คุณแม่สายไอทีสร้าง “AI” จำลองตัวเอง ช่วยตอบคำถาม-เลี้ยงลูกชาย ยามเธอไม่อยู่

Share on Line Share on Facebook Share on X
คุณแม่สายไอทีสร้าง “AI” จำลองตัวเอง ช่วยตอบคำถาม-เลี้ยงลูกชาย ยามเธอไม่อยู่

ในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน กลุ่มผู้ปกครองยุคใหม่เริ่มนำเอไอมาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงดูลูกกันมากขึ้น จนบางครั้งอาจทำให้เกิดคำถามถึงความเหมาะสมในมิติทางมนุษยวิทยา

สรุปข่าว

พฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วย AI เริ่มขยายตัวและทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ตั้งแต่เทคนิคของ ซาร่าห์ บาลเดโอ (Sarah Baldeo) นักประสาทวิทยาศาสตร์ที่สร้างแชตบอตจำลองบุคลิกและค่านิยมของตัวเองเพื่อให้คำปรึกษาแก่ลูกชายวัย 15 ปีระหว่างเดินทาง ไปจนถึงข้อเสนอของผู้นำเทคโนโลยีอย่าง แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ที่ใช้ AI ช่วยวางแผนชีวิตครอบครัว ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างอุปกรณ์จดจำเสียงพูดเพื่อประเมินอารมณ์เด็ก และแอปพลิเคชันแต่งนิทานก่อนนอนอัตโนมัติของ Meta

ในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน กลุ่มผู้ปกครองยุคใหม่เริ่มนำเอไอมาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงดูลูกกันมากขึ้น จนบางครั้งอาจทำให้เกิดคำถามถึงความเหมาะสมในมิติทางมนุษยวิทยา

คุณแม่นักวิจัยที่ต้องเดินทางบ่อยจนไม่ค่อยมีเวลาตอบคำถามลูก

กรณีตัวอย่างที่น่าสนใจจากเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ บิสสิเนส อินไซเดอร์ (Business Insider) คือเรื่องราวของคุณแม่คนหนึ่งนามว่า ซาร่าห์ บาลเดโอ (Sarah Baldeo) นักประสาทวิทยาศาสตร์เชิงรับรู้ที่ต้องเดินทางทำงานต่างเมืองอยู่บ่อยครั้ง เธอได้ตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องการไม่มีเวลาให้ลูกชายวัย 15 ปี ด้วยการสร้างแชตบอตจำลองตัวเธอเองขึ้นมา โดยป้อนข้อมูลข้อความสนทนาระหว่างเธอกับลูก เอกสารค่านิยมของครอบครัว และกฎระเบียบในบ้านเข้าไปในระบบ เพื่อให้ AI คอยตอบคำถามและให้คำแนะนำแก่ลูกชายแทนเธอ

ซึ่งลูกชายของเธอก็ได้ใช้ประโยชน์จาก AI ตัวนี้ เช่น ปรึกษาระบบว่าต้องใช้วิธีไหนในการหว่านล้อมให้แม่ ยอมอนุญาตให้เขาไปนั่งร้านกาแฟ ซึ่ง AI ได้ประมวลผลคำตอบโดยอิงจากระบบความคิดของแม่ และแนะแนวทาง จนทำให้ลูกชายสามารถโน้มน้าวใจเธอได้สำเร็จ 

ซาร่าห์ บาลเดโอ (Sarah Baldeo) เปิดเผยว่า แม้ช่วงแรกจะรู้สึกตกใจที่ถูก AI เลียนแบบแนวคิดของตัวเอง มางัดข้อกับตัวเอง แต่ก็ยอมรับว่านี่เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ชาญฉลาดอย่างยิ่ง

เทรนด์เลี้ยงลูกด้วย AI ยังคงมีให้เห็นต่อเนื่อง

เทรนด์การนำ AI มาช่วยเลี้ยงลูกกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกเป็นผู้สนับสนุนหลัก เช่น แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ โอเพนเอไอ (OpenAI) ที่เปิดเผยว่าเขาพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ แชตจีพีที (ChatGPT) อย่างมากในการเลี้ยงดูลูกวัยทารก และเสนอไอเดียให้เชื่อมต่อปฏิทินครอบครัวเพื่อสร้างพอดแคสต์เล่านิทานหรือพูดคุยกับเด็ก ๆ ระหว่างเดินทางไปโรงเรียน

นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ยังเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ตลาดกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง เช่น โอมิ (Omi) ที่พัฒนาอุปกรณ์ไอทีแบบสวมใส่ ที่บันทึกเสียงและสรุปบทสนทนาระหว่างพ่อแม่กับลูก พร้อมฟีเจอร์ประเมินน้ำเสียงเพื่อแจ้งเตือนเมื่อเด็กเริ่มมีอารมณ์เศร้าหรือหงุดหงิด หรืออย่าง เมตา (Meta) ก็มีผลงานการพัฒนา สตอรี่คิต (StoryKit) แอปพลิเคชันสร้างและแต่งนิทานก่อนนอนพร้อมอ่านให้เด็กฟังโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม แม้นวัตกรรมเหล่านี้จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและลดความกังวลให้แก่ผู้ปกครอง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเริ่มแสดงความกังวลถึงผลกระทบทางจิตวิทยาและสังคมในระยะยาว ทั้งต่อตัวผู้ปกครองและเด็ก จากการพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างความสัมพันธ์และการสื่อสารในครอบครัวมากเกินไป

ที่มาข้อมูล : businessinsider.com futurism.com

ที่มารูปภาพ : unsplash.com