
สถานการณ์แม่น้ำสายสำคัญในภูมิภาคแอมะซอนกำลังน่าเป็นห่วง หลังระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็วและเร็วกว่าปกติ อันเป็นผลจากภาวะฝนทิ้งช่วงที่รุนแรงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือ การขนส่งสินค้า และการดำรงชีวิตของชุมชนริมแม่น้ำหลายร้อยแห่ง ขณะที่เปรูและบราซิลเริ่มออกมาตรการรับมือ หลังประเมินว่าสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูแล้ง
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติเปรู รายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักของภูมิภาคโลเรโต ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าแอมะซอนของเปรู กำลังลดลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยแม่น้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำแอมะซอน มาราญอน อูคายาลี และฮวายากา มีระดับน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาเดียวกันของปีอย่างชัดเจน
สรุปข่าว
สถานการณ์แม่น้ำสายสำคัญในภูมิภาคแอมะซอนกำลังน่าเป็นห่วง หลังระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็วและเร็วกว่าปกติ อันเป็นผลจากภาวะฝนทิ้งช่วงที่รุนแรงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือ การขนส่งสินค้า และการดำรงชีวิตของชุมชนริมแม่น้ำหลายร้อยแห่ง ขณะที่เปรูและบราซิลเริ่มออกมาตรการรับมือ หลังประเมินว่าสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูแล้ง
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติเปรู รายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักของภูมิภาคโลเรโต ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าแอมะซอนของเปรู กำลังลดลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยแม่น้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำแอมะซอน มาราญอน อูคายาลี และฮวายากา มีระดับน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาเดียวกันของปีอย่างชัดเจน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากปริมาณฝนที่ลดลง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำลดลงหลายเซนติเมตรต่อวัน ทั้งที่โดยปกติสถานการณ์ระดับน้ำต่ำเช่นนี้มักเกิดขึ้นในช่วงปลายปี แต่ปีนี้กลับเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ เนื่องจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกที่สูงผิดปกติและอิทธิพลของเอลนีโญ
มีการคาดการณ์ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำแอมะซอนและแม่น้ำสาขาจะยังคงลดลงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงกลางเดือนกันยายน ก่อนจะเริ่มผันผวนและมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำโดยรวมยังมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติ
ผลกระทบเริ่มเห็นได้ชัดในภาคการคมนาคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากระดับน้ำที่ลดลงทำให้สันทรายเริ่มโผล่ขึ้นกลางลำน้ำ และเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ โดยเฉพาะเรือขนาดใหญ่ที่ใช้ขนส่งสินค้าไปยังเมืองอีกีโตสและชุมชนต่างๆ ในเขตโลเรโต
แม่น้ำในภูมิภาคแอมะซอนไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำ แต่ทำหน้าที่เสมือน “ถนนสายหลัก” ของผู้คนจำนวนมาก เพราะเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทางและขนส่งอาหาร ยารักษาโรค เชื้อเพลิง และสินค้าอุปโภคบริโภค หากระดับน้ำลดลงจนเรือไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ ชุมชนที่ต้องพึ่งพาแม่น้ำอาจประสบปัญหาการเข้าถึงสิ่งของจำเป็นและถูกตัดขาดจากพื้นที่อื่น
สถานการณ์ในบราซิลก็เริ่มน่าจับตาเช่นกัน โดยหลายพื้นที่พบระดับน้ำในแม่น้ำสาขาของแอมะซอนลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บางแห่งลดลงมากกว่า 14 เซนติเมตรภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง
เฉพาะแม่น้ำนิโกร ใกล้เมืองมาเนาส์ ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของลุ่มน้ำแอมะซอน ระดับน้ำในช่วง 10 วันแรกของเดือนสิงหาคมลดลงเกือบ 58 เซนติเมตร มาอยู่ที่ประมาณ 26.8 เมตร โดยอัตราการลดลงมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 24 เซนติเมตร สะท้อนถึงการลดลงของระดับน้ำที่รวดเร็วกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านการขนส่งทางน้ำของบราซิลระบุว่า ข้อมูลในขณะนี้ยังไม่ชี้ว่าปี 2026 จะเกิดภัยแล้งรุนแรงเทียบเท่าหรือสูงกว่าสถิติในปี 2023 และ 2024 แต่ระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็วได้ทำให้บริษัทเดินเรือบางแห่งเริ่มคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับการขนส่งสินค้าเข้าและออกจากท่าเรือมาเนาส์ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนห่วงโซ่อุปทานและทำให้ราคาสินค้าจำเป็นในพื้นที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน การศึกษาความเปราะบางของลุ่มน้ำแอมะซอนที่เผยแพร่ในวารสาร Nature พบว่า ในบราซิลมีหมู่บ้านชนพื้นเมืองมากกว่า 1,300 แห่ง และชุมชนชนบทประมาณ 1,800 แห่ง ตั้งอยู่ห่างจากถนนมากกว่า 5 กิโลเมตร แต่ห่างจากแม่น้ำไม่เกิน 5 กิโลเมตร หมายความว่าแม่น้ำคือเส้นทางหลักในการเข้าถึงชุมชนเหล่านี้
เมื่อระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว การเดินเรือที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่จึงอาจหยุดชะงัก และทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าถึงอาหาร ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นได้ยากขึ้น
ในฝั่งเปรูยังมีประชาชนชนพื้นเมืองจำนวนมากที่พึ่งพาแม่น้ำในการดำรงชีวิต โดยภูมิภาคแอมะซอนของเปรูมีชนพื้นเมือง 51 กลุ่ม กระจายอยู่ในชุมชนที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการมากกว่า 2,700 แห่ง
สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำแอมะซอนจึงสะท้อนให้เห็นว่า ผลกระทบจากเอลนีโญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องอุณหภูมิหรือปริมาณฝนเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงความมั่นคงด้านอาหาร การคมนาคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะชุมชนที่พึ่งพาแม่น้ำเป็นเส้นทางหลัก และหากระดับน้ำยังคงลดลงเร็วกว่าปกติ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกตัดขาดจากโลกภายนอกในช่วงฤดูแล้งที่กำลังมาถึง
- “เอลนีโญ” ป่วนทะเล อุตสาหกรรมประมงหยุดชะงัก ทำคนเสี่ยงตกงานกว่าครึ่ง
- “เอลนีโญ” เดือดไม่หยุด UN หวั่นแรงสุดในรอบ 1,000 ปี
- ผลกระทบ “เอลนีโญ” ส่งสัญญาณเตือนถึงไทย เหนือ-อีสานเตรียมรับมืออุณหภูมิสูงกว่าปกติ
- เอลนีโญแรงขึ้น 36%! โลกร้อนกำลังเร่ง “ภัยพิบัติโลก”
- ยุโรปสะเทือน! ข้าวโพดขาดน้ำ ผลผลิตต่ำสุดในรอบเกือบ 20 ปี
