ESA-NASA ลุยสกัดออกซิเจนจากดินดวงจันทร์ ปูทางตั้งฐานอวกาศ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ESA-NASA ลุยสกัดออกซิเจนจากดินดวงจันทร์ ปูทางตั้งฐานอวกาศ

ในอนาคตการสร้างฐานที่อยู่อาศัยของมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต เราอาจไม่จำเป็นต้องขนส่งออกซิเจนทั้งหมดจากโลกอีกต่อไป หลังองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency: ESA) และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีสกัดออกซิเจนจากดินบนดวงจันทร์ หรือ Lunar Oxygen Extraction

เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทำได้โดยอาศัยกระบวนการทางเคมีและไฟฟ้าเพื่อแยกออกซิเจนที่อยู่ในแร่ธาตุให้กลายเป็นก๊าซออกซิเจน ซึ่งนาซาเคยทำสำเร็จมาแล้วโดยใช้วัสดุที่จำลองดินบนดวงจันทร์ ซึ่งหากนำไปพัฒนาต่อยอดบนดวงจันทร์มันจะสามารถนำไปใช้สนับสนุนระบบดำรงชีพของนักบินอวกาศ และอาจนำไปใช้ผลิตสารออกซิไดซ์สำหรับจรวดในอนาคต 

สรุปข่าว

การตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์กำลังขยับใกล้ความจริง เมื่อองค์การอวกาศชั้นนำของโลกเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแยกออกซิเจนออกจากแร่ธาตุบนผิวดวงจันทร์ เทคโนโลยีนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการผลิตอากาศหายใจและเชื้อเพลิงจรวด เพื่อรองรับภารกิจสำรวจอวกาศระยะยาวโดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรจากโลก

ในอนาคตการสร้างฐานที่อยู่อาศัยของมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต เราอาจไม่จำเป็นต้องขนส่งออกซิเจนทั้งหมดจากโลกอีกต่อไป หลังองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency: ESA) และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีสกัดออกซิเจนจากดินบนดวงจันทร์ หรือ Lunar Oxygen Extraction

เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทำได้โดยอาศัยกระบวนการทางเคมีและไฟฟ้าเพื่อแยกออกซิเจนที่อยู่ในแร่ธาตุให้กลายเป็นก๊าซออกซิเจน ซึ่งนาซาเคยทำสำเร็จมาแล้วโดยใช้วัสดุที่จำลองดินบนดวงจันทร์ ซึ่งหากนำไปพัฒนาต่อยอดบนดวงจันทร์มันจะสามารถนำไปใช้สนับสนุนระบบดำรงชีพของนักบินอวกาศ และอาจนำไปใช้ผลิตสารออกซิไดซ์สำหรับจรวดในอนาคต 

⬛️ ดินดวงจันทร์มีออกซิเจนมากกว่าที่คิด

แม้ดวงจันทร์จะไม่มีบรรยากาศที่มนุษย์สามารถหายใจได้ แต่ข้อมูลทางธรณีวิทยาพบว่าออกซิเจนเป็นองค์ประกอบสำคัญของดินและหินบนดวงจันทร์ โดยคิดเป็นประมาณ 40-45% ของมวลวัสดุผิวดวงจันทร์ ออกซิเจนเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในรูปก๊าซ แต่จับตัวอยู่กับธาตุอื่นในรูปสารประกอบออกไซด์ เช่น ซิลิกอนไดออกไซด์ และออกไซด์ของเหล็ก อะลูมิเนียม และไทเทเนียม ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้หายใจได้โดยตรง

นักวิทยาศาสตร์จึงพัฒนาเทคโนโลยีแยกออกซิเจนออกจากแร่ โดยหนึ่งในวิธีที่องค์การอวกาศยุโรป (ESA) ให้ความสนใจ คือ การแยกสารด้วยไฟฟ้าในเกลือหลอมเหลว (Molten Salt Electrolysis) ซึ่งใช้กระแสไฟฟ้าช่วยแยกออกซิเจนออกจากสารประกอบออกไซด์ในดินดวงจันทร์ กระบวนการนี้ไม่จำเป็นต้องหลอมละลายดินทั้งหมด แต่ใช้เกลือหลอมเหลวเป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมี

⬛️ เทคโนโลยีสกัดออกซิเจนด้วยไฟฟ้า

ในปี 2020 นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและเทคโนโลยีอวกาศยุโรป หรือ ESTEC ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาต้นแบบเครื่องผลิตออกซิเจนจากวัสดุจำลองดินดวงจันทร์ โดยใช้เกลือแคลเซียมคลอไรด์ ที่หลอมเหลวด้วยความร้อนประมาณ 950 องศาเซลเซียส จากนั้นปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านวัสดุเพื่อแยกออกซิเจนออกจากแร่

ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าสามารถสกัดออกซิเจนจากวัสดุจำลองดินดวงจันทร์ได้จริง โดยกระบวนการนี้ยังเหลือส่วนผสมของโลหะเป็นผลิตภัณฑ์อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจนำไปพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับการก่อสร้างหรือผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์บนดวงจันทร์ได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การทดลองดังกล่าวยังดำเนินการบนโลก และไม่ได้หมายความว่า ESA สามารถผลิตออกซิเจนบนดวงจันทร์ในระดับอุตสาหกรรมได้แล้ว

⬛️ NASA พัฒนาระบบผลิตออกซิเจนสำหรับภารกิจ Artemis

ในช่วงปี 2023 NASA ยังพัฒนาเทคโนโลยีภายใต้แนวคิดการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ หรือ In-Situ Resource Utilization (ISRU) ซึ่งมีเป้าหมายลดการพึ่งพาทรัพยากรที่ต้องขนส่งจากโลก โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ Carbothermal Reduction Demonstration หรือ CaRD ที่มุ่งศึกษาวิธีใช้ความร้อนสูงและปฏิกิริยาเคมีเพื่อสกัดออกซิเจนจากวัสดุจำลองดินดวงจันทร์

เทคโนโลยีดังกล่าวใช้พลังงานความร้อนเพื่อทำให้วัสดุเกิดปฏิกิริยากับคาร์บอนและก๊าซที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำผลิตภัณฑ์ไปผ่านกระบวนการเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ออกซิเจน โดย NASA เคยทดสอบกระบวนการนี้ในสภาพแวดล้อมจำลองที่ใกล้เคียงกับดวงจันทร์ รวมถึงการทดลองระบบที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์รวมความร้อนสำหรับกระบวนการสกัดออกซิเจน

หากสามารถพัฒนาระบบให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมจริง เทคโนโลยีดังกล่าวอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับภารกิจอาร์ทิมิส (Artemis) ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนการสำรวจดวงจันทร์ระยะยาว

⬛️ ออกซิเจนจากดวงจันทร์และเชื้อเพลิงจรวด

การผลิตออกซิเจนบนดวงจันทร์มีความสำคัญมากกว่าการใช้หายใจ เนื่องจากออกซิเจนเหลวยังเป็นสารออกซิไดซ์สำคัญของระบบขับเคลื่อนจรวดหลายประเภท โดยทำหน้าที่ช่วยให้เชื้อเพลิงเกิดปฏิกิริยาเผาไหม้ได้แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีออกซิเจนในบรรยากาศ

หากมนุษย์สามารถผลิตและเก็บรักษาออกซิเจนเหลวบนดวงจันทร์ได้ในปริมาณมาก อาจช่วยลดมวลสัมภาระที่ต้องขนส่งจากโลก และเปิดโอกาสให้มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเติมสารขับดันแก่ยานอวกาศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การใช้งานจริงยังต้องพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติม ทั้งระบบพลังงาน การขุดและลำเลียงดิน การแยกก๊าซให้บริสุทธิ์ รวมถึงระบบทำให้ออกซิเจนกลายเป็นของเหลวและจัดเก็บที่อุณหภูมิต่ำมาก

⬛️ การทดสอบบนดวงจันทร์จริง

แม้การทดลองบนโลกจะพิสูจน์แล้วว่าสามารถสกัดออกซิเจนจากวัสดุจำลองดินดวงจันทร์ได้ แต่การนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะสภาพสุญญากาศ ฝุ่นดวงจันทร์ที่มีความคมและเกาะติดอุปกรณ์ได้ง่าย อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และความต้องการพลังงานสูงของกระบวนการสกัด

นอกจากนี้ การผลิตออกซิเจนให้เพียงพอต่อการดำรงชีพของนักบินอวกาศหรือใช้เป็นสารออกซิไดซ์สำหรับจรวด จำเป็นต้องอาศัยระบบที่สามารถทำงานต่อเนื่อง มีความน่าเชื่อถือสูง และซ่อมบำรุงได้ในสภาพแวดล้อมที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก ปัจจุบันเทคโนโลยีสกัดออกซิเจนจากดินดวงจันทร์จึงยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัย พัฒนา และทดสอบต้นแบบ ไม่ใช่ระบบผลิตออกซิเจนเชิงอุตสาหกรรมที่ใช้งานจริงบนดวงจันทร์แล้ว

หากเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดวงจันทร์อาจไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการสำรวจอวกาศ แต่ยังสามารถเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรสำคัญสำหรับสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และภารกิจเดินทางสู่อวกาศลึก โดยเฉพาะการสำรวจดาวอังคารที่ต้องใช้ทรัพยากรและระบบสนับสนุนการดำรงชีพจำนวนมาก

ที่มาข้อมูล : Lunar Aesthetics

ที่มารูปภาพ : NASA, ESA