ESA-NASA ลุยสกัดออกซิเจนจากดินดวงจันทร์ ปูทางตั้งฐานอวกาศ

ในอนาคตการสร้างฐานที่อยู่อาศัยของมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต เราอาจไม่จำเป็นต้องขนส่งออกซิเจนทั้งหมดจากโลกอีกต่อไป หลังองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency: ESA) และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีสกัดออกซิเจนจากดินบนดวงจันทร์ หรือ Lunar Oxygen Extraction
เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทำได้โดยอาศัยกระบวนการทางเคมีและไฟฟ้าเพื่อแยกออกซิเจนที่อยู่ในแร่ธาตุให้กลายเป็นก๊าซออกซิเจน ซึ่งนาซาเคยทำสำเร็จมาแล้วโดยใช้วัสดุที่จำลองดินบนดวงจันทร์ ซึ่งหากนำไปพัฒนาต่อยอดบนดวงจันทร์มันจะสามารถนำไปใช้สนับสนุนระบบดำรงชีพของนักบินอวกาศ และอาจนำไปใช้ผลิตสารออกซิไดซ์สำหรับจรวดในอนาคต
สรุปข่าว
ในอนาคตการสร้างฐานที่อยู่อาศัยของมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต เราอาจไม่จำเป็นต้องขนส่งออกซิเจนทั้งหมดจากโลกอีกต่อไป หลังองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency: ESA) และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีสกัดออกซิเจนจากดินบนดวงจันทร์ หรือ Lunar Oxygen Extraction
เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทำได้โดยอาศัยกระบวนการทางเคมีและไฟฟ้าเพื่อแยกออกซิเจนที่อยู่ในแร่ธาตุให้กลายเป็นก๊าซออกซิเจน ซึ่งนาซาเคยทำสำเร็จมาแล้วโดยใช้วัสดุที่จำลองดินบนดวงจันทร์ ซึ่งหากนำไปพัฒนาต่อยอดบนดวงจันทร์มันจะสามารถนำไปใช้สนับสนุนระบบดำรงชีพของนักบินอวกาศ และอาจนำไปใช้ผลิตสารออกซิไดซ์สำหรับจรวดในอนาคต
ดินดวงจันทร์มีออกซิเจนมากกว่าที่คิด
แม้ดวงจันทร์จะไม่มีบรรยากาศที่มนุษย์สามารถหายใจได้ แต่ข้อมูลทางธรณีวิทยาพบว่าออกซิเจนเป็นองค์ประกอบสำคัญของดินและหินบนดวงจันทร์ โดยคิดเป็นประมาณ 40-45% ของมวลวัสดุผิวดวงจันทร์ ออกซิเจนเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในรูปก๊าซ แต่จับตัวอยู่กับธาตุอื่นในรูปสารประกอบออกไซด์ เช่น ซิลิกอนไดออกไซด์ และออกไซด์ของเหล็ก อะลูมิเนียม และไทเทเนียม ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้หายใจได้โดยตรง
นักวิทยาศาสตร์จึงพัฒนาเทคโนโลยีแยกออกซิเจนออกจากแร่ โดยหนึ่งในวิธีที่องค์การอวกาศยุโรป (ESA) ให้ความสนใจ คือ การแยกสารด้วยไฟฟ้าในเกลือหลอมเหลว (Molten Salt Electrolysis) ซึ่งใช้กระแสไฟฟ้าช่วยแยกออกซิเจนออกจากสารประกอบออกไซด์ในดินดวงจันทร์ กระบวนการนี้ไม่จำเป็นต้องหลอมละลายดินทั้งหมด แต่ใช้เกลือหลอมเหลวเป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมี
เทคโนโลยีสกัดออกซิเจนด้วยไฟฟ้า
ในปี 2020 นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและเทคโนโลยีอวกาศยุโรป หรือ ESTEC ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาต้นแบบเครื่องผลิตออกซิเจนจากวัสดุจำลองดินดวงจันทร์ โดยใช้เกลือแคลเซียมคลอไรด์ ที่หลอมเหลวด้วยความร้อนประมาณ 950 องศาเซลเซียส จากนั้นปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านวัสดุเพื่อแยกออกซิเจนออกจากแร่
ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าสามารถสกัดออกซิเจนจากวัสดุจำลองดินดวงจันทร์ได้จริง โดยกระบวนการนี้ยังเหลือส่วนผสมของโลหะเป็นผลิตภัณฑ์อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจนำไปพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับการก่อสร้างหรือผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์บนดวงจันทร์ได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การทดลองดังกล่าวยังดำเนินการบนโลก และไม่ได้หมายความว่า ESA สามารถผลิตออกซิเจนบนดวงจันทร์ในระดับอุตสาหกรรมได้แล้ว
NASA พัฒนาระบบผลิตออกซิเจนสำหรับภารกิจ Artemis
ในช่วงปี 2023 NASA ยังพัฒนาเทคโนโลยีภายใต้แนวคิดการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ หรือ In-Situ Resource Utilization (ISRU) ซึ่งมีเป้าหมายลดการพึ่งพาทรัพยากรที่ต้องขนส่งจากโลก โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ Carbothermal Reduction Demonstration หรือ CaRD ที่มุ่งศึกษาวิธีใช้ความร้อนสูงและปฏิกิริยาเคมีเพื่อสกัดออกซิเจนจากวัสดุจำลองดินดวงจันทร์
เทคโนโลยีดังกล่าวใช้พลังงานความร้อนเพื่อทำให้วัสดุเกิดปฏิกิริยากับคาร์บอนและก๊าซที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำผลิตภัณฑ์ไปผ่านกระบวนการเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ออกซิเจน โดย NASA เคยทดสอบกระบวนการนี้ในสภาพแวดล้อมจำลองที่ใกล้เคียงกับดวงจันทร์ รวมถึงการทดลองระบบที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์รวมความร้อนสำหรับกระบวนการสกัดออกซิเจน
หากสามารถพัฒนาระบบให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมจริง เทคโนโลยีดังกล่าวอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับภารกิจอาร์ทิมิส (Artemis) ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนการสำรวจดวงจันทร์ระยะยาว
ออกซิเจนจากดวงจันทร์และเชื้อเพลิงจรวด
การผลิตออกซิเจนบนดวงจันทร์มีความสำคัญมากกว่าการใช้หายใจ เนื่องจากออกซิเจนเหลวยังเป็นสารออกซิไดซ์สำคัญของระบบขับเคลื่อนจรวดหลายประเภท โดยทำหน้าที่ช่วยให้เชื้อเพลิงเกิดปฏิกิริยาเผาไหม้ได้แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีออกซิเจนในบรรยากาศ
หากมนุษย์สามารถผลิตและเก็บรักษาออกซิเจนเหลวบนดวงจันทร์ได้ในปริมาณมาก อาจช่วยลดมวลสัมภาระที่ต้องขนส่งจากโลก และเปิดโอกาสให้มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเติมสารขับดันแก่ยานอวกาศในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การใช้งานจริงยังต้องพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติม ทั้งระบบพลังงาน การขุดและลำเลียงดิน การแยกก๊าซให้บริสุทธิ์ รวมถึงระบบทำให้ออกซิเจนกลายเป็นของเหลวและจัดเก็บที่อุณหภูมิต่ำมาก
การทดสอบบนดวงจันทร์จริง
แม้การทดลองบนโลกจะพิสูจน์แล้วว่าสามารถสกัดออกซิเจนจากวัสดุจำลองดินดวงจันทร์ได้ แต่การนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะสภาพสุญญากาศ ฝุ่นดวงจันทร์ที่มีความคมและเกาะติดอุปกรณ์ได้ง่าย อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และความต้องการพลังงานสูงของกระบวนการสกัด
นอกจากนี้ การผลิตออกซิเจนให้เพียงพอต่อการดำรงชีพของนักบินอวกาศหรือใช้เป็นสารออกซิไดซ์สำหรับจรวด จำเป็นต้องอาศัยระบบที่สามารถทำงานต่อเนื่อง มีความน่าเชื่อถือสูง และซ่อมบำรุงได้ในสภาพแวดล้อมที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก ปัจจุบันเทคโนโลยีสกัดออกซิเจนจากดินดวงจันทร์จึงยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัย พัฒนา และทดสอบต้นแบบ ไม่ใช่ระบบผลิตออกซิเจนเชิงอุตสาหกรรมที่ใช้งานจริงบนดวงจันทร์แล้ว
หากเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดวงจันทร์อาจไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการสำรวจอวกาศ แต่ยังสามารถเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรสำคัญสำหรับสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และภารกิจเดินทางสู่อวกาศลึก โดยเฉพาะการสำรวจดาวอังคารที่ต้องใช้ทรัพยากรและระบบสนับสนุนการดำรงชีพจำนวนมาก
- เปิดแผน “Artemis III” ลุยอวกาศปี 2027 นักบินอวกาศแย้ม “อะไรก็เกิดขึ้นได้”
- เปิดเส้นทาง “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ดึงเงินลงทุน 2.5 ล้านล้านบาทเข้าประเทศ ใน 25 ปี
- “NASA” ส่งเครื่องบินวิจัยระดับสูง “WB-57” ไขปริศนาชั้นบรรยากาศ “ปานามา”
- เปิดตัว “โครงข่ายพลังงานไร้สาย” ชาร์จไฟให้ “ดาวเทียม” บนอวกาศ เพิ่มพลัง 10 เท่า
- “NASA” เผยผลวิจัยสุดทึ่ง ! “จุลินทรีย์โลก” อาจอึดพอรอดชีวิตบนดวงจันทร์
ที่มาข้อมูล : Lunar Aesthetics
ที่มารูปภาพ : NASA, ESA
