“บอลลูนยักษ์” พาจรวดท่องอวกาศ ทางเลือกใหม่สู่ชั้นบรรยากาศแบบต้นทุนต่ำ

Share on Line Share on Facebook Share on X
“บอลลูนยักษ์” พาจรวดท่องอวกาศ ทางเลือกใหม่สู่ชั้นบรรยากาศแบบต้นทุนต่ำ

ในยุคที่การแข่งขันด้านอวกาศมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุน สตาร์ตอัปสัญชาติอังกฤษ-สเปน บีทูสเปซ (B2Space) ได้หยิบยกแนวคิดที่มีมาก่อนยุคอวกาศมาปัดฝุ่นใหม่ ด้วยการใช้บอลลูนขนาดมหึมา นำจรวดและดาวเทียมทะยานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อลดภาระและค่าใช้จ่ายในการยิงจรวดจากพื้นดิน

สรุปข่าว

B2Space สตาร์ตอัปสัญชาติอังกฤษ-สเปน เปิดตัวเทคโนโลยี "Rockoon" ที่นำบอลลูนขนาดใหญ่มาใช้พาจรวดและดาวเทียมขึ้นไปจุดยิง ณ ชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ที่ความสูง 35 กิโลเมตร เพื่อลดต้นทุนการปล่อยดาวเทียมขนาดเล็กเข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก ทั้งยังให้บริการทดสอบอุปกรณ์ในสภาวะเสมือนอวกาศจริงเพื่อลดความเสี่ยงก่อนใช้งานจริง รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์ม HAPS บอลลูนค้างฟ้าเพื่อทดแทนจุดอ่อนของดาวเทียมและโดรนในภารกิจความมั่นคงและการสื่อสารฉุกเฉิน

ในยุคที่การแข่งขันด้านอวกาศมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุน สตาร์ตอัปสัญชาติอังกฤษ-สเปน บีทูสเปซ (B2Space) ได้หยิบยกแนวคิดที่มีมาก่อนยุคอวกาศมาปัดฝุ่นใหม่ ด้วยการใช้บอลลูนขนาดมหึมา นำจรวดและดาวเทียมทะยานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อลดภาระและค่าใช้จ่ายในการยิงจรวดจากพื้นดิน

ผสมผสานระหว่างจรวดและบอลลูนอวกาศ

บริษัทใช้วิธีที่เรียกว่า ร็อคคูน (Rockoon) ซึ่งเป็นการผสมผสานคำระหว่าง ร็อกเกต (Rocket) หรือจรวด และบอลลูน (Balloon) โดยใช้บอลลูนยักษ์ยกจรวดขึ้นไปที่ความสูงราว 35 กิโลเมตร หรือบริเวณชั้นสตราโทสเฟียร์ ก่อนจะทำการจุดชนวนยิงจรวดต่อ เพื่อส่งดาวเทียมขนาดเล็กเข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก (LEO) ที่ระดับความสูง 200 ถึง 1,000 กิโลเมตร 

บอลลูนดังกล่าว มีข้อดีคือรองรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ไม่กี่กิโลกรัม ไปจนถึงหลายตัน หรือบริษัทยกตัวอย่างว่าสามารถแบกรถยนต์ทั้งคันขึ้นไปได้ ระบบนี้ถูกนำมาใช้ในบริการ การทดสอบในอวกาศใกล้โลก (Near Space Testing) หรือการทดสอบอุปกรณ์และดาวเทียมในสภาวะเสมือนอวกาศจริง ที่พบในบริเวณวงโคจรต่ำของโลก มีแรงดันเกือบสูญญากาศ รังสี UV สูง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ประหยัดต้นทุนกว่าการทดสอบในวงโคจร

โครงการใหญ่อย่าง HAPS ก็ใช้วิธีการนี้

ระบบเดียวกันนี้ ยังได้เอาไปใช้กับโครงการใหญ่อย่าง แฮปส์ (HAPS - High Altitude Pseudo Satellite) หรือแพลตฟอร์มดาวเทียมเสมือนระดับสูง ที่ลอยตัวเหนือพื้นโลกที่ระดับ 18 กิโลเมตร เพื่อปิดจุดโหว่ของทั้งดาวเทียมและโดรน เช่น เมฆปกคลุม และความถี่ในการโคจรซ้ำ

โดยบอลลูนจะสามารถลอยลำค้างฟ้า เพื่อบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงแบบเรียลไทม์ในพื้นที่เฉพาะ ซึ่งข้อดีคือทำได้นานกว่าดาวเทียมที่บินผ่านไปอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่าโดรนที่บินระดับต่ำ 

ปัจจุบันแพลตฟอร์ม แฮปส์ (HAPS) กำลังได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานในสถาบันและด้านการป้องกันประเทศ เช่น การเฝ้าระวังทางทะเล การสื่อสารโทรคมนาคมฉุกเฉิน และเครือข่ายสำรอง

ที่มาข้อมูล : reutersconnect.com

ที่มารูปภาพ : REUTERS / B2Space

แท็กบทความ

อวกาศ
บอลลูนอวกาศ
B2Space
จรวดดาวเทียมtnntech