อุตุฯโลกส่งสัญญาณเตือน “เอลนีโญ” ปีนี้เดือดจริง น้ำท่วม-แล้ง-ร้อนระอุจ่อถล่มโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
อุตุฯโลกส่งสัญญาณเตือน  “เอลนีโญ” ปีนี้เดือดจริง น้ำท่วม-แล้ง-ร้อนระอุจ่อถล่มโลก

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น และอาจกลายเป็นเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงมากในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ส่งผลให้ทั่วโลกเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วม ภัยแล้ง และอากาศร้อนจัด โดยผลกระทบอาจต่อเนื่องไปถึงปี 2570


WMO ระบุว่า ขณะนี้เอลนีโญได้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน และแบบจำลองพยากรณ์ประเมินว่า มีโอกาสเกือบ 100% ที่ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงจากอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนที่อุ่นผิดปกติ ขณะที่ผลกระทบต่อรูปแบบฝนและอุณหภูมิจะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอีกระยะ


WMO ระบุว่า เอลนีโญที่มีความรุนแรงสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบฝนและอุณหภูมิในหลายพื้นที่ทั่วโลก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาพอากาศสุดขั้ว จึงเรียกร้องให้สหประชาชาติ รวมถึงหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของแต่ละประเทศ ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะการเสริมระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน


สรุปข่าว

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือน “เอลนีโญ” ปีนี้ส่อทวีความรุนแรงเป็นพิเศษ เสี่ยงกระทบรูปแบบฝนและอุณหภูมิทั่วโลก เพิ่มโอกาสเกิดน้ำท่วม ภัยแล้ง และอากาศร้อนจัด โดยผลกระทบอาจลากยาวถึงปี 2570 พร้อมเรียกร้องนานาชาติเร่งยกระดับระบบเตือนภัยและมาตรการรับมือ

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น และอาจกลายเป็นเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงมากในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ส่งผลให้ทั่วโลกเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วม ภัยแล้ง และอากาศร้อนจัด โดยผลกระทบอาจต่อเนื่องไปถึงปี 2570


WMO ระบุว่า ขณะนี้เอลนีโญได้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน และแบบจำลองพยากรณ์ประเมินว่า มีโอกาสเกือบ 100% ที่ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงจากอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนที่อุ่นผิดปกติ ขณะที่ผลกระทบต่อรูปแบบฝนและอุณหภูมิจะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอีกระยะ


WMO ระบุว่า เอลนีโญที่มีความรุนแรงสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบฝนและอุณหภูมิในหลายพื้นที่ทั่วโลก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาพอากาศสุดขั้ว จึงเรียกร้องให้สหประชาชาติ รวมถึงหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของแต่ละประเทศ ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะการเสริมระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน


“อันโตนิโอ กูเตอร์เรส” เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่อุณหภูมิพื้นผิวทะเลและอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้โลกกำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้ว พร้อมย้ำว่าประชาคมโลกต้องเร่งดำเนินมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศและปกป้องประชาชนจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น


ด้านเซเลสต์ เซาโล เลขาธิการ WMO กล่าวว่า สถานการณ์เอลนีโญที่รุนแรงจำเป็นต้องอาศัยการเตรียมพร้อมและการตอบสนองในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดย WMO ได้ระดมความร่วมมือกับหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดทำข้อมูลพยากรณ์และระบบเตือนภัย เพื่อช่วยรักษาชีวิตและปกป้องเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน



เธอระบุว่า WMO จะทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านมนุษยธรรมและระบบสหประชาชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศสำหรับการจัดการภัยพิบัติ รวมถึงภาคส่วนที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพอากาศ เช่น เกษตรกรรม สาธารณสุข พลังงาน และทรัพยากรน้ำ พร้อมเตือนว่า โลกกำลังเผชิญผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วมอยู่แล้ว และสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามการทวีความรุนแรงของเอลนีโญ

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters