
อิทธิพลจากปรากฎการณ์ “เอลนีโญ” ส่งผลให้อุณหภูมิน้ำทะเลตามแนวชายฝั่งเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ จนส่งผลให้ “ปลาแอนโชวี” ซึ่งเป็นทรัพยากรประมงที่สำคัญของเปรูเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยประชากรปลากระจายตัวและลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว
โดยปกติแล้ว เปรู มีฤดูกาลจับปลาแอนโชวีปีละ 2 ครั้งในน่านน้ำทางตอนกลางและตอนเหนือของประเทศ โดยช่วงแรกจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-สิงหาคม และช่วงที่สองเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคมของปีถัดไป แต่สำหรับปี 2026 สถานการณ์กลับแตกต่างไปจากปีก่อน ๆ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้สภาพแวดล้อมทางทะเลเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งอุณหภูมิน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของความเค็ม ส่งผลต่อพฤติกรรมและการกระจายตัวของปลาแอนโชวี
สรุปข่าว
อิทธิพลจากปรากฎการณ์ “เอลนีโญ” ส่งผลให้อุณหภูมิน้ำทะเลตามแนวชายฝั่งเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ จนส่งผลให้ “ปลาแอนโชวี” ซึ่งเป็นทรัพยากรประมงที่สำคัญของเปรูเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยประชากรปลากระจายตัวและลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว
โดยปกติแล้ว เปรู มีฤดูกาลจับปลาแอนโชวีปีละ 2 ครั้งในน่านน้ำทางตอนกลางและตอนเหนือของประเทศ โดยช่วงแรกจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-สิงหาคม และช่วงที่สองเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคมของปีถัดไป แต่สำหรับปี 2026 สถานการณ์กลับแตกต่างไปจากปีก่อน ๆ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้สภาพแวดล้อมทางทะเลเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งอุณหภูมิน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของความเค็ม ส่งผลต่อพฤติกรรมและการกระจายตัวของปลาแอนโชวี
ในปี 2026 รัฐบาลเปรีตั้งโควตาการจับปลาแอนโชวีไว้ที่ 1.91 ล้านตัน แต่ในช่วงแรกของฤดูจับปลา ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายนอุตสาหกรรมประมงรายงานตัวเลขการจับปลาแอนโชวีได้เพียง 470,000 ตันเท่านั้น สถานการณ์ที่ไม่ปกติในท้องทะเลทำสร้างความกังวลให้กับฤดูกาลจับปลาครั้งถัดไปในเดือนพฤศจิกายนอาจมีความเสี่ยงที่ไม่สามารถเปิดฤดูกาลได้
ตามรายงานจากหน่วยงานด้านสภาพอากาศระบุว่า ปรากฎการณ์เอลนีโญจะเร่งตัวสูงสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งหมายถึงอุณหภูมิน้ำทะเลและความเค็มของน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่พื้นที่ทางตอนกลางและตอนเหนือของประเทศอาจไม่สามารถทำประมงได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงอาจส่งผลกระทบและสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อผู้ประกอบการทำประมงและแรงงาน
การทำประมงเป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของเปรู โดยสมาคมแห่งชาติเปรูประเมินว่า การหยุดชะงักของอุตสาหกรรมประมงอาจนำไปสู่การสูงเสียตำแหน่งและการจ้างงานของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมประมงกว่า 122,000 ตำแหน่ง
ไม่เพียงแค่ชาวประมงและลูกเรือจะได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่ผลกระทบยังรวมไปถึงผู้ประกอบการต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ให้บริการในอุตสาหกรรมประมง เนื่องจากปลาแอนโชวีเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ เมื่อปริมาณปลาแอนโชวีลดลงก็หมายถึงปริมาณวัตถุดิบตึงตัวและผลักดันให้ราคาเพิ่งสูงขึ้น โดยราคาปลาป่นคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นกว่า 79% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และราคาน้ำมันปลาสำหรับอาหารสัตว์เพิ่มสูงขึ้นถึง 64% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สถานการณ์ที่มีแนวโน้มเลวร้ายลงทำให้รัฐบาลเปรูออกประกาศภาวะฉุกเฉินในอุตสาหกรรมประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นเวลา 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยให้ความช่วยเหลือด้านเงินกู้ เงินอุหนุนและมาตรการอื่นๆ เพื่อช่วยพยุงให้อุตสาหกรรมประมงฟื้นตัวได้
- “เอลนีโญ” เดือดไม่หยุด UN หวั่นแรงสุดในรอบ 1,000 ปี
- ผลกระทบ “เอลนีโญ” ส่งสัญญาณเตือนถึงไทย เหนือ-อีสานเตรียมรับมืออุณหภูมิสูงกว่าปกติ
- เอลนีโญแรงขึ้น 36%! โลกร้อนกำลังเร่ง “ภัยพิบัติโลก”
- เอลนีโญถล่มอเมริกาใต้ “น้ำตกอีกวาซู” น้ำสูงกว่าปกติ 5 เท่า น้ำไหลทะลัก 8.3 ล้านลิตร/วินาที
- “ชิลี” รับศึกหนัก! เอลนีโญทำฝนถล่มเป็นประวัติการณ์ จับตาจุดพีคปลายปี
