Huawei กลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน เตรียมขยายความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กับบริษัทยาภายในประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและผลิตยา การทดลองทางคลินิก ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีไปใช้รักษาผู้ป่วยจริงในโรงพยาบาล
วิลเลียม จาง ประธานหน่วยธุรกิจเฮลท์แคร์ของ Huawei ระบุว่า บริษัทมีโครงการด้านเวชปฏิบัติร่วมกับโรงพยาบาลอยู่แล้ว และกำลังมองหาโอกาสใหม่เพิ่มเติม โดยความร่วมมือในระยะแรกยังเน้นบริษัทยาจีนเป็นหลัก แต่ยังไม่เปิดเผยชื่อพันธมิตรหรือมูลค่าการลงทุนเพิ่มเติม
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า Huawei กำลังขยายบทบาทจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เข้าสู่ตลาด AI เพื่อการค้นคว้ายา ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังบริษัทยาทั่วโลกเร่งลงทุนในระบบจำลองทางคอมพิวเตอร์และห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ เพื่อลดเวลาและต้นทุนในการพัฒนายาใหม่
เทคโนโลยีของ Huawei สามารถใช้คัดกรองสารประกอบที่มีศักยภาพเป็นตัวยา ก่อนส่งเข้าสู่ขั้นตอนทดสอบในห้องปฏิบัติการ โดยทำงานร่วมกับชิป AI ตระกูล Ascend และชิปประมวลผล Kunpeng ซึ่ง Huawei พัฒนาขึ้นเอง
สรุปข่าว
Huawei กลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน เตรียมขยายความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กับบริษัทยาภายในประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและผลิตยา การทดลองทางคลินิก ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีไปใช้รักษาผู้ป่วยจริงในโรงพยาบาล
วิลเลียม จาง ประธานหน่วยธุรกิจเฮลท์แคร์ของ Huawei ระบุว่า บริษัทมีโครงการด้านเวชปฏิบัติร่วมกับโรงพยาบาลอยู่แล้ว และกำลังมองหาโอกาสใหม่เพิ่มเติม โดยความร่วมมือในระยะแรกยังเน้นบริษัทยาจีนเป็นหลัก แต่ยังไม่เปิดเผยชื่อพันธมิตรหรือมูลค่าการลงทุนเพิ่มเติม
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า Huawei กำลังขยายบทบาทจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เข้าสู่ตลาด AI เพื่อการค้นคว้ายา ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังบริษัทยาทั่วโลกเร่งลงทุนในระบบจำลองทางคอมพิวเตอร์และห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ เพื่อลดเวลาและต้นทุนในการพัฒนายาใหม่
เทคโนโลยีของ Huawei สามารถใช้คัดกรองสารประกอบที่มีศักยภาพเป็นตัวยา ก่อนส่งเข้าสู่ขั้นตอนทดสอบในห้องปฏิบัติการ โดยทำงานร่วมกับชิป AI ตระกูล Ascend และชิปประมวลผล Kunpeng ซึ่ง Huawei พัฒนาขึ้นเอง
เมื่อเดือนพฤษภาคม Huawei เปิดเผยความร่วมมือกับ Guangzhou Pharmaceutical Holdings รัฐวิสาหกิจด้านเภสัชกรรมของจีน โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นการทดสอบใช้งานจริงในระดับการผลิตครั้งแรกของอุตสาหกรรม สำหรับโมเดลวิจัยยาที่จีนพัฒนาขึ้นเองและปรับให้ทำงานบนเทคโนโลยี Ascend และ Kunpeng
ในมุมธุรกิจ การเข้าสู่ตลาดนี้ทำให้ Huawei ต้องแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะ Nvidia ซึ่งจับมือกับผู้ผลิตยารายใหญ่ เช่น Eli Lilly และ Novo Nordisk เพื่อนำ AI และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงมาใช้เร่งการค้นคว้ายา
การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่ชิปเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงข้อมูลทางการแพทย์ ซอฟต์แวร์ ห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ และความสามารถในการนำโมเดล AI ไปใช้กับโรงพยาบาลและกระบวนการผลิตจริง
การประเมินของอุตสาหกรรมชี้ว่า ภายใน 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า การใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อค้นหาเป้าหมายของโรค ออกแบบโมเลกุล และวางแผนการทดลองทางคลินิก อาจลดเวลาและต้นทุนของการพัฒนายาระยะเริ่มต้นได้ประมาณครึ่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นการคาดการณ์ ไม่ได้หมายความว่ายาทุกชนิดจะพัฒนาได้เร็วขึ้นในระดับเดียวกัน
การรุกตลาดครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มช่องทางรายได้ให้ Huawei เพราะยังเป็นบททดสอบว่า จีนจะสามารถสร้างระบบนิเวศ AI การแพทย์ตั้งแต่ชิป โมเดล ไปจนถึงการใช้งานจริงได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ และการแข่งขันเพื่อครองตลาดพัฒนายาแห่งอนาคต
ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/legal/litigation/huawei-plans-more-ai-pharma-tie-ups-says-healthcare-president-2026-08-27/
ที่มารูปภาพ : -
