“ซอฟต์แวร์ AI” เชื่อมโยงระบบโดรน ยกระดับการป้องกันทางอากาศใน “สมรภูมิยูเครน”

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ซอฟต์แวร์ AI” เชื่อมโยงระบบโดรน ยกระดับการป้องกันทางอากาศใน “สมรภูมิยูเครน”

อินเทลิค (Intelic) บริษัทซอฟต์แวร์จากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ พัฒนาและทดสอบระบบโดรนสกัดกั้นความเร็วสูงที่ทะยานผ่านกลีบเมฆเข้าทำลายเป้าหมายจำลองของศัตรูได้อย่างแม่นยำ ด้วยการใช้เรดาร์ตรวจจับและยืนยันข้อมูลด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สรุปข่าว

บริษัทเทคโนโลยี Intelic จากเนเธอร์แลนด์ พัฒนาซอฟต์แวร์ AI ชื่อ "Nexus" ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนกว่า 30 ล้านยูโรจากกระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ เพื่อยกระดับระบบป้องกันทางอากาศ ซอฟต์แวร์นี้ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลจากเรดาร์ เซนเซอร์ และกล้องตรวจจับ เพื่อระบุเป้าหมายการโจมตี จากนั้นจึงส่งโดรนสอดส่องไปยืนยันตำแหน่ง ก่อนให้มนุษย์ตัดสินใจส่งโดรนสกัดกั้นความเร็วสูงเข้าทำลายเป้าหมาย แม้ว่าในปัจจุบันผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้สั่งการในขั้นตอนสุดท้าย แต่ระบบก็สามารถทำงานอัตโนมัติได้อย่างสมบูรณ์

อินเทลิค (Intelic) บริษัทซอฟต์แวร์จากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ พัฒนาและทดสอบระบบโดรนสกัดกั้นความเร็วสูงที่ทะยานผ่านกลีบเมฆเข้าทำลายเป้าหมายจำลองของศัตรูได้อย่างแม่นยำ ด้วยการใช้เรดาร์ตรวจจับและยืนยันข้อมูลด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สัญญาใหม่เพื่อสนับสนุนการทหารทางอากาศ

การทดสอบนี้เกิดขึ้น ณ ฐานทัพอากาศเก่าของเนเธอร์แลนด์ริมทะเลเหนือ ภายใต้สัญญาจ้างมูลค่า 30 ล้านยูโร หรือราว 1,130 ล้านบาทจากกระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ เพื่อพัฒนาระบบป้องกันทางอากาศ และยังเป็นการเร่งพัฒนาและส่งมอบเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อช่วยยูเครนในสมรภูมิรบ

อินเทลิค (Intelic) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายสิบบริษัทที่สร้างสรรค์นวัตกรรมอยู่ภายในโรงเก็บเครื่องบินปรับปรุงใหม่ ได้เปิดสำนักงานขึ้นในกรุงเคียฟ เพื่อเร่งสนับสนุนกองกำลังยูเครน ในสงครามที่เทคโนโลยีโดรนเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการรบและผลักดันให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมอย่างรวดเร็ว

ซอฟต์แวร์ "Nexus" รวมแหล่งข้อมูลเพื่อการปฏิบัติการ

โดยซอฟต์แวร์ AI ของบริษัทที่พัฒนาขึ้นนี้ มีชื่อว่า เน็กซัส (Nexus) ซึ่งจะรวมข้อมูลจากเรดาร์ เซนเซอร์ และกล้องตรวจจับของบริษัทต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อระบุว่าวัตถุบินนั้นเป็นเป้าหมายคุกคามของศัตรู 

จากนั้นโดรนสอดส่องจึงบินเข้าไปยืนยันวัตถุดังกล่าวผ่านระบบจดจำภาพ (Image Recognition) โดยมอบอำนาจในการตัดสินใจสุดท้าย ในการยิงโดรนสกัดกั้นที่นำทางด้วย AI ให้เป็นของผู้บังคับบัญชาที่เป็นมนุษย์ แต่ระบบทั้งหมดนี้รองรับการทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบได้เช่นกัน

การทำงานประสานกันอย่างราบรื่นระหว่างระบบที่หลากหลาย ช่วยให้ผู้บังคับบัญชาตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทางบริษัทอธิบายเพิ่มเติมว่า ด้วยความเร็วสูงระดับนี้ การบังคับด้วยมือมนุษย์แทบจะไม่สามารถยิงเป้าหมายได้ทัน จึงจำเป็นต้องอาศัยระบบที่มีความเป็นอัตโนมัติสูงกว่าเข้ามาช่วย

ทั้งนี้ข้อมูลจากสถาบันคีล (Kiel Institute) ในเยอรมนีระบุว่า การลงทุนของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณด้านการทหารในฐานะสมาชิกองค์การนาโต (NATO) โดยเนเธอร์แลนด์ได้จัดสรรงบประมาณรวมกว่า 1,400 ล้านยูโร หรือราว 52,600 ล้านบาท นับตั้งแต่ปี 2022 สำหรับสนับสนุนโครงการโดรนของยูเครน

ที่มาข้อมูล : reutersconnect.com

ที่มารูปภาพ : Intelic