อีลอน มัสก์ ทุ่มสร้าง Terafab โรงงานชิปที่ใหญ่สุดในโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
อีลอน มัสก์ ทุ่มสร้าง Terafab โรงงานชิปที่ใหญ่สุดในโลก

สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และ เทสลา (Tesla) ภายใต้การนำของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้เผยความคืบหน้าครั้งประวัติศาสตร์ในการประกาศร่วมมือสร้างโรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ขนาดมหึมาในรัฐเท็กซัส ภายใต้ชื่อโครงการ "เทราแฟบ" (Terafab) 

สรุปข่าว

อีลอน มัสก์ ประกาศทุ่มทุนกว่า 5.5 แสนล้านบาท สร้าง "Terafab" โรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ รัฐเท็กซัส เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านซัพพลายเชน โครงการนี้ใช้เทคโนโลยี 1.4 นาโนเมตรจาก Intel ผลิตชิปสมรรถนะสูงป้อนหุ่นยนต์ Optimus รถยนต์ Cybercab และศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ในอวกาศของ SpaceX

สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และ เทสลา (Tesla) ภายใต้การนำของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้เผยความคืบหน้าครั้งประวัติศาสตร์ในการประกาศร่วมมือสร้างโรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ขนาดมหึมาในรัฐเท็กซัส ภายใต้ชื่อโครงการ "เทราแฟบ" (Terafab) 

โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรับมือกับปัญหาคอขวดด้านห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี และลดการพึ่งพาผู้ผลิตจากต่างชาติในระยะยาว มหาโปรเจกต์นี้เป็นการจับมือร่วมกันระหว่าง เทสลา, สเปซเอ็กซ์ และ เอ็กซ์เอไอ (xAI) โดยมี บริษัท อินเทล (Intel) เป็นพันธมิตรเทคโนโลยีที่สำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมการผลิตชิปขั้นสูง

การตัดสินใจลงทุนสร้างฐานการผลิตของตนเองในครั้งนี้ เกิดจากการประเมินของ อีลอน มัสก์ ที่ระบุว่า กำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในปัจจุบันสามารถรองรับความต้องการที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มบริษัทในเครือได้เพียงประมาณร้อยละ 2 เท่านั้น 

การสร้าง Terafab จึงถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการการประมวลผลคอมพิวเตอร์ที่คาดว่าจะทะลุเกิน 1 เทราวัตต์ (Terawatt) ต่อปี ซึ่งเป็นขนาดที่เกินกว่าปริมาณชิปที่มีป้อนอยู่ในตลาดโลกขณะนี้อย่างมหาศาล ชิปสมรรถนะสูงเหล่านี้จะถูกนำไปขับเคลื่อนนวัตกรรมเปลี่ยนโลกหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ออปติมัส (Optimus), รถยนต์ไร้คนขับ ไซเบอร์แค็บ (Cybercab) ตลอดจนศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ในอวกาศของบริษัท SpaceX

โดยโรงงาน Terafab จะตั้งอยู่บนพื้นที่ Grimes County รัฐเท็กซัส หากก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์  อาคารขนาดใหญ่ยักษ์แห่งนี้จะมีพื้นที่รวมมากกว่า 100 ล้านตารางฟุต และอาจมีความยาวมากถึง 10 กิโลเมตร แม้ตัวเลขยังไม่ถูกระบุอย่างเป็นทางการ 

โดยโครงการนี้มีจุดเด่นคือการใช้แนวคิดการผลิตแบบบูรณาการแนวดิ่ง (Vertical Integration) ซึ่งรวบรวมทุกขั้นตอนการผลิตชิปไว้ภายใต้หลังคาเดียวกันทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบชิป การสร้างโฟโตมาสก์ การผลิตชิปประมวลผล (Logic Chip) ชิปหน่วยความจำ (Memory Device) ไปจนถึงกระบวนการประกอบบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Packaging) และการทดสอบระบบ (Testing) 

ความครบวงจรนี้ช่วยลดระยะเวลาจากขั้นตอนการพัฒนาไปสู่การใช้งานจริง (Deployment) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทสามารถอัปเกรดดีไซน์และส่งมอบชิปตัวใหม่เข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อนหน้านี้ เทสลาได้เริ่มปูทางด้วยการก่อสร้างโรงงานวิจัยต้นแบบ (Research Fab) ที่วิทยาเขตเหนือของ Giga Texas ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมาแล้ว

อีลอน มัสก์ ได้เปิดเผยถึงโครงการนี้ผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า Terafab ในเท็กซัส จะเป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดและมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก และจะได้รับการออกแบบให้มีความสวยงามน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง 

สำหรับรายละเอียดเชิงเทคนิค ตัวโรงงานจะใช้กระบวนการผลิต Intel 14A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขนาด 1.4 นาโนเมตรอันล้ำสมัยที่สุดของอินเทล โดยสัดส่วนการกระจายกำลังประมวลผลที่ได้จากโรงงานนี้จะแบ่งเป็น ร้อยละ 25 เพื่อใช้กับหุ่นยนต์ Optimus และรถ Cybercab ในลักษณะการทำงานแบบ Edge AI และการอนุมาน (Inference) ส่วนอีกร้อยละ 75 ที่เหลือจะถูกจัดสรรให้กับยานอวกาศ AI และระบบดาวเทียมศูนย์ข้อมูลในอวกาศของบริษัท SpaceX

โครงการเมกะโปรเจกต์นี้คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนในเฟสแรกสูงถึง 16,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.54 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินทุนร่วมกันจาก SpaceX และ Tesla โดยในอนาคตมีโอกาสขยายมูลค่าการลงทุนไปแตะระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ 

นอกจากประโยชน์ทางเทคโนโลยีแล้ว การเกิดขึ้นของ Terafab ยังส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยคาดว่าจะสร้างตำแหน่งงานผู้เชี่ยวชาญไม่น้อยกว่า 3,000 ตำแหน่ง ในพื้นที่ Grimes County และ Brazos County ซึ่งที่ผ่านมา แหล่งอุตสาหกรรมในเท็กซัสของ SpaceX และ Tesla มีประวัติการจ้างงานคนในท้องถิ่นสูงถึงร้อยละ 60 ถึง 80 

โดยปัจจุบันฐานการดำเนินงานต่างๆ ของ SpaceX ทั้งที่ Starbase, Bastrop และ McGregor ได้ขับเคลื่อนให้เกิดการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมไปแล้วกว่า 56,000 ตำแหน่ง และสร้างมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในรัฐเท็กซัสรวมกว่า 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ปี 2567

ในมิติการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งสองบริษัทระบุว่า Terafab จะลดผลกระทบต่อชุมชนด้วยการหันไปใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำ Gibbons Creek Reservoir สำหรับขั้นตอนการผลิตในอุตสาหกรรม แทนการขุดเจาะใช้น้ำบาดาลในพื้นที่ พร้อมบูรณาการระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงาน การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ซ้ำ รวมถึงมาตรการจัดการสารเคมีและของเสียอุตสาหกรรมตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับชุมชนโดยรอบ 

ที่มาข้อมูล : SpaceX, Interestingengineering

ที่มารูปภาพ : SpaceX, Interestingengineering

แท็กบทความ