
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) คาดการณ์สถานการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 18-21 สิงหาคมนี้ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และฝนตกหนักมากบางแห่ง สอดคล้องกับประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากฝนตกหนัก
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมประมาณร้อยละ 60 ของความจุเก็บกัก คิดเป็นประมาณ 48,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ร้อยละ 42 หรือประมาณ 23,800 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า จากการเร่งกักเก็บน้ำต้นทุนมาตั้งแต่ฤดูฝนปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เขื่อนหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับบริหารจัดการน้ำตลอดปีนี้
สรุปข่าว
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) คาดการณ์สถานการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 18-21 สิงหาคมนี้ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และฝนตกหนักมากบางแห่ง สอดคล้องกับประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากฝนตกหนัก
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมประมาณร้อยละ 60 ของความจุเก็บกัก คิดเป็นประมาณ 48,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ร้อยละ 42 หรือประมาณ 23,800 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า จากการเร่งกักเก็บน้ำต้นทุนมาตั้งแต่ฤดูฝนปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เขื่อนหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับบริหารจัดการน้ำตลอดปีนี้
สทนช.คาดการณ์ว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เขื่อนหลักทั้ง 4 แห่งจะมีปริมาณน้ำใช้การได้รวมมากกว่า 12,105 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งและรองรับความต้องการใช้น้ำของภาคส่วนต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม สทนช.แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น และอาจพัฒนาเป็นเอลนีโญกำลังแรงมากในช่วงปลายปี โดยมีความเป็นไปได้ว่าอาจรุนแรงกว่าสถานการณ์เอลนีโญในปี 2558 ซึ่งอาจส่งผลให้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณตอนบนของประเทศ มีความเสี่ยงเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วงเพิ่มขึ้น
สทนช.จึงเน้นย้ำให้เกษตรกร โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกเขตชลประทาน ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง วางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับแผนที่หน่วยงานภาครัฐกำหนด รวมถึงกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงที่มีความเสี่ยงฝนทิ้งช่วง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน ภาคเกษตร ภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วน ร่วมกันประหยัดน้ำและใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ขณะที่ สทนช.จะบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความแปรปรวนของสภาพอากาศ และบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมลดผลกระทบต่อประชาชนในทุกพื้นที่ให้ได้มากที่สุด
- โลกเดือดสุดอันตราย! พบยอดผู้เสียชีวิตในเยอรมนีพุ่ง 12,500 คน
- วิกฤตอากาศร้อนเขย่าอังกฤษ ผุดไอเดีย "บ้านใหม่ต้องติดแอร์" รับมือคลื่นความร้อนยุคโลกรวน
- สัญญาณอันตรายเสี่ยงน้ำหลาก! 6 จังหวัดเหนือ–อีสาน ส่วน “ซูเปอร์เอลนีโญ” จ่อซ้ำแรงสุดปี 70
- เอลนีโญป่วนทั้งทะเล! ปลาอพยพ นกทะเลหนีตาม ห่วงโซ่อาหารเริ่มสั่นคลอน
- “เอลนีโญ” เร่งกำลังแรงมาก ฝนปลายปีเสี่ยงน้อย ทำน้ำต้นทุนปี 70 ตึงตัว!
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Oleksandr Sushko/UNSPLASH
