั้น เป็นระบบที่ทำงานด้วยน้ำมันดีเซลสูงถึงร้อยละ 80 ทั้งนี้ ยังกระทบกับการปลูกข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของประชากรบังกลาเทศที่มีมากถึง 175 ล้านคน 

โดยพืชที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากปัญหาการชลประทานคือข้าวโบโร (Boro) ซึ่งปลูกในฤดูแล้งและเก็บเกี่ยวช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ข้าวชนิดนี้มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตข้าวทั้งหมดในประเทศ ซึ่งกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวของบังกลาเทศในฤดูกาลนี้อาจลดลงเล็กน้อย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาการชลประทานและการใช้ปุ๋ยที่หยุดชะงัก 

สำหรับ บราก (BRAC) ผู้คิดค้นนวัตกรรมนี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1972 โดยเริ่มจากการเป็นหน่วยบรรเทาทุกข์หลังสงครามในบังกลาเทศ และปัจจุบันได้ดำเนินงานช่วยเหลือผู้คนไปแล้วมากกว่า 145 ล้านคน ทั้งในทวีปเอเชียและแอฟริกา

ที่มาข้อมูล : www.reutersconnect.com

ที่มารูปภาพ : BRAC