
“ภัยแล้ง” และอากาศร้อนจัดกำลังสร้างวิกฤตให้ภาคเกษตรยุโรป เมื่อฝนลดลงและแหล่งน้ำขาดแคลน ส่งผลให้ผลผลิตข้าวโพดในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกลดลงอย่างหนัก จากภัยแล้งที่เคยเกิดเป็นครั้งคราว กำลังกลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำและรุนแรงขึ้น
ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของฮังการี คาโรลี โควาช เกษตรกรรายหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางแปลงข้าวโพดที่เหี่ยวเฉา พร้อมย้อนเล่าว่า เมื่อราวปี 2010 เคยเก็บเกี่ยวข้าวโพดได้สูงถึง 17 ตันต่อเฮกตาร์ หรือประมาณ 2.72 ตันต่อไร่ แต่ปัจจุบันปริมาณฝนที่เคยสูงถึง 1,000 มิลลิเมตรกลับลดลงอย่างมาก
สถานการณ์ภัยแล้งกำลังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรทั่วยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะ ฮังการีและโรมาเนีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดสำคัญของสหภาพยุโรป พื้นที่เพาะปลูกลดลง ขณะที่คลื่นความร้อนและการขาดแคลนน้ำทำให้ผลผลิตลดลงต่อเนื่อง
สรุปข่าว
“ภัยแล้ง” และอากาศร้อนจัดกำลังสร้างวิกฤตให้ภาคเกษตรยุโรป เมื่อฝนลดลงและแหล่งน้ำขาดแคลน ส่งผลให้ผลผลิตข้าวโพดในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกลดลงอย่างหนัก จากภัยแล้งที่เคยเกิดเป็นครั้งคราว กำลังกลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำและรุนแรงขึ้น
ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของฮังการี คาโรลี โควาช เกษตรกรรายหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางแปลงข้าวโพดที่เหี่ยวเฉา พร้อมย้อนเล่าว่า เมื่อราวปี 2010 เคยเก็บเกี่ยวข้าวโพดได้สูงถึง 17 ตันต่อเฮกตาร์ หรือประมาณ 2.72 ตันต่อไร่ แต่ปัจจุบันปริมาณฝนที่เคยสูงถึง 1,000 มิลลิเมตรกลับลดลงอย่างมาก
สถานการณ์ภัยแล้งกำลังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรทั่วยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะ ฮังการีและโรมาเนีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดสำคัญของสหภาพยุโรป พื้นที่เพาะปลูกลดลง ขณะที่คลื่นความร้อนและการขาดแคลนน้ำทำให้ผลผลิตลดลงต่อเนื่อง
คณะกรรมาธิการยุโรปคาดการณ์ว่า ปีนี้สหภาพยุโรปจะมีผลผลิตข้าวโพดประมาณ 50.1 ล้านตัน ต่ำสุดในรอบเกือบ 20 ปี และลดลงราว 20% จากค่าเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ฮังการี ซึ่งเคยเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวโพดรายสำคัญ อาจต้อง นำเข้าข้าวโพดในปีนี้ ขณะที่โรมาเนียคาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 8 ล้านตัน แม้ไม่เผชิญภัยแล้งรุนแรงที่สุด แต่ยังลดลงมากกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับช่วงปี 2018–2019 ส่วนฮังการีคาดว่าจะมีผลผลิตเพียง 2.5 ล้านตัน หรือไม่ถึงหนึ่งในสามของระดับในช่วงดังกล่าว
อุณหภูมิที่สูงขึ้นยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ โดยช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมของฮังการีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 1961–1990 ถึง 3.1 องศาเซลเซียส ส่วนโรมาเนียสูงขึ้นประมาณ 3 องศาเซลเซียส
เกษตรกรจึงต้องปรับตัว บางรายหันไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยกว่า เช่น ทานตะวัน ขณะที่บางรายลงทุนระบบชลประทาน แต่แม้จะมีเครื่องสูบน้ำ ท่อส่งน้ำ และอุปกรณ์ต่าง ๆ หากไม่มีน้ำเพียงพอ ระบบเหล่านี้ก็ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้
โควาชระบุว่า หากแนวโน้มสภาพภูมิอากาศยังเป็นเช่นนี้ เขาอาจต้องเลิกปลูกข้าวโพด และกำลังพิจารณาหันไปทำธุรกิจผลิตพาสต้าแห้งจากไข่ไก่แทน จะเห็นว่า “โลกร้อน” กำลังเปลี่ยนแปลงภาคเกษตรยุโรป ฝนลด อากาศร้อน และน้ำขาดแคลน ฉุดผลผลิตข้าวโพดจนฮังการีจากประเทศผู้ส่งออกอาจต้องกลายเป็นผู้นำเข้า ขณะที่เกษตรกรต้องเร่งเปลี่ยนพืชและปรับวิธีทำเกษตรเพื่อความอยู่รอด โดยมี “น้ำ” เป็นปัจจัยชี้ชะตา
- ฤดูร้อน “อังกฤษ” ปีนี้เดือด ร้อนที่สุดในรอบ 142 ปี!
- ประเทศในฝันกำลังเปลี่ยนไป! “สวิตเซอร์แลนด์” เผชิญภัยแล้ง แม่น้ำ–ทะเลสาบลดต่ำเป็นประวัติการณ์
- อ่างเก็บน้ำทับเสลาวิกฤต เหลือน้ำร้อยละ 33
- ยุโรปเดือด! มิ.ย.–ก.ค. ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ คลื่นความร้อนถล่มซ้ำ-ไฟป่ารุนแรง
- โซมาเลียวิกฤตหนัก! เด็ก 1 ใน 2 ขาดสารอาหาร ขณะที่เงินช่วยเหลือหายเกือบหมด
