
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ เตือนให้ตั้งการ์ดสูงรับมือ “ซูเปอร์เอลนีโญพลัส” ไทยเสี่ยงกระทบภาคเกษตร
ตามที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ออกมาย้ำเตือนถึงความรุนแรงของปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์สภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
จากการเปรียบเทียบและประเมินความรุนแรงของซูเปอร์เอลนีโญในอดีตกับสถานการณ์ปี 2569–2570 โดยใช้ดัชนี 3 ตัว และข้อมูลจาก JAMSTEC เพื่อคำนวณพลังงานสะสมของปรากฏการณ์เอลนีโญ พบว่า ซูเปอร์เอลนีโญปี 2569–2570 มีความรุนแรงในรูปพลังงานสะสมสูงประมาณ 3 เท่าของเหตุการณ์ปี 2566–2567 และสูงประมาณ 2 เท่าของเหตุการณ์ปี 2558–2559
สรุปข่าว
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ เตือนให้ตั้งการ์ดสูงรับมือ “ซูเปอร์เอลนีโญพลัส” ไทยเสี่ยงกระทบภาคเกษตร
ตามที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ออกมาย้ำเตือนถึงความรุนแรงของปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์สภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
จากการเปรียบเทียบและประเมินความรุนแรงของซูเปอร์เอลนีโญในอดีตกับสถานการณ์ปี 2569–2570 โดยใช้ดัชนี 3 ตัว และข้อมูลจาก JAMSTEC เพื่อคำนวณพลังงานสะสมของปรากฏการณ์เอลนีโญ พบว่า ซูเปอร์เอลนีโญปี 2569–2570 มีความรุนแรงในรูปพลังงานสะสมสูงประมาณ 3 เท่าของเหตุการณ์ปี 2566–2567 และสูงประมาณ 2 เท่าของเหตุการณ์ปี 2558–2559
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้อง “ตั้งการ์ดสูง” เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งมีพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด ได้แก่ ข้าว ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว และมันสำปะหลัง
ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2566–2567 สร้างความเสียหายต่อภาคการเกษตรสูงกว่า 5.1% ของ GDP ภาคการเกษตร หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท
สำหรับผลกระทบที่ต้องจับตาในครั้งนี้ ได้แก่ อุณหภูมิที่สูงจัด ปริมาณฝนที่น้อยลง และความเครียดจากการขาดน้ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อกระบวนการออกดอก การติดผล และทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงตามลำดับ
ทั้งนี้ เกษตรกรถือเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและรู้จักพื้นที่ของตนเองดีที่สุด การเตรียมความพร้อมและปรับตัวจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงจากผลกระทบของซูเปอร์เอลนีโญ โดยจะต้องติดตามผลกระทบและแนวทางการปรับตัวในภาคส่วนอื่น ๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป
- อุตุฯโลกส่งสัญญาณเตือน “เอลนีโญ” ปีนี้เดือดจริง น้ำท่วม-แล้ง-ร้อนระอุจ่อถล่มโลก
- เอลนีโญเขย่าคลองปานามา! น้ำไม่พอ-เสี่ยงสะเทือนการค้าโลก
- “เอลนีโญ” เล่นงานแอมะซอน ทำน้ำลดฮวบ กระทบนับพันชุมชน
- “เอลนีโญ” ป่วนทะเล อุตสาหกรรมประมงหยุดชะงัก ทำคนเสี่ยงตกงานกว่าครึ่ง
- “เอลนีโญ” เดือดไม่หยุด UN หวั่นแรงสุดในรอบ 1,000 ปี
ที่มาข้อมูล : รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์
ที่มารูปภาพ : Reuters
