
ทวีปยุโรปกำลังเผชิญสถานการณ์ไฟป่าที่น่ากังวลที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี หลังคลื่นความร้อนและสภาพอากาศสุดขั้วปกคลุมหลายประเทศ ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูง ความชื้นลดลง และเพิ่มโอกาสการเกิดไฟป่าในวงกว้าง ขณะที่ศูนย์วิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรป (Joint Research Centre: JRC) เตือนว่า ช่วงระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคมถึง 2 สิงหาคม เป็นช่วงเวลาที่หลายพื้นที่อาจเผชิญความเสี่ยงสูงสุดของฤดูร้อนปีนี้
สรุปข่าว
ทวีปยุโรปกำลังเผชิญสถานการณ์ไฟป่าที่น่ากังวลที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี หลังคลื่นความร้อนและสภาพอากาศสุดขั้วปกคลุมหลายประเทศ ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูง ความชื้นลดลง และเพิ่มโอกาสการเกิดไฟป่าในวงกว้าง ขณะที่ศูนย์วิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรป (Joint Research Centre: JRC) เตือนว่า ช่วงระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคมถึง 2 สิงหาคม เป็นช่วงเวลาที่หลายพื้นที่อาจเผชิญความเสี่ยงสูงสุดของฤดูร้อนปีนี้
ข้อมูลจากแผนที่ดัชนีสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเกิดไฟป่า หรือ Fire Weather Index (FWI) ของ JRC ระบุว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปตะวันตกและยุโรปกลางกำลังเผชิญสภาพอากาศในระดับที่รุนแรงมาก (Very Extreme Conditions) โดยเฉพาะฝรั่งเศส แนวเทือกเขาแอลป์ที่ต่อเนื่องไปถึงตอนเหนือของอิตาลี รวมถึงสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ซึ่งมีแนวโน้มเกิดไฟป่าและการลุกลามของเปลวเพลิงได้ง่ายกว่าปกติ
ขณะเดียวกัน คาบสมุทรไอบีเรีย ซึ่งครอบคลุมสเปนและโปรตุเกส รวมถึงคาบสมุทรบอลข่าน และบางพื้นที่ของแอฟริกาเหนือ ยังคงอยู่ในระดับความเสี่ยงขั้นรุนแรงที่สุด (Extreme Conditions) ส่วนยุโรปตะวันออก ตอนใต้ของสแกนดิเนเวีย และตุรกี ต่างถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศยังเอื้อต่อการเกิดไฟป่าอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบของไฟป่าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปสู่ปัญหาด้านสาธารณสุขและคุณภาพอากาศในหลายประเทศ องค์การนาซา (NASA) ได้เผยแพร่ภาพการเคลื่อนตัวของกลุ่มควันจากไฟป่าที่ปกคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่าควันสามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้เป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อประชาชนแม้อยู่ห่างจากจุดเกิดไฟป่า
ควันไฟป่าประกอบด้วยก๊าซพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งสามารถแทรกซึมเข้าสู่ปอดและกระแสเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงส่งผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง นอกจากนี้ มลพิษจากไฟป่ายังสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศและบรรยากาศ โดยมีส่วนทำให้คุณภาพอากาศเสื่อมโทรมในพื้นที่กว้าง และอาจส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศในระยะยาว
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรง รัฐบาลหลายประเทศในยุโรปเริ่มยกระดับการรับมืออย่างจริงจัง โดยรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรและสเปนได้ออกแถลงการณ์ร่วม เชื่อมโยงวิกฤตไฟป่าครั้งนี้กับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) อย่างชัดเจน พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น "สถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงของชาติ" ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วทั้งยุโรป
นอกจากนี้ หากสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งยังคงดำเนินต่อไปในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ความเสี่ยงของการเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ในหลายประเทศจะยังอยู่ในระดับสูง และอาจสร้างความเสียหายต่อทั้งทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพของประชาชน และระบบเศรษฐกิจของยุโรปในวงกว้าง
- ยกระดับศักยภาพ “ไทย” สู่ฐานการผลิต “สินค้าสีเขียว” ตอบโจทย์ความยั่งยืนตลาดโลก
- คลื่นความร้อนคร่าชีวิต คนเยอรมันใกล้แตะหลักหมื่น แม้มีมาตรการรับมือก็เอาไม่อยู่
- “อังกฤษ” แล้งหนัก! ครึ่งประเทศเข้าสู่ภาวะแล้งรุนแรง ฝนหาย-คลื่นร้อนซ้ำเติม
- งานในฝันที่ต้องลาออก! เมื่อไกด์แอนตาร์กติกา ไม่ขอเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตโลกร้อน
- ควันพิษบุกค่ายฤดูร้อน เด็กอเมริกันหมดสิทธิ์ ใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ
ที่มาข้อมูล : Sciencealert, ศูนย์วิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรป (JRC)
ที่มารูปภาพ : Sciencealert, ศูนย์วิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรป (JRC)
