“Mercedes-Benz” ทดสอบชนรถยนต์ CLA สองคัน พิสูจน์ความแข็งแรงโครงสร้าง-แบตเตอรี่

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Mercedes-Benz” ทดสอบชนรถยนต์ CLA สองคัน พิสูจน์ความแข็งแรงโครงสร้าง-แบตเตอรี่

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ได้สาธิตการทดสอบการชนด้านข้างด้วยความเร็วสูงโดยใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่น CLA ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง เป็นครั้งแรกของโลก โดยให้รถทั้งสองคันวิ่งด้วยด้วยความเร็ว 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งและมาตรฐานความปลอดภัยของรถ

สรุปข่าว

Mercedes-Benz จัดการทดสอบการชนด้านข้างแบบ T-Bone ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า CLA จริงสองคันที่ความเร็ว 56 กม./ชม. เป็นครั้งแรกของโลก ผลปรากฏว่าโครงสร้างห้องโดยสารยังคงสมบูรณ์ ไม่ยุบตัว หุ่นทดสอบทั้ง 8 ตัวมีความเสี่ยงต่ำที่จะได้รับบาดเจ็บสาหัส และแบตเตอรี่แรงดันสูงใต้ท้องรถไม่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน Mercedes-Benz Rescue Intelligence ที่มีแผนใช้งานตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ได้สาธิตการทดสอบการชนด้านข้างด้วยความเร็วสูงโดยใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่น CLA ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง เป็นครั้งแรกของโลก โดยให้รถทั้งสองคันวิ่งด้วยด้วยความเร็ว 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งและมาตรฐานความปลอดภัยของรถ

ทดสอบการชนกันในลักษณะ T-Bone

โดยบริษัทได้จัดการทดสอบการชนของรถยนต์ทั้งสองคัน ซึ่งแต่ละคันมีน้ำหนักมากกว่า 2 ตัน ด้วยการชนแบบไม่มีการเบรกล่วงหน้า และให้รถคันหนึ่ง พุ่งชนเข้าที่ด้านข้างฝั่งคนขับของรถอีกคันหนึ่ง ในลักษณะที่เรียกว่าการชนแบบ “T-Bone” หรือลักษณะการชน ที่หน้ารถคันหนึ่งพุ่งชนเข้ากับด้านข้างของรถอีกคันหนึ่งอย่างจัง จนตัวรถทั้งสองคันทำมุมกันคล้ายตัวอักษร “T”

จากข้อมูลวิจัยอุบัติเหตุของบริษัท ลักษณะการชนกันแบบนี้ จะเกิดจากการชนด้านข้างที่รุนแรงและเกิดจากการใช้ความเร็วสูง โดยการจำลองการชนที่ความเร็ว 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังถือเป็นระดับความเร็วสูงสุดของอุบัติเหตุบริเวณทางแยกที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงตามสถิติ อีกทั้งยังสูงกว่าความเร็วที่มักพบในการจราจรเขตเมืองทั่วไปอีกด้วย

สถานการณ์การชนในรูปแบบนี้ ยังถือเป็นหนึ่งในรูปแบบอุบัติเหตุที่วิกฤตที่สุดต่อผู้โดยสารและโครงสร้างตัวรถ เนื่องจากพื้นที่ด้านข้างของตัวรถ มีส่วนที่ใช้ในการดูดซับแรงหรือพลังงานน้อยกว่าด้านหน้ารถอย่างมาก และสำหรับรถไฟฟ้า CLA บริเวณดังกล่าว ยังเป็นจุดที่ต้องการการปกป้องสูงสุด เพราะกระทบทั้งห้องโดยสาร และแบตเตอรี่แรงดันสูง ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ

ผลการทดสอบพบว่าโครงสร้างยังสามารถปกป้องผู้โดยสารได้

อย่างไรก็ตามจากการทดสอบการชนจริง บริษัทเผยว่าห้องโดยสารของรถทั้งสองคันยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ยุบตัว และผลการวัดค่าจากหุ่นทดสอบการชน (Crash-test Dummies) ทั้งหมด 8 ตัว ซึ่งแทนตัวแทนของผู้ใหญ่ 4 คน และเด็ก 4 คน บริษัทอ้างว่าข้อมูลที่ได้ ชี้ว่าผู้โดยสารมีความเสี่ยงต่ำที่จะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรืออันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ แบตเตอรี่แรงดันสูงยังคงสมบูรณ์และไม่ได้รับความเสียหาย แม้จะถูกชนเข้าที่ด้านข้างอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ยังได้เปิดตัวระบบ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เรสคิว อินเทลลิเจนซ์ (Mercedes-Benz Rescue Intelligence) โดยระบบนี้จะเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ กับหน่วยบริการฉุกเฉิน ช่วยให้หน่วยดับเพลิงและกู้ภัยสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุได้ในขณะกำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ  ซึ่งมีแผนจะเริ่มทยอยติดตั้งใช้งานตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป แต่ยังไม่ได้มีรายงานว่ารองรับที่ประเทศใดบ้าง

ทั้งนี้ต้องย้ำว่า ข้อมูลที่ได้ทั้งหมด เกิดขึ้นจากการจัดสถานการณ์ทดสอบการชนที่ควบคุมโดยบริษัท ดังนั้นในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นจริง ผลที่ได้อาจจะมีความแตกต่างกัน และผู้ขับขี่ควรระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนอยู่เสมอ

ที่มาข้อมูล : group.mercedes-benz.com media.mbusa.com

ที่มารูปภาพ : media.mbusa